TJ Wedding [Part 2] @ Benedict Studio

posted on 03 Jun 2015 12:43 by nokutesu666 directory Lifestyle, Knowledge, Diary
มาแล้วค่าาา มาอัพเดทงานฉลองตอนเย็นของตาวและพี่โจ้ที่ benedict studio แล้วค่า
 
 
 
ก่อนอื่นต้องท้าวความก่อนว่า โจทย์ของงานฉลองแต่งงาน หรือ งานเย็นนี้คือ อยากได้แบบ outdoor (แบบเดียวกับงานเช้าเลย 55555 เป็นคนไม่ชอบอยู่ในห้องเหลี่ยมๆ ของโรงแรม) ได้เป็นสวนเลยยิ่งดี แต่งานเช้าเป็นแบบไทย เลยอยากได้สวนไทย งานเย็นเป็นชุดราตรี เลยอยากได้เป็นสวนสไตล์ฝรั่งแทน 
 
ตาวไปดูมาหลายที่ แต่ก็ไม่ได้ที่ๆ ถูกใจเสียที ไม่ว่าจะเป็น
 
- รร.สุโขทัย เอ้าดอร์น่ารักมาก แต่ช่วงมีนาเค้าไม่เปิด (เริ่มร้อนและยุงเยอะ)
- วังจักรพงษ์ แอร๊ยยย ที่นี่ชอบมากก สวยมากก แบบงานแต่งพี่เอมี่-ซี แต่ราคาโหดมากกก รับแขกได้แค่ 150 คน แต่ราคาหลักล้าน T^T แพงป๊าย แพงไป
- โพธาลัย สวย สะดวก ราคาไม่แพง แต่เซลส์ไม่โอ 
นอกจากนั้นก็ยังมีดูที่ไกลออกไป ตามนนทบุรี ปทุมธานี แต่ก็ไม่ไหว ไกลเกิ้น สงสารแขก - -"
 
 
 
แต่อยู่ดีๆ ก็มีน้องต้า รุ่นน้องที่กาต้าร์ส่งข้อความมาทางเฟสบุ๊คว่า เห็นพี่ตาวกำลังตามหาสถานที่จัดงานแต่งงานอยู่ ลองพิจารณาที่ๆ น้องเค้าทำงานอยู่มั้ย นั่นก็คือ Benedict Studio นั่นเองค่ะ
 
ที่จริงแล้ว ตาวก็สนใจที่นี่อยู่เหมือนกันนะ แต่ด้วยความที่เห็นว่าดาราไปจัดกันเยอะ ไหนจะโตโน่-แตงโม นัทมีเรีย-อั้ม เลยคิดว่าราคาต้องแพงมากกกกแน่ๆ งบทุกอย่างเราออกกันเองทั้งตาวและแฟน เลยอยากให้งานไม่เกินงบที่ตั้งใจไว้เท่าไหร่ 
 
แฟนบอกว่าลองคุยดูก่อนละกัน เลยสอบถามน้องต้าไปค่ะ
 
ปรากฏว่าราคาไม่ได้แพงอย่างที่คิด บวกกับน้องต้าก็เสนอมาว่า ลองใช้ทีม organize ของน้องต้าด้วยมั้ย คือเป็นแพคเกจไปเลย ค่าสถานที่ + ค่าออแกไนซ์ ก็จะได้ราคาพิเศษ
 
ด้วยความที่เราคิดว่า เออก็ดีนะ ไม่มีเวลาจัดงานเองแน่นอน ยังไงก็คิดไว้ว่าต้องใช้ออแกไนซ์อยู่แล้ว แต่ยังไม่มีออแกไนซ์ในใจ แถมสถานที่นี้ถ้าใช้ออแกไนซ์ของเค้า ซึ่งรู้จักสถานที่ดีอยู่แล้วก็น่าจะโอเค เลยตัดสินใจเลือกแบบแพคเกจสถานที่ + ออแกไนซ์
 
