เชียงใหม่ กับ "เรื่องลี้ลับ"

posted on 10 Mar 2016 12:07 by nokutesu666 directory Diary

จั่วหัวน่ากลัวมาก 5555

 

 

เห็นได้ว่าช่วงนี้ตาวเดินทางไปเชียงใหม่บ่อยมาก เอาเป็นว่า 2-3 รอบแล้วในช่วงไม่กี่เดือน ที่จริงก็คือไปเที่ยวด้วย และไปธุระอย่างอื่นด้วย(ที่เข้ากับหัวเรื่อง)

 

บล็อคนี้จะขอเล่าย้อนไปวันที่ไปเชียงใหม่เมื่อช่วงลอยกระทง ประมาณวันที่ 20 พ.ย. 2558 ที่ผ่านมา....

 

สาเหตุที่ขึ้นไปเชียงใหม่ก็เพราะว่า "โดนเรียกไป"

 

อาจจะฟังดูงงๆ แปลกๆ แต่โดนเรียกไปจริงๆ เรื่องมีอยู่ว่า พี่โจ้ แฟนของตาวได้ไปเจอกับน้องชายคนหนึ่ง ซึ่งไปเตอที่สนามกอล์ฟด้วยกัน แล้วก็พูดคุยถูกชะตากันทำให้สนิทรวดเร็ว และเริ่มทำโปรเจ็คหลายๆ อย่างร่วมกัน.... ขอใช้ชื่อแทนว่าน้อง "ป." 

 

น้อง ป. และครอบครัวนับถือพระอาจารย์ท่านนึง ซึ่งท่านเป็นพระอาจารย์วัดป่า ที่อยู่บนเขาที่เชียงใหม่ ท่านอยู่ในวัดเล็กๆ ศาลายังสร้างไม่เสร็จเลยด้วยซ้ำ แต่ท่านเป็นพระอาจารย์ที่เข้าญาณจนสำเร็จ จนสามารถหยั่งรู้หลายๆ อย่างได้ และเผยแผ่ธรรมะให้กับผู้คนแถบนั้น 

 

ซึ่งเอาจริงๆ นะ...เราเป็นคนไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้เลยยยยย

 

ทางบ้านของเราเป็นพุทธสายปฏิบัติ คือ เน้นการทำทาน ทำความดี อุทิศบุญ แต่ไม่ทำพิธีกรรมต่างๆ และไม่เชื่อเรื่องปาฏิหารย์หรือสิ่งเหนือธรรมชาติเท่าไหร่นัก เชื่อในกรรมดีและกรรมเลว แค่นั้นเอง ทำให้เราถูกปลูกฝังมาแบบ ทำบุญก็ทำนะ แต่เราต้องช่วยตัวเองด้วย พัฒนาตัวเอง แก้ปัญหาด้วยตัวเอง แค่ทำความดีอย่างเดียวไม่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้น...

 

แต่ว่าพักหลัง ประมาณช่วงปีกว่าๆ ที่ผ่านมานี้...ความเชื่อของเราสั่นคลอนไปมากถึงมากที่สุด...

 

 

 

 

 

เพราะอะไรน่ะเหรอ....มาๆ จะเล่าให้ฟัง มามุงเร็วๆ55555

 

น้อง ป. ได้เอาดวงพี่โจ้ไปให้พระอาจารย์ดู เพราะว่าจะทำธุรกิจกัน พอพระอาจารย์เห็นดวงพี่โจ้เท่านั้นแหล่ะ ท่านบอกว่า "ให้คนนี้ขึ้นมาหา" โดนที่ น้อง ป. เนี่ยตกใจมากก เพราะท่านไม่เคยพูดแบบนี้กับใครเลย  ไม่เคยเรียกใครให้ขึ้นมาหาที่เชียงใหม่ 

 

พอน้องมาเล่าให้พี่โจ้ฟังปุ๊บ จะเหลืออะไรล่ะ นางจองตั๋วทันทีแบบไม่ลังเล! 5555 เพราะพี่โจ้เป็นคนที่สายธรรมะธรรมโม บอกเชื่อเรื่องบุญบาป และปาฏิหารย์อะไรหลายๆ อย่างอยู่แล้ว (แต่ไม่งมงายนะ) 

 

