ได้ฤกษ์มาเขียนบล็อคเรื่องงานแต่งงานที่ผ่านมาแล้วจ้าาาา เย้ 5555 คือดองไว้นานเหลือเกิน จนครบรอบแต่งงาน 1 เดือนเมื่อวันที่ 7 เมษาที่ผ่านมานี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แหะๆ  สัญญาว่าจะขยันเขียนบ่อยๆ น้า คอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้เค้าด้วยน่อ >.<//
 
ขอเริ่มต้นด้วยงานแต่งตอนเช้าตามประเพณีไทยกันก่อนเนอะ เพราะเริ่มทยอยได้รูปจากช่างภาพแล้ว
 
 
 
งานนี้จัดที่ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์จ้า
 
เราเกิดที่เพชรบูรณ์ เป็นคนเพชรบูรณ์ แต่ไม่ได้เป็นคนเขาค้อน้า อยู่ในเมือง ข้างล่างเขานี่แหล่ะ แต่เหตุผลที่จัดเขาค้อคือ เรากับแฟน พี่โจ้ มีโจทย์งานแต่งที่ตั้งเป้าไว้เหมือนกันเลยคือ "ไม่อยากจัดในห้องโรงแรม" เพราะมันน่าเบื่อมาก หันไปทางไหนก็เหมือนกันไปหมด และอีกอย่างคือเราทั้งคู่ชอบต้นไม้มากกก ชอบปลูกต้นไม้ (หลายคนน่าจะจำได้ ไปปลูกต้นไม้ที่เขาใหญ่กันบ่อยมากๆ 555) และเหตุผลสุดท้ายคือ มีญาติๆ มาจากกรุงเทพ และจังหวัดอื่นๆ เยอะมาก เลยอยากให้ทุกคนได้มาเที่ยวเขาค้อด้วยเลยไปในตัว ได้สองเด้ง มาร่วมงานแต่งและมาเที่ยวด้วย
 
 
เราถือว่างานแต่งงานครั้งนี้จัดด้วยความรวดเร็วมากๆ เพราะเราทั้งคู่คิดจะแต่งงานกันเนี่ยคือช่วงเดือนธันวา 57 นี่เอง และพอไปหาฤกษ์ก็ดันได้เดือนมีนาที่จะถึงนี้เลย! เรียกง่ายๆ ว่ามีเวลาแค่ 2 เดือนกว่าๆ ในการเตรียมตัวทุกอย่าง!!
 
คือมันฉุกละหุกมากกก มีแต่คนไซโคว่า ตาว ไม่ทันแน่นอน! ต้องรีบนั่นรีบนี่ โอ๊ยยย ปวดหัวไปหมด ทั้งหาสถานที่ ทั้งหาเช่าชุด ทั้งรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ อีกมากมาย แทบจะเป็นลม
 
แต่ในความวุ่นวายนั้น เราก็ถือว่าเราโชคดีหลายๆ อย่าง หลายเรื่องที่คนรอบตัวบอกว่าต้องหายากแน้ๆ อย่างเช่นสถานที่ ก็กลายเป็นว่าเราได้สถานที่ที่ดีๆ อย่างคาดไม่ถึง
 
 
 
 
เช่นสถานที่จัดงานแต่งที่เพชรบูรณ์นี่ก็เหมือนกัน.... โชคดีที่คุณแม่ของพี่โจ้เป็นเพื่อนจุฬารุ่นเดียวกันกับ "น้าสน" เจ้าของรีสอร์ทเขาค้อทะเลภู บน อ.เขาค้อ ซึ่งบนรีสอร์ทนี้ร่มรื่นสวยงามมากกกก ทางรีสอร์ทเน้นสินค้า Organic ที่ผลิตเองทั้งขายในประเทศและส่งออกนอกประเทศเป็นหลัก 
 
หลังจากที่ลองคุยกันเราและพี่โจ้เองก็สนใจที่นั่นมากๆ เพราะเป็นงานในสวนแบบที่ต้องการเลย พอตกลงคุยกับน้าสน น้าสนก็ใจดีมากๆ ให้เราขึ้นไปดูสถานที่ได้เลย 
 
และพอไปถึงก็กรี๊ดดดดทีเดียว เพราะมันใช่มากๆ สวยมากๆ และที่สำคัญที่ที่นี่ไม้เปิดให้ใครใช้จัด event อะไรมาก่อนเลย น้าสนอนุญาติให้เรามาใช้เพราะเป็นลูกหลาน จึงเรียกว่าเป็นรายแรกและรายเดียวเท่านั้นที่ได้แต่งงานในนี้ (ยกเว้นว่าลูกหลานน้าสนคนอื่นจะมาใช้บ้าง แหะๆ)
 
 
 
 
 