ซึ่งแบบที่ตาวและแฟนเลือกคือสำหรับแขก 300 คน ราคาตกอยู่ที่ประมาณ 550,000 บาท รวมค่าอาหาร สถานที่ และตกตแต่งแบบพื้นฐาน ซึ่งเราไปดูสถานที่มาแล้ว มันสวยอยู่แล้ว ไม่ต้องตกแต่งอะไรมากก็โอเคแล้ว คิดว่าคงไม่ได้เพิ่มอะไรเท่าไหร่หรอก เลยตัดสินใจเอาตามแพคเกจนี้ทันที
 
บวกกับพอคุยกับทาง Benedict ก็ต้องตกใจอีกที เพราะวันที่เราจะแต่งกัน คือวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม ว่า่งอยู่วันเดียว นอกนั้นเต็มไปจนเกือบสิ้นปีแล้ว!! แว๊กกกกกก นี่คือจิตวิทยารึป่าวเนี่ย?? 555555 เอาก็เอาวะ ขี้เกียจคิดมาก เพราะเวลาก็ใกล้แล้ว ไหนจะเรื่องจุ๊กจิ๊กๆ อีก
 
 
 
images by free.in.th
 
 
อย่างที่บอกว่าเราเห็นว่าสถานที่สวยอยู่แล้ว ไม่ต้องตกแต่งอะไรมากมาย ทางน้องต้าเองก็สอบถามมาถึงเรื่อง Theme ของงาน บอกเลยว่าไม่ต้องคิดมาก เราเน้นทุกอย่างด้วย "ดอกไฮเดรนเยีย" ดอกไม้โปรดของเรา
 
ตามจุดต่างๆ ก็ตกแต่งตามความเหมาะสม ไม่ได้เน้นอะไรมาก เรียกว่าเรียบง่าย เราเองก็ไม่มีความต้องการแบบเป๊ะๆ ในใจมาก รู้แค่อยากให้ห้อมล้อมด้วยดอกไฮเดรนเยีย จบ 55555 แถมยังใช้ของปลอมปนกะของจริงด้วย เพื่อความประหยัด 55555
 
อีกจุดนึงที่อยากประหยัดคือ Backdrop ทางน้องต้าก็เสนอมาหลายแบบ แต่เราก็ยังไม่ถูกใจ แถมยังคิดว่าทำไมต้องเอาดอกไม้มาทำให้เปลือง พอดีกับเหลือบไปเห็นผนังของตึกที่เค้าทำเป็นปูนเปลือย ผสมกับอิฐ แล้วมีไม้เลื้อยเกาะอยู่ เลยปิ้งไอเดียว่า เอาตรงนี้ทำเป็น Backdrop เลยได้มั้ย จะได้ไม่เสียของ และไม่ต้องทำอะไรใหม่ แค่ตกแต่งนิดหน่อย และทำป้าย TJ ห้อยก็พอ อิอิ ประหยัดไปได้อีก
 
น้องต้าเองก็ชอบใจ บอกเป็นคนแรกเลยที่ทำแบบนี้ สบายเค้าล่ะ5555
 
 
images by free.in.th
 
ใช้ดอกคัตเตอร์แซมตรงพื้นเพื่อปิดร่องดิน บวกกับมีเปียโนเก่าๆ ตั้งอยู่ เลยให้ดอกไม้มาแซม เป็นพร็อพสวยงามได้อีก ^^
 
 
นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรมาก ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ เรื่องอาหารบ้าง ตกแต่งบ้าง ถือว่าการสรุปงานและอื่นๆ เป็นไปอย่างรวดเร็วเพราะน้องต้าเองก็ทำงานเร็ว และเราไม่เรื่องมาก 555555 คืออะไรก็ได้ ไม่จุกจิก 
 
 
images by free.in.th
 
ที่เราชอบมากคือ แต่ละห้องเค้าตกแต่งสวยมากกกกก ดูดิบๆ แต่หรู เป็นสไตล์ที่เราไม่ค่อยได้เห็นในชีวิตประจำวันของไทยเท่าไหร่ หลงรักเลยล่ะ อย่างห้องนี้ในรูปเราก็ใช้เป็นห้องยกน้ำชาก่อนพิธีเริ่มค่ะ
 