พอพี่โจ้ขึ้นไปหาพระอาจารย์ที่เชียงใหม่....ก็แปลกที่พี่โจ้บอกว่ารู้สึกสนิทสนมและศรัทธาพระอาจารย์มากอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน (มาบอกทีหลัง) และคุยกันได้ออกอรรถรส พระอาจารย์เองก็เอ็นดูพี่โจ้มากๆ คุยกันไปกันมาหลายอย่าง จนกระทั้งมีป้าของน้อง ป. ตามมาถวายเพลพระอาจารย์ด้วย ซึ่งป้าท่านนี้เป็นท่านที่ปฏิบัติธรรมจนสามารถเข้าถึงเรื่องจิตได้ อธิบายยากเหมือนแหะ เพราะเราเองก็ไม่ค่อยเข้าใจ 5555... พูดง่ายๆ ก็คือ สามารถเพ่งจิตแล้วเห็นอะไรหลายๆ อย่างได้

 

ป้าท่านนี้กำลังเดินเข้ามาจะกราบพระอาจารย์ พอเห็นพี่โจ้เท่านั้นแหล่ะ ถึงกับสะดุ้งแล้วทำสีหน้าประหลาดใจ พร้อมกับมองหน้าพระอาจารย์แล้วหันไปยิ้มให้กัน...

 

แต่ก็ยังไม่มีใครพูดอะไรนะ...

 

 

 

จนกระทั่งตอนหลัง ป้าบอกว่า ป้าเห็นพี่โจ้ตอนกำลังนั่งหันหลัง พนมมือไหว้คุยกับพระอาจารย์อยู่นั้น....เห็นเป็นหูช้างสยายออกมาจากหูพี่โจ้เลย

 

เราก็แบบ "ว้อททททท?!"

 

55555 คืออารมณ์นั้นจริงๆ แบบอัลลัยยยยยย คืออัลลัยยยย งงมาก ว่าหมายความว่ายังไง จนกระทั่งป้ามาเฉลยว่า 

 

"ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพระอาจารย์ถึงได้เรียกโจ้ขึ้นมาหาที่นี่....เพราะท่านอยากพบสหายเก่านี่เอง" 

 

อ่าว งงกำลังสองสิทีนี้ และป้าก็บอกว่า "ที่จริงแล้วทั้งสองคนได้ร่วมชาติเป็นสหายกันมาก่อน โดยที่พระอาจารย์เมื่อชาตินั้นเป็นองค์ขาว (น้องขององค์ดำ หรือ พระนเรศวรนั่นเอง) และพี่โจ้เป็นช้างศึก สหายคู่ใจที่ร่วมรบคู่กันมาในสมัยนั้น" 

 

คือฟังแล้วขนลุกซู่เลยนะ เอาจริงๆ เราก็ไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้ แต่ตอนนั้นไม่รู้ทำไมถึงเชื่อมาก อาจจะเพราะป้าท่านนี้สามารถพูดถึงลักษณะนิสัยของพี่โจ้และหลายๆ คนได้ถูกต้องเป้ะโดยที่แค่เห็นหน้า ยังไม่ทันได้คุยกันเลยด้วยซ้ำ สามารถเล่าอะไรหลายๆ อย่างออกมาได้เป็นฉากๆ เลย (แอบกลัวคนแบบนี้นะ T^T)

 

พร้อมทั้งบอกว่า "ลองเปิดเสื้อตรงหลัง บริเวณก้นกบดูสิ จะมีตำหนิที่มาจากชาติที่แล้วอยู่" 

 

แล้วพี่โจ้ก็เปิดจริง และมีจริง =[]=! โดยที่ทั้งเจ้าตัว หรือแม้แต่เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามี...

 

คือตกใจจริงๆ นะ แล้วก็หันไปหาพระอาจารย์ และพระอาจารย์ท่านไม่ได้พูดอะไร ยิ้มอย่างเดียว (มารู้ทีหลังว่าท่านไม่สามารถพูดเรื่องพวกนี้ได้ เพราะไม่เกี่ยวกับกิจสงฆ์ ป้าท่านนี้เลยจะเป็นฝ่ายพูดแทนให้ในหลายๆ เรื่อง โดยใช้จิตเพ่งเอา) 

 

images by free.in.th

รูปนี้ถ่ายที่วัด ซื้อดอกไม้ไปตกแต่งให้สวยงาม....ท่านมีแค่ศาลานี้นี่เองไว้ต้อนรับลูกศิษย์ 

 

 

 

 

 

เอาจริงๆ นะ ช่วงนี้มีหลายอย่างที่แปลกใจเกิดขึ้นกับเราและพี่โจ้มากเลย ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนไม่เป็น...

