เมื่อช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา พ่อตัวแสบของเราต้องเข้า กทม มาเพื่อผ่าตัด "เสริมหมอนรองกระดูกคอ" ที่ รพ.รามา ค่ะ
 
ที่จริงเรื่องมันมีมาตั้งแต่ที่ว่าเค้าผ่าเปลีี่ยนข้อเข่าทั้งสองข้าง(ไม่พร้อมกันนะคะ) แล้วทีนี้เหมือนขาสั้นข้าง ยาวข้าง แล้วพ่อก็คิดเอาเองเพราะแบบนี้เวลาเดินมันกะเผลกๆ เลยลามมาถึงกระดูกสันหลังและคอแน่ๆ เลยมีอาการปวดคอ ขัดๆ เวลาหันไปซ้ายขวา เราก็แก้กันที่ปลายเหตุ พยายามหารองเท้าที่สูงข้างสั้นข้าง เวลาเดินจะได้พอดีบ้าง หรือใช้ไม้เท้าเพื่อบรรเทาอาการบ้าง แต่ผลปรากฏว่าอาการเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ....คือเริ่มชาที่ปลายนิ้ว และ แขนข้างขวา บางทีขับรถอยู่ดีๆ ก็ชาเหมือนตะคริวกิน ต้องจอดรถเพื่อที่จะนวดให้หาย
 
สุดท้ายแล้วเลยเข้ามาหาหมอ พอบรรยายอาการหมอเลยจับ X-ray ผลปรากฏว่าไม่ใช่เพราะขาหรืออะไรหรอก หมอนรองกระดูกคอมันบางลง จนทำให้กระดูกคอทรุดและเคลื่อนลง (กระดูกสันหลังตั้งแต่คอลงมาของคนปกติจะต้องตรง แต่ของพ่อ X-ray ออกมาแล้ว เอียงตั้งแต่ข้อ 3-4-5 แบบเคลื่อนเป็นตัว Z อย่างเห็นได้ชัดเลย)
 
ตอนแรกหมอก็ยังไม่อยากให้ผ่า เพราะการผ่าคอถือว่าเป็นผ่าตัดใหญ่ บริเวณคอมีเส้นประสาทค่อนข้างมาก ทำให้มันเสี่ยงต่อการเป็นอัมพาตหรืออื่นๆ เลยแนะนำการกายภาพมา แต่ผลปรากฏว่า 2-3 เดือนผ่านไป ไม่ดีขึ้น แย่ลงอีก คราวนี้อาการหนักคือ แขนซ้ายเริ่มอ่อนแรง!! ยกแขนได้แค่ครึ่งเดียว
 
.....คราวนี้เริ่มน่ากลัวกันละ เลยรับเข้ามาหาหมออีกรอบ หาหมอ 2-3 หมอ ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวว่า "ต้องผ่า"
 
 
 
เพราะอาการแขนอ่อนแรง คือสัญญาณเตือนแล้วว่ากระดูกคอกดทับเส้นประสาทหนักขึ้นแล้ว....
 
จึงต้องผ่าเพื่อที่จะเสริมหมอนรองกระดูกเข้าไป และเอาเหล็กดาม น็อตไขล็อคไว้ โว๊ะ!! ฟังยังกะ Iron Man T^T น่ากลัวมากๆ 
 
 
 
 
ตอนแรกพ่อก็กลัว ถึงจะผ่ามาเยอะก็เถอะ ทั้งเปลี่ยนเข่าสองข้างเป็นเหล้ก แขนหักก็ใส่เหล็กไว้ เหล็กจะทั้งตัวแล้ว ตอนนี้คอจะเหล้กอีก!! แถมเป็นการผ่าที่ใกญ่ที่สุดเท่าที่เคยผ่ามา แถมหมอยังบอกว่า หมอจอง ICU ไว้คืนแรกด้วยนะ เผื่อมีอะไรเกิดขึ้น......ยิ่งใจแป้งกันเลย
 
แต่ด้วยกำลังใจที่ดีจากคนรอบข้าง ทั้งครอบครัวและญาติ เพื่อนๆ บวกกับพ่อเป็นหนุ่มคิดบวก (เหมือนเรา อิอิ) เลยทำให้สู้มันได้ สุดท้ายพ่อก้เข้ามา admit รพ. ในวันที่ 20 กย. ที่ผ่านมา
 
 
images by free.in.th
 
โฉมหน้าคนป่วย พยาบาลเข้ามาที่ห้องถึงกับถามว่า "คนป่วยมาหรือยังคะ??" (เพราะตอนแรกยังไม่ได้เปลี่ยนชุด) คือเดินว่อนทั้งห้อง เก็บข้างเก็บของ ทำนู่นทำนี่ ไม่เหมือนคนป่วยเล้ยยยย ยังยิ้มลัลล้าได้อยู่จ้า
 