 
แต่กว่าจะได้ข้สรุปเป็นที่นี่ก็เล่นเอาทะเลาะกันเยอะเหมือนกันนะ เพราะแฟนเราเองก็สไตลืผู้ช๊ายผู้ชาย คือ ไม่ค่อยสนใจรายละเอียดงาน บางทีเราถามว่าอันนั้นจะเอาแบบไหน อันนี้จะเอาแบบไหน ทำแบบเป็นช้อยส์มาให้จิ้มแล้วนะ เพราะคิดว่ายังไงเค้าก็คงช่วยคิด ออกแบบมากไม่ได้ พ่อคุณยังคงอาร์ตติส บางทีไม่เลือกก็มี - -" หลายคนบอกว่ามาทะเลาะกันครั้งแรกตอนงานแต่งนี่แหล่ะ....เข้าใจเลย แต่เพราะหลายคนเตือนมาเยอะว่าให้ใจเย็นๆ หญิงชายมีความคาดหวังกับงานแต่งงานไม่เหมือนกัน เพราฉะนั้นต้องค่อยๆ คุยกัน เลยไม่ค่อยทะเลาะกันมากเท่าไหร่
 
แต่ที่หนักหน่อยคือ ทะเลาะกับป๊าพี่โจ้ T^T
 
งานเช้าที่เพชรบูรณ์เราถือว่าเป็นงานของฝ่ายหญิง คือแขกฝ่ายหญิงซะเยอะ งานเย็นเราเลยแทบไม่เชิญแขกฝั่งเราเลย เชิญแต่เพื่อนๆ และญาติสนิทเท่านั้น (ไม่เกิน 50 คน) นอกนั้นแขกที่เหลือเรายกให้ทางฝ่ายชายหมดเลย 
 
ซึ่งที่จริงแล้วตอนแรกก็เหมือนจะเป็นไปด้วยดี บอกกับป๊าว่าขอเชิญแขกไม่เยอะนะคะป๊า เพราะอยากได้แต่คนสนิทๆ ไม่อยากไปยืนถ่ายรูปกับใคร ยิ้มปากแห้งแล้วไม่รู้จักสักคน ซึ่งป๊าก็เห็นด้วย เพราะป๊าเชิญแขกแบบจัดเต็มไปแล้วตอนงานแต่งพี่ชายแฟนเรา (แขกเป็นพัน) งานนี้ลูกชายคนที่สองแล้ว เลยเกรงใจแขก เป็นอันว่าเข้าใจกันโดยดี (ตอนแรกแอบเสียวเหมือนกันเพราะป๊าเค้ารู้จักคนเยอะ มีหน้ามีตาในสังคม)
 
ซึ่งเราและพี่โจ้ก็ลืมไป สื่อสารกับป๊าไม่ดี ป๊าคิดว่ารูปแบบงานก็เหมือนงานแต่งงานอื่นๆ คือเป็นห้องโถงใหญ่ๆ แล้วแขกนั่งโตีะจีน ไม่ก็ยืนค็อกเทล แต่มันไม่ใช่!! T^T 
 
ที่ Benedict นี้เค้าแบ่งโถงพิธีที่นึง ห้องอาหารที่นึง ห้องที่เป็นโตีะสำหรับแขก VIP ไว้นั่งทานอาหารอีกห้องนึง ละแยกห้องเล็กๆ เป็นมุมต่างๆ ไว้อีกเยอะมาก 2-3 ห้อง พอป๊ามาดูสถานที่จริงถึงกับลมแทบจับ!!! T^T เค้าบอกไม่คิดว่าจะเป็นยังงี้ แล้วแขกผู้ใหญ่จะทำยังไง ตอนพิธีต้องเดินออกไปข้างนอกเพื่อดูเหรอ ตรงหน้าพิธีก็ไม่มีเก้าอี้ให้ อาหารก็ต้องเดินไปตักอีกห้อง คนแก่เค้าก็หลงกันหมด แบบนี้ไม่ได้ๆ 
 