 

เรื่องนึงคือ เรื่องของ "พระพิฆเนศ" 

(ตอนแรกเราก็ไม่เชื่อเรื่องเทพนะ เชื่อแต่พระพุทธเจ้า เพราะท่านเป็นคนจริงๆ แต่เรื่องเทพคือ ดูเหนือธรรมชาติ ดูไม่น่ามีจริง...พระอาจารย์ท่านก็เฉลยว่า เทพก็ส่วนเทพ พระพุทธเจ้าก็ส่วนพระพุทธเจ้า ถามว่ามีจริงมั้ย มีจริงทั้งสองส่วน เพียงแค่เรื่องของเทพนั้นมีมาก่อนพระพุทธเจ้าเสียอีก เราสามารถกราบไหว้ได้ทั้งสองส่วน)

 

เมือ่ก่อนเราไม่เคยไหว้พระพิฆเนศ และไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ พูดง่ายๆ คือ "ไม่อิน"

 

แต่ตั้งแต่แต่งงานกับพี่โจ้....หลายๆ อย่างก็เริ่มแปลกๆ

 

 

เช่น...ปีใหม่ที่ผ่านมา (ปี 57) มี broker ของแม่พี่โจ้ให้เศียรพระพิฒเนศมาให้ที่บ้านบูชา แต่ที่บ้านบูชาไม่เป็น และไม่ได้อินมาก เลยมาตั้งไว้ที่ห้องพระ แต่สิ่งแปลกๆ ที่เกิดขึ้นคือ "หนู" เข้ามาในบ้าน

 

เริ่มจากการที่เจ้ามอมแมม หมาจรจัดที่ๆบ้านเก็บมาเลี้ยงด้วยความสงสารเริ่มตตะกุยตะกายรถยนต์ทุกคัน แล้วก็แกะกันชนรถออกมา ตะกายจนรถต้องทำสีใหม่ หลายคนงงว่าเกิดอะไรขึ้น และสันนิษฐานว่าน่าจะมีหนู เพราะหนูชอบเข้าไปอยู่ในรถ ด้วยความที่กลัวมันจะกัดสายไฟขาด (ขาดไปแล้วคันนึง T___T) เลยเอากรงดักหนูมาตั้ง แล้วก็จับได้จริงๆ!!

 

ก็เอาไปปล่อยที่ป่าไกลๆ ปรากฏว่า....มีอีก!! ไม่หมดเสียที ตั้งกรงกี่ครั้งๆ ก็จับได้ตลอด

 

 

จนเริ่มไม่ไหวละ แต่ที่พีคที่สุดคือ "หนูเข้ามาในห้องนอนเรา!!!" 

 

และเป็นห้องนอนเดียวด้วยที่หนูเข้ามา ทั้งๆ ที่ห้องเราติดกับพี่น้องคนอื่นในบ้าน แต่ไม่มีใครเจอหนูเลย มีแต่ห้องเราห้องเดียว 

 

และขอบอกว่ามันสยองมากกกก คือนอนกับหนูอ่ะ T^Tที่รู้คือ ขนมที่วางไว้ในห้องโดนกัดกระจุยกระจาย แล้วตอนกลางคืนเวลานอนชอบได้ยินเสียง "กุ่กๆๆๆๆ" คือเสียงหนูวิ่งนี่เอง ไม่ใช่วิ่งบนฝ้านะ วิ่งตรงหัวนอนเลยนี่แหล่ะ!! ฮือออออออออ กลัวเป็นฉี่หนูตายยยย

 

สุดท้ายเราเลยวางกรงดักหนูไว้ในห้องน้ำ เพราะเคยเจอมันวิ่งเข้าห้องน้ำ แล้วปิดประตู ปิดทุกอย่างเพื่อดักจับ ปรากฏว่าหายไปไร้ร่องรอย เลยคิดว่ามากับท่อน้ำเปล่าหว่า....(แต่ทุกท่อเรามีตะแกรงปิดหมดนะ ไม่รู้มาจากไหน งงมาก)

 

และผ่านไป 3 วัน....เราไปต่างจังหวัด กลับมา เจอหนูในกรง!! 

 

และตัวใหญ้มากกกกก โอย จะเป็นลมรอบสอง นี่ชั้นนอนกับหนูมานานขนาดไหนนะเนี่ยTTwTT สุดท้ายก็เอาไปปล่อยตามระเบียบ

 

 

 

 

 

เริ่มทนไม่ไหวละ...จนวันนึงไปเดินตลาด และเห็นซุ้มพระและเทพต่างๆ เลยเข้าไปคุย แล้วเค้าพูดเรื่องพระพิฒเนศขึ้นมา และพูดว่า "ท่านมีบริวารเป็นหนู"

 

เท่านั้นแหล่ะ เก็ทขึ้นมาทันทีเลย หรือว่าจะใช่!!