 
แล้ววันต่อมาวันที่ 21 พี่พยาบาลมารับพ่อเข้าไป ICU ตัั้งแต่ 7 โมงเช้า เราเป็นตัวแทนแม่ (น้องทำงาน) เดินตามไปส่งพ่อที่ห้องผ่าตัด เดินกุมมือกันไปเลย คือแอบใจหายนะ เพราะเราเองก็กลัว แต่ก็ต้องกลบเกลื่อนทำเป็นชิวๆ เพื่อไม่ให้พ่อหมดกำลังใจ ใช้ประโยคเดิมตอนที่พ่อผ่าเข่าคือ "ทำนมยังน่ากลัวกว่าอีกพ่อ เดี๋ยวตาวทำเป็นเพื่อนนะ" แล้วก็หัวเราะกันเฮฮากันปายยย
 
 
 
พอพ่อเข้าไป 7 โมงเพื่อให้แพทย์วิสัญญีดมยา แล้วก็เริ่มผ่าสักประมาณ 9 โมง คนรอก็รอแล้วรออีก เดิน นอน กิน เล่น ซึ่งหมอบอกว่าน่าจะเสร็จเที่ยง เที่ยงก็แล้ว บ่ายโมงก็แล้ว จนบ่ายสามก็ยังไม่ออกมา ทุกคนกระวนกระวาย แม้แต่ญาติๆ ก็ตามไลน์และโทรหาเรากันวุ่น ว่าเป็นยังไงบ้าง จนสุดท้าย พยาบาลเข้ามาบอกว่า ลงมาแล้ว อยู่ที่ ICU ตอน 4 โมงเย็น (ตั้งแต่ 7 โมงเช้า - 4 โมงเย็น =[]=!!)
 
 
 
พอลงไปดูก็แอบตกใจปนดีใจนะ ตกใจเพราะสายนู่นสายนี้ระโยงระยางเป็นไปหมด ดูน่ากลัว แต่ที่ดีใจก็เพราะพ่อรู้สึกตัวแล้ว บวกกับหมอกำลังให้ลองยกแขนซ้ายที่บอกว่าอ่อนแรงก่อนผ่า ตอนนี้ยกได้ทันทีทันใจเลย เพราะพอเสริมหมอนรองกระดูก เส้นประสาทที่โดนกดทับก็เป็นอิสระทันที ทำให้การผ่าตัดเห็นผลเลย ดีใจสุดๆ แม่นี่ยิ้มร่าเลย หลังจากที่เวิ่นมาทั้งวัน กังวลทำไมหมอผ่าไม่เสร็จซักที 555
 
images by free.in.th
 
แต่พ่อก็ยังไม่ค่อยมีสติเท่าไหร่ เพราะยังมึนยาอยู่ เลยยังคุยไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ บวกกับนอนแทบตลอดเลย แต่ห้อง ICU ที่นี่ดีมากๆเลยนะ พยาบาลดูแลดีมากก คือพ่อค่อนข้างแข็งแรง เลยแทบไม่มีปัญหาที่ต้องเรียกพยาบาลเลย เค้าเลยเหมือนกังวล เข้ามาดูบ่อยมาก ว่าโอเคมั้ย จะมีแค่เรื่องความดันสูงนิดหน่อย ตื่นเต้นง่าย พยาบาลมาจับเนื้อจับตัวทีไรความดันขึ้นทุกที 55555
 
 
 
images by free.in.th
 
น้องชายพอเลิกงานก็รีบมาเฝ้าทันที....ท่าจะเหนื่อยมาก ส่วนพ่อก็ยังมึนๆ เลยนอนพักตลอด มีปลอกคอแบบแข็งดามไว้ไม่ให้ขยับมาก แต่ที่จริงหมอบอกไม่ต้องก็ได้เพราะเอาเหล้กดามไว้ข้างในแล้ว ยังไงก็ขยับไม่ได้ 5555
 
ถือว่าาการผ่าตัดเป็นไปได้ด้วยดีค่ะ^^ บุญรักษาจริงๆ เลยครอบครัวเรา
 
 
 
 
แต่คืนนั้นพ่อต้องนอน ICU คืนนึงเพราะว่าต้องใกล้ชิดพยาบาล ทำให้แม่นอนค้างด้วยไม่ได้ พ่อต้องนอนคนเดียว (ปกติแม่จะมานอนเฝ้าพ่อตลอดทุกการผ่าตัด) แม่เลยต้องกลับคอนโดไปนอนกับเรา.....ปรากฏเป็นเรื่องเลยทีเดียว
 
เพราะคืนนั้นประมาณ 2-3 ทุ่มเราก็กลับกันละ เพราะเห็นพ่อง่วง หลับตลอด บวกกับเค้าไม่ให้อยู่เฝ้าดึก พอกลับมา ตอนเช้าก็ได้โทรศัพท์จากคุณพยาบาลว่า พ่อได้ออกจากห้อง ICU เตรียมเข้าพักห้องธรรมดาแล้ว เราเลยรีบออกจากบ้านกัน เพื่อไป รพ.
 
 
 
 
พอมาถึง รพ ปุ๊บก็หาข้าวหาน้ำให้พ่อกิน พ่อแข็งแรงมาก กินได้ทุกอย่าง คอไม่บวมเลย ออกมาจากห้องผ่าก็หาอะไรนุ่มๆ ให้กิน กินหนมปังหมดไป 2 แผ่น นมไวตามิ้ลหมดไป 2 กล่อง (ตอนจะกลับพยาบาลแอบมาถามว่าา "เมื่อกี้