ขนาดเราบอกแล้วนะว่าเดี๋ยวมีบริกรคอยช่วย ป๊าก็ไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ สุดท้ายป๊าเลยบอกว่า แบบนี้คงเชิญแขกใหญ่โตไม่ได้นะ เชิญได้แต่เพื่อนๆ ป๊าเท่านั้นแหล่ะ งานวัยรุ่นเกินไป ป๊าไม่กล้าเชิญ..... ก็แอบใจแป้วไปเล็กน้อย เพราะกลัวป๊าจะเสียความรู้สึก แต่สุดท้ายก็ปรับความเข้าใจกันได้ค่ะ ป๊าก็เข้าใจว่าลูกอยากได้งานเล็กๆ กันเอง สรุปเลยลดแขกไปในตัวด้วย (ตออนแรกขนาดบอกป๊าว่าเชิญแขกไม่ต้องเยอะนะ ป๊าลิสต์มา 500 กว่าคน =[]=!!! บอกวาเนี่ยน้อยแล้ว กรี๊ดดดด จิเป็นลม) 
 
 
นี่ก็เป็นอีกข้อเสียของการจัดงานแนววัยรุ่น....ผู้ใหญ่เค้าเข้าถึงยาก และเข้าใจยากมากๆ ต้องอธิบายและโน้มน้าวกันนานนนนน
 
 
 
 
 
 
 
 
เอาล่ะมาถึงวันงานกันดีกว่า.....
 
 
 
 
 
มาถึงบรรยากาศรอบๆ งานกันค่ะ เราไม่มีการถ่าย pre-wedding เป็นเรื่องที่เราเห็นพ้องต้องกันมาก 55555 มันเปลือง! ถ่ายทำไม เดี๋ยววันจริงๆ ก็มีรูปเก็บไว้ดูแล้ว (จะมีสักกี่คนเชียวที่เอารูปพรีเว็ดดิ้งออกมาดูบ่อยๆ แค่ตอนนี้เราก็ไม่ค่อยกลับมาดูรูปแต่งงานเท่าไหร่ละ ก๊ากก) และอยากใส่ชุดแต่งงานตอนวันแต่งเลย ให้มันตื่นเต้นทีเดียว เลยประหยัดงบตรงนี้ไปได้อีกโข 
 
รูปในงานที่เอาไว้โชว์ก็จะเป็นรูปที่เราไปถ่ายตามสถานที่ต่างๆ ด้วยกันจริงๆ เลยค่ะ 
 
ก็ถือว่าโชคดีที่ยังพอมีรูปบ้าง 5555 เพราะเข้าใจนะ บางคู่ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปด้วยกันเลย แต่บางรูปของเรานี่่ก็เอามาขยายซะจนภาพแตกปิ๊กก็มี ฮ่าๆๆ ยังดีที่ที่บ้านเป็นสตูดิโออัดรูป ทุกอย่างเลยฟรี สปอนเซอร์โดย Up2U Studio อิอิ (กรอบก็ฟรี เอามาใส่รูปเราแล้วก็ถอดไปขายที่ร้านต่อ 555555555) 
 
 
images by free.in.th
 
ภาพตอนไปเที่ยวเขาใหญ่....บ้านหลังที่สองของเรา 
 
 
images by free.in.th
 
ภาพจากงานแต่งงานพี่โก้ พี่แพร ขอบคุณ พี่อั๋น Keepmoment สำหรับรูปนี้มากค่ะ คือพี่แพรจ้างเค้าไปถ่ายงานแต่ง แต่เราได้แถมมารูปนึง ในฐานะเพื่อนตากล้อง5555
 
 
images by free.in.th
 
ภาพจากตอนไปเที่ยวญี่ปุ่นกัน ที่เมืองฮาโกดาเตะ ^___^
 
 
images by free.in.th
 
และแน่นอน....ต้องมีภาพเซ็ทนี้ ภาพตอนขอแต่งงานที่ภูเก็ตเมื่อวันที่ 7 กพ. ที่ผ่านมา เป็นเซ็ทที่เราชอบมากและรักมาก ถ่ายจากกล้องมือถือนี่แหล่ะค่ะ 55555 ทางทีมงานน้องต้าก็จัดวางได้สวยงามน่ารักมาก กุ๊บกิ๊บสุดๆ ตอนนี้ภาพเซ็ทนี้ก็ตั้งในห้องนอนของเรา 2 คนด้วยล่ะ อิอิ เห็นทีไรก็มีความสุข
 