 

บวกกับมาม๊า แม่ของพี่โจ้บอกว่า ตาวลองเอาท่านไปบูชาที่โรงเรียนดูสิ เพราะว่าพระพิฆเนศเนี่ยเหมาะกับพวกครูไว้บูชา เราก็เลย อ่ะๆๆ ไหนๆ เราก็ทำงานด้านนี้ละ บูชาไว้ก็ไม่เสียหาย เลยย้ายท่านไปไว้ที่โรงเรียนแทน (นักเรียนหลายๆ คนจะเห็นพระพิฆเนศที่โรงเรียน หลายคนมาบูชาด้วย หนึ่งในนั้นคือน้องก้อย ที่กำลังบินไปเทรน Emirates เมษานี้ อิอิ) 

 

และพอย้ายพระพิฆเนศมาที่ รร.......หนูที่บ้านก็หายไปแบบไร้ร่องรอย

 

images by free.in.th

 

 นี่คือเศียรพระพิฆเนศที่เราบูชาที่โรงเรียนในตอนนี้ (ของในรูปคือนักเรียนเอามาไหว้ เพราะนางติดปีกไปแล้ว) หลายคนบอกว่า ที่จริงแล้วเศียรพระพิฆเนศเนี่ยท่านแรงมาก ส่วนใหญ่จะเป็นเฉพาะครูบูชากัน แอร๊ยย 

 

 

น่าตกใจมาก ที่บ้านไม่เคยมีหนูมาก่อนเป็น 10-20 ปี ก็มามีเมื่อมีพระพิฆเนศ และพอย้ายท่านออกไป หนุก็หายไปด้วย...

 

และตอนนี้ที่ รร. เราก็คิดในใจ เอ...แล้วจะมีหนูที่โรงเรียนมั้ยน้า คงไม่หรอกมั้ง เพราะเรานำท่านไปไว้ชั้นสอง แต่เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ เราย้ายท่านลงมาไว้ชั้น 1 และก็เห็นรถของเจ้าของตึกเอาลูกเหม็นวางไว้รอบคันเลย เราเลยถาม....ในใจหวังว่าอย่าให้เป็นอย่างที่คิดเล้ยยย

 

แล้วคำตอบก็คือ... อ๋อ พักนี้หนูมันเข้ามากัดสายไฟ เลยวางไว้

 

เรานี่ ตึ่งงงงงงงงงงงงง......ซวยแล้ว เลยต้องไหว้บอกท่านว่า อย่าให้บริวารท่านมารบกวนคนทีตึกเลยน้าา T___T 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่ดีอีกอย่างคือ.... เราเคยคุยกับพี่โจ้ไว้ว่า อยากทำบุญสร้างพระพุทธรูปมากก แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ไม่รู้จะไปทำที่ไหน แล้วก็ดองโปรเจ็คนี้กันมาหลายเดือน

 

จนกระทั่งได้มาเจอพระอาจารย์ พอเสร็จธุระทุกอย่าง อยู่ๆ พระอาจารย์พูดขึ้นมาว่า

"อยากสร้างพระมั้ย?"

เรากับพี่โจ้นี่มองหน้ากันทันทีเลย รีบตอบว่า อยาก!! 55555 

 

ท่านบอกพระองค์นี้ที่จริงมีคนจะสร้าง แต่บุญเค้าคงไม่ถึง ทำให้สร้างไม่เสร็จ เราถามว่าเราสนใจจะสร้างต่อมั้ย เลยตกลงไปในทันที และอิ่มในบุญมาก เพราะว่าเป็นความตั้งใจตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เหมือนประจวบเหมาะพอดีกับการได้มาที่นี่ 

 

images by free.in.th

 

พระพุทธรูปองค์ที่เรากับพี่โจ้ร่วมกันสร้าง...ดีใจจุง ^___^

 

 

 

 

 