อันนี้เป็นรูปวันงานแล้วจ้า เลยมีเก้าอี้วางบ้างแล้ว แต่อยากให้ดูว่าสวนมากสวยมากจริงๆ คือเป็นป่าแบบไม่ได้ประดิษฐ์มาก ร่มรื่นสุดๆ 
 
images by free.in.th
 
ตรงเกาะกลมๆ ตรงกลางนั่นคือส่วนที่ทำพิธีหมั้นและวางสินสอด เป็นเกาะกลางน้ำเลย วันแรกที่มาดูปุ๊บ ภาพออกปั๊บ อยากได้แบบนี้มากกก และแขกก็นั่งบนฝั่งรอบๆ 
 
 
images by free.in.th
 
ส่วนถ้ามองจากเกาะมาทางฝั่ง ก็จะเป็นแบบนี้จ้า ด้านหลังเป็นเรือนไทย ซึ่งปกติก็จะเป็นร้านอาหาร ที่ขายแต่อาหาร Organic เท่านั้น (ตามคอนเซ็ปต์รีสอร์ทเค้า) ซึ่งมันใช่มากๆ เรือนไม้กับสวน เข้ากันสุดๆ อิอิ แฮปปี้มากก
 
 
 
 
 
การมาจัดงานที่เพชรบูรณ์เป็นอะไรที่ยากมาก เพราะตัวเราทำงานอยู่กรุงเทพ และไม่ค่อยมีเวลาที่จะกลับไปดูแลจัดการเสียเท่าไหร่ ตรงนี้คือต้องขอบคุณแม่มากๆ ที่เป็นธุระให้แทบจะทุกอย่างเลย  ไม่ว่าจะคุยกับออแกไนซ์ (ต้องจ้างออแกไนซ์ ไม่งั้นแม่สลบแน่ๆ จัดการเองคนเดียวเลย) ขับรถขึ้นไปช่วยกันดูสถานที่ ดูเรื่องเมนูอาหาร เอาอาหารอะไรขึ้นไปเสริม และแน่นอนดูเรื่องที่พัก เราเหมาทั้งรีสอร์ทเลยเพื่อให้ญาติจากจังหวัดต่างๆ ได้มาพักด้วยกัน 
 
เรียกว่าไม่ใช่ดูแลแค่เรื่อของตัวงานแต่งเท่านั้น แต่ต้องดูแลแขก ที่พัก อาหาร พาไปเที่ยว ทุกๆ อย่างเลยเพราะเป็นเจ้าบ้าน เรียกว่างานนี้แม่ทุ่มเกินร้อย (และเหนื่อยเกินพัน55555)
 
 
 
 
คอนเซ็ปต์ของงานเราก็ง่ายๆ เลย นั่นคืองานแต่งในสวน ด้วยความที่สวนมันมีเอกลักษณ์อยู่แล้ว ไม่ต้องตกแต่งอะไรมาก งานนี้ออแกไนซ์เลยเบาใจไปเยอะ เนื่องจากว่าเราบอกเลยไม่ต้องแต่งอะไร เอาแค่ดอกไม้นิดๆหน่อยๆ ประดับพอให้รู้วาเป็นงานแต่ง อยากได้แบบออริจินอลเลย ทำให้ลดค่าใช้จ่ายเรื่องดอกไม้ไปเยอะมาก (ถ้าแต่งในโรงแรมต้องเสียค่าตกแต่งกว่านี้เยอะเพราะมันเป็นห้องเหลี่ยมๆ ไม่มีอะไรเลย) แต่ลำบากนิดนึงเพราะของทุกอย่างต้องขนไปบนเขาค้อ ทั้งเครื่องเสียง โต๊ะ เก้าอี้ เครื่องประดับ ดอกไม้สด และแน่นอน ที่พักทีมงาน เราต้องดูแลทุกอย่าง ก็เอาค่าใช้จ่ายส่วนอื่นที่ลดไปมาจ่ายตรงนี้เพิ่มนี่แหล่ะ 5555
 
 
พอใกล้ถึงงาน หลายคนทั้งเพื่อนพ่อและแม่ รวมถึงญาติๆ ทั้งหลายเริ่มถามถึง "Theme" ของงานว่าเป็นอย่างไร จะได้แต่งตัวมาถูก....เอาจริงๆ นะเราไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย คือคิดว่าทุกคนต้องเดินทางมาร่วมงานก็เหนื่อยมากแล้ว ยังต้องหาชุดกันอีก 
 
แต่ไปๆ มาๆ ลองถามดู ทุกคนอยากแต่งตัวให้เข้าธีมมากๆ เพราะถือว่าเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต เราเลยจัดไป ธีม "ชุดไทยในสวน" ง่ายมั้ย 55555 อยากให้ทุกคนแต่งชุดไทยมาร่วมงานกัน 
 
อย่างเราเองตื่นเต้นมากกกกที่จะได้ใส่ชุดไทย เพราะอยากใส่มานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้ใส่เสียที (ยิ่งตอนนี้เททรนด์แต่งชุดไทยกำลังมาแรง ยังคิดอยู่เลยว่าอยากใส่ชุดไทยไปเล่นน้ำสงกรานต์จัง อิอิ) 
 
 
 
 
 
นอกจากนี้ยังมีของชำร่วยที่เป็น epic มากกกก เพราะทุกคนตื่นเต้นกับของชำร่วยของเรามาก (