 
ส่วนบรรยากาศในงานก็อย่างที่บอกว่าเน้นตกแต่งด้วยดอกไฮเดรยเยีย แม้แต่เค้กก็ยังบอกว่าเอาไฮเดรนเยีย 5555 (เค้กปลอมหมดเลยนะจ้ะ ประหยัดงบ แต่เค้าเอาครีมๆ เคลือบด้านนอกเลยเหมือนของจริง เวลาตัดก็จะเป็นรอยตัดเหมือนของจริงเลย)
 
images by free.in.th
 
 
images by free.in.th
 
เสาโรมันรอบๆ บริเวณพิธีก็ตกแต่งด้วยไฮเดรนเยีย 55555 คือ สีฟ้า ม่วง ชมพู เต็มงานไปหมด ออแกไนซ์เซอร์ไม่ต้องคิดแทนเลยว่าจะเอาดอกอะไรดี เจ้าของงานรักเดียวใจเดียว อิอิ
 
 
images by free.in.th
 
แม้แต่ในห้องไลน์อาหารก็ตกแต่งด้วยไฮเดรนเยียเป็นหลัก ทั้งหมดทั้งมวลนี่เรียกว่าดอกไม้ปลอม 80% เลย มีแซมของจริงเฉพาะอันต่ำๆ ที่คนจับถึง เพื่อความสมจริง อันบนๆ ไม่มีคนสนใจหรอกจริงไม่จริง (ถึงไม่จริงก็คิดว่าคนไม่ค่อยสนเท่าไหร่ ประหยัดงบไปได้อีก แถมสวยทน ไม่ต้องกลัวเหี่ยว เพราะไปงานเพื่อนมา ใช้ไฮเดรนเยีย แปปเดียวเหี่ยวไหม้แล้ว เพราะเค้าทนสภาพอากาศบ้านเราไม่ไหว)
 
 
 
 
งานเราเริ่มค่อนข้างเร็ว ตามที่วางแผนไว้คือ 17.30 น. เพราะอยากให้มาตอนยังีแสงอาทิตย์ เพื่อมาถ่ายรูปสวยๆ กัน สถานที่มันสวยอ้ะ >.< แต่เรามาแต่งหน้าตั้งแต่ตอนเที่ยง เพราะว่าเดี๋ยวต้องมียกน้ำชาก่อนเริ่มพิธีอีก
 
งานนี้เราเลือกให้พี่ปั๋มแต่งหน้าให้อ พี่เค้าน่ารักและเป็นกันเองมากกก แต่งหน้าสวย แต่ติดตาสองชั้นให้เราซะหนาไปนิด ตาเลยปรือตลอด ขนาดเราเบ่งตาเต็มที่แล้วนะ ยังเหมือนคนตาสลึมสลือ 55555 มีแต่คนทักว่าเหนื่อยเหรอ? = =" 
 
images by free.in.th
 
 
อีกสิ่งหนึ่งที่ฝันมานาน และฟินมากๆๆๆๆๆ คือการได้ใส่ Veil หรือผ้าคลุมหัวแบบยาววววว ใฝ่ฝันมานานแล้วว่าต้องใส่สักครั้งในชีวิต สำหรับงานแต่งงานครั้งนี้คือไม่ว่าชุดจะยังไงขอเวลยาวและฟูฟ่องไว้ก่อน 5555 
 
 
images by free.in.th
 
ยาวไม่ยาวลองดูว่าถึงขนาดเพื่อนเจ้าสาวต้องช่วยกันถือ 55555 ยาวกว่ากระโปรงอีก 
 
 
 
images by free.in.th
 
ลุครวมๆ กับเพื่อนเจ้าสาว เพื่อนเจ้าสาวเรามีน้อยเนอะเทียบกับงานคนอื่น 55555  แถมยังหลากหลายมาก ทั้งเพื่อนอักษร เพื่อนคอสเพลย์ เพื่อนแกงค์แฟนๆ (แกงค์อาซ่อ) ชุดเพื่อนเจ้าสาวเราก็อยากได้สไตล์เรียบง่ายน่ารัก เพราะงานเป็นเอ้าดอร์ เดินเหินสะดวก และแน่นอนต้องมีหมวก อิอิ เป็นธีมของงานเลย แขกต้งอใส่หมวกเฉียงมางาน แบบสไตล์ผู้ดีอังกฤษ (ไม่กำหนดสี ใส่สีอะไรมาก็ได้ เพื่อนเราใส่สีดำมายังมี ฮ่าๆๆ)
 