เรื่องราวที่บอกว่า "ลี้ลับ" ก็เกิดขึ้นที่เชียงใหม่ประมาณนี้....นี่คือสาเหตุที่พวกเราไปเชียงใหม่กันบ่อย ทั้งทำงานด้วย แล้วก็ทำบุญด้วย อย่างล่าสุด ไปเชียงใหม่ 3 วัน อยู่วัดตั้งแต่ 10 โมงเช้า ไปถวายเพล แล้วอยู่สนทนาธรรมกับพระอาจารย์ จน 5-6 โมงเย็นตลอด แต่รู้สึกว่าการมาวัด ไม่ได้น่าเบื่อแบบเมื่อก่อนแล้ว...ตอนนี้รู้สึกอินมาก

 

 

เมื่อก่อนนั่งสมาธิไม่เคยจะเกิน 2 นาที เพราะจิตไม่นิ่ง ตอนนี้เริ่มภาวนาได้นานมากขึ้น นั่งสมาธิ กำหนดจิตได้นานมากขึ้น 

 

มีสติรู้เท่าทันหลายๆ อย่าง เช่น ความโกรธ เมื่อก่อนเป็นคนขี้หงุดหงิด ขี้รำคาญ ตอนนี้พอเริ่มรู้ว่าเราอารมณ์ขึ้น ก็จะบังคับได้เร็วขึ้น รู้ตัวว่ากำลังโกรธ ก็ลดลงได้เร็วขึ้น ใจเย็น มองปัญหาอย่างมีสติมากขึ้น และเหมือนจะ "สงบ" ได้ดีกว่าเดิม

 

 

 

ทุกวันนี้หลายๆ อย่างก็ยังหาคำตอบไม่ได้นะ และเรื่องปาฏิหารย์ผลบุญ เราเองก็ยังกึ่งๆ ไม่ค่อยเชื่อมากเหมือนเดิม แต่สิ่งที่ได้จากการเปิดโลกทัศน์ในครั้งนี้คือ เราเข้าถึงคำว่า "ทาน ศีล ภาวนา" 

 

...ซึ่งคิดว่า เป็นการเข้าถึงและค้นพบอะไรที่ยิ่งใหญ่ (ในความคิดเรา555)

 

...เราทำทานมากขึ้น และแสวงหาการทำทานมากขึ้น เมื่อก่อนเวลาเรามี 100 เราจะแบ่งให้แค่พ่อแม่ ครอบครัว เพราะท่านคือผู้มีพระคุณ เพราะท่านคือคนที่เรารัก แต่เดี๋ยวนี้ มี 100 เราแบ่งให้ทั้งคนที่รัก และ คนทั่วไปที่ขาดแคลน รู้สึกจิตใจอ่อนโยนมากขึ้น แบ่งปันมากขึ้น และที่ดีคือ "ความรู้สึก" ตอนทำทานนั้น มีความสุข และ สลบมากๆ

 

...เราถือศีล ทุกวันนี้ถือศีล 5 เกือบทุกวัน ที่บอกว่าเกือบทุกวันเพราะว่าบางวันยังแอบมีด่าคนในใจ เช่น เวลาขับรถ 5555 หรือเดินผ่านคนตัวเหม็น ยังแอบนินทาในใจ ซึ่งพระอาจารย์บอกว่า พวกนี้ก็ไม่ได้เลย เราต้องควบคุมให้ได้ ถ้าทำตรงนี้ได้ ถือว่ามีศีล 5 ครบเลย 

 

...ภาวนา ข้อนี้ยากมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก มากถึงมากที่สุด สองข้อแรกง่ายมากเมื่อเทียบกับข้อนี้ นั่นก็คือการ นั่งสมาธิ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทำไม่ได้มาตลอด เพราะจิตเราไม่ค่อยนิ่ง เวลาก่อนนอนก็ชอบแว๊บคิดนั่นคิดนี่ จินตนาการล้านแปด แต่ตอนนี้เริ่มนิ่งขึ้นแล้ว โดยเฉพาะตอนไปที่วัด และนั่งสมาธิพร้อมพระอาจารย์ คือ ล่าสุดที่ไปมา แปลกใจตัวเองมาก เพราะนิ่งมาก และล่อกแล่กน้อยมาก 

 

 

ตอนนี้ขอแค่ สามสิ่งนี้ ก็ดีใจละ ^___^

 

 

 

 

 

 

ที่จริงแล้วมีเรื่องลี้ลับที่เขาใหญ่อีกนะ เดี๋ยวเอาไว้เล่าตอนหน้า ที่ยิ่งทำให้เราตกใจเข้าไปอีก 555

 

 

ตอนนี้ขอเล่าเรื่องที่เชียงใหม่ก่อนละกัน....

 

วันที่ไม่ได้อยู่วัด ก็ได้ไปเทีย่วกันตามประสา เพราะว่าตาวเองไม่ได้ไปเชียงใหม่มานานมากกก ตั้งแต่สมัยเด็กๆ เลย น้องเพลงเลยพาไปเที่ยวหลายที่

 

แน่นอนว่าที่แรกที่ต้องไปคือ "วัดพระธาตุดอยสุเทพ"

ไม่ได้ไปมานานมากกกก แล้วก็สวยมากกก ดีใจได้ทำบุญไหว้พระอีกแล้ว 555 #ทริปทำบุญจริงๆ

 

 

ก่อนไปก็แอบตื่นมาตักบาตรตอนเช้าที่หลัง ม. กันก่อน ดีใจมากที่มาทัน 5555

images by free.in.th

 

 

 

 

จากนั้นก็ขับรถขึ้นดอยจ้าาา แอบมึนหัวด้วย คดเคี้ยวเหลือเกิน @___@

 

images by free.in.th

 

 

ฟ้าเปิด งดงามมาก ไม่มีเมฆเลย

 

images by free.in.th

 

images by free.in.th

 

มีให้เขียนระฆังแล้วห้อยไว้ที่รอบๆ พระธาตด้วย

images by free.in.th

images by free.in.th

แอบไปเสี่ยงเซียมซี ได้ใบดีมากก หวังว่าจะเป็นจริงนะ อิอิ

images by free.in.th

 

วิวข้างบนวัดพระธาตุดอยสุเทพ คือ สวยมากกก สวยมากจริงจัง ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะสูงขนาดนี้ บวกกับฟ้าเปิด เลยได้รูปออกมาสวยมาก

 

 

 

 

จากนั้นก็ไปลอยกระทงจ้า เราอยู่ไม่ถึงวันลอยโคมของเชียงใหม่ เสียดายมากก เพราะมันสวยมากก แต่ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวปีหน้ามาใหม่ เลยได้แค่ลอยกระทงตรงริมปิงเท่านั้น แต่แค่นี้ก็แฮปปี้แล้ว^^

 

images by free.in.th

images by free.in.th

 

ลอยไปแล้ววว เจ้ากระทง ^^ มีคนช่วยดันไปไกลๆ ด้วย 5555 

 

 

 

 

นอกจากนั้นยังไปเดินเล่นที่ท่าแพด้วย แชะภาพมาสักหน่อย ยืนยันว่ามาถึงแล้วจริงๆ 555

images by free.in.th

 

 

 

 

 

 

แต่ว่ามีสถานที่หนึงที่เราขอแนะนำทุกคนมากก เพราะเราประทับใจมากกก 

นั่นก็คือ ร้านอาหาร "กาแล"

 

 ที่นี่สวยมาก ด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ คือเดินเข้ามานึกว่าเดินเข้ามาในงานพืชสวนโลก มากกว่าาร้านอาหารอ่ะ 5555555 ดอกไม่เยอะมากก เห็นแล้วนึกถึงเมืองนอกเลย สวยมากจริงๆ 

 

และที่เรากรี๊ดดดด มากคือ "ไฮเดรนเยีย" เยอะมว้ากกกกกกกก อ๊ากกกก สลบกันไปเลย มีทุกสีทุกแบบ และดอกใหญ่ๆ ทั้งนั้น ถ่ายรูปกันเพลินเลยยย อยากมีบ้านแบบนี้มากๆ แต่อยู่ กทม. คงไม่รอด ร้อนเกิ้น TT___TT

 

images by free.in.th

images by free.in.th

 

โอย สวยมากก ปลื้มมมมมมม อยากล้มตัวลงนอนตรงนี้

 

ถ้าใครจะมา แนะนำมาว่าช่วง 5-6 โมงเย็นกำลังดี เพราะว่ายังมีแสงอาทิตย์ ถ่ายรูปสวยมาก แต่ตอนเราไปมืดแล้ว ขนาดมือยังถ่ายรูปออกมาสวยขนาดนี้ ตอนมีแสงจะขนาดไหน >.< ฟินเวอออออร์

 

 

 

 

ขอจบเรื่องที่เชียงใหม่ไว้เท่านี้ก่อน ถ้ามีอะไรอีกจะมาอัพใหม่ เดี๋ยวตอนหน้าจะเป็นเรื่องลี้ลับที่ไปเขาใหญ่บ้าง และทริปสิงคโปร์ยังไม่ได้อัพเลย แล้วเจอกันจ้าา

 

Comment

Comment:

Tweet