ถือว่าเป็นอีก gimmick ที่แขกๆ สนุกมากในการตามล่าหาหมวก และได้ใส่ชุดสไตล์นี้สักครั้งในชีวิต แฟนซีสุดๆ
 
images by free.in.th
 
บรรยากาศแขกและเพื่อนๆ ที่มาร่วมงาน..... แต่งกันชิลๆ สบายๆ พร้อมพร็อพ ส่วนผู้ชายเราก็บอกว่าสบายๆ นะ ไม่ต้องสูทก็ได้ แค่กั๊กแบบหล่อๆ ก็โอเคแล้ว หรือแค่เชิ้ตก็ได้ ประเด็นคือกลัวร้อนกัน 55555
 
 
 
 
 
พอแต่งตัวแต่งหน้าเสร็จ ก็ต้องรีบมายกน้ำชากันก่อนเลยค่ะเพราะสายกว่าที่คิดไว้มาก งานยกน้ำชานี้จะเป็นสำหรับญาติๆ ฝั่งพี่โจ้ทั้งหมด ฝั่งเราไม่มี เพราะเราไม่จีน 555 พิธีเรียบง่าย ไม่มีอะไรมากค่ะ คือ ยกน้ำชาใหญ่ผู้ใหญ่ดื่ม มอบของชำร่วย และผู้ใหญ่ก็จะมอบเงินก้นถุงสำหรับคู่แต่งงานใหม่มาให้ค่ะ (ได้ทุนคืนก็ตรงนี้นี่แหล่ะ ก้ากก)
 
 
images by free.in.th
 
images by free.in.th
 
ป๊าม๊าพี่โจ้....
 
 
 
 
พอยกน้ำชาเสร็จแล้วก็ต้องรีบออกมาหน้างานเพื่อรับและถ่ายรูปกับแขกค่ะ บ่าวสาวยังไม่ออกมา แต่แขกมารอเยอะมากแล้ว แอร๊ย รู้สึกผิด เพราะทุกอย่างดีเลย์ไปหมดเลย (เจ้าบ่าววิ่งไปหาซื้อ cufflink วินาทีสุดท้ายเลยล่ะ5555) 
 
 
images by free.in.th
 
พี่เฟิร์น พี่แพร เพื่อนเจ้าสาวกำลังเตรียมรับแขกที่โต๊ะ Reception (ทุกอย่างออแกไนซ์จัดมาหมด เราไม่ได้เอาอะไรไปเลย5555) งานนี้ต้องขอขอบคุณเหล่าเพื่อนเจ้าสาวแสนน่ารักที่ทุกคนน่ารักมากกก ช่วยเราตลอดทุกอย่าง ตั้งแต่ตอนเลือกชุดแล้ว ไม่มีใครเรื่องมากสักคน เราอยากได้ชุดแบบไหนจัด เรื่องเงินก็ไม่เกี่ยง บอกว่าเอาให้เจ้าสาวสบายใจ แม้แบบชุดนี้ตัวเองจะใส่ไม่สวย หรือไม่ชอบก็ตาม 
 
แถมวันงานยังคอยอำนวยความสะดวกเราแบบสุดๆ!! (เคยไปบางงาน เพื่อนเจ้าสาวคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าสาวเองหรือเปล่า มัวแต่แต่งหน้า เติมแป้ง เน้นสวย ไปถ่ายเซลฟี่ ไม่มาช่วยหยิบจับอะไรในงานเลย เจ้าสาวจะเรียกตัวมาถ่ายรูปยังหาตัวแทบไม่เจอ - -")
 
แต่งานนี้เพื่อนๆ ทุกคนคือมาเฝ้าเราตั้งแต่ตอนเรานั่งแต่งหน้า ถามว่าจะเอาอะไร จะไปไหน ยกชุดเจ้าสาวให้ตลอด ประจำหน้าที่ ตำแหน่งต่างๆ อย่างแข็งขัน คอยป้อนน้ำ ป้อนขนมเราตลอดเวลา กลัวเราจะหิว กลัวเราจะเหนื่อย ซับหน้า เติมแป้ง เติมปาก คอยเปลี่ยนรองเท้า ถามว่าเมื่อยมั้ย ดูแลแทบจะทั้งหมดในงานให้ พี่แพรก็อาสาเป็นแม่งาน คอยคุยกับออแกไนซ์ตลอด อยากจะร้องไห้ในความซาบซึ้ง T^T
 
 
 
 
 
ส่วนของชำร่วยเราเองก็มีโจทย์ว่าอยากได้อะไรเก๋ๆ และคนเอาไปใช้ได้จริง ใช้ได้จริงในที่นี่ไม่ใช่ปากกา สมุดโน้ตนะ เพราะพวกนี้ใส่ชื่อบ่าวสาวไปคนก็ไม่เอาไปใช้หรอก 55555 เลยนึกถึงของกิน ที่คนเอาไปแล้วกินได้ ใช้ได้เลย และอยากให้เข้ากับ theme งานด้วย 
 
ลองปรึกษาน้องฝ้ายดู น้องฝ้ายมีฝีมือในการทำขนมอยู่แล้วเลยเสนอมาว่า ทำ "แยม" มั้ย!! 
 
แอร๊ยยยย ชอบบบบ คือมีดูผู้ดีด้วย และเก๋ไก๋ด้วย เลยจัดไป!! 
 
images by free.in.th
 
หน้าตาแยมน่ารักๆ ที่น้องฝ้ายและเพื่อนช่วยกันทำมาให้ น่ารักมากๆ มีหลายรสทั้งกระเจี๊ยบ พีช และอื่นๆ พร้อมมป้าย tag เป็นโลโก้งานแต่ง ชื่อเรา และเขียน let's spread the love! (เล่นคำว่า  spread ที่ใช้กับแยมไ้ด้ด้วย....ไอเดียจาก pinterest ทั้งน้านนน 55555)
 
 
 
 
 
 
 
จากนั้นก็เป็นเวลารับแขกค่ะ....ก่อนอื่นแอบถ่ายกับเหล่าเพื่อนเจ้าสาวก่อน อิอิ (เพื่อนเจ้าบ่าวตามตัวยากมากกก เลยไม่ค่อยมีรูปรวมเลย)
 
images by free.in.th
 
อย่างที่บอกว่า backdrop เราเอาแบบประหยัด นั่นคือเอาผนังของทางสตูนี่แหล่ะ ไม่ต้องทำใหม่ (ไม้เลื้อยนั่นเค้าก็มีอยู่แล้ว) และทำแค่ป้าย T&J มาติด (Thou&Jo) เป็นเหล็กดัด แล้วติดไฟไว้ข้างหลัง พอเริ่มมืด เปิดไฟแล้วก็จะเป็นประมาณนี้ เก๋ๆ ไม่เคยเห็นใครทำ 55555 ป้าย TJ เอามาติดที่บ้านเขาใหญ่ต่อได้ด้วย 
 
 
 
 
 
 
 
พาร์ทต่อไปจะเป็นช่วงพิธี และ after party นะค้าาา เดี๋ยวจะรีบมาอัพต่อน้าาา
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

#3 By (175.139.91.150|175.139.91.150) on 2015-08-24 23:43

ตกใจเรื่องราคา แต่ดูรูปแล้วสวยคุ้มราคาเหลือเกิน

พี่ตาวสวยมาก งายบรรยากาศเย็นตามาเลย รอตามตอนต่อไปค่ะ

#2 By Chompigon(' v ')v on 2015-06-06 16:48

งานพี่ตาวน่ารักมากเลยยยย
คือแบบธีมเอย สถานที่เอยเข้ากันได้ดีเลยอ่ะ
ชุดเจ้าสาวก็สวย แต่คนใส่สวยกว่าน้า 
ชอบตรงของชำร่วยมากเลย คือแพ็กเกจน่ารัก
แถมเอาไปใช้ได้จริงๆ ยินดี(ย้อนหลัง)ด้วยนะคะ

#1 By luknam (1.10.201.169|1.10.201.169) on 2015-06-04 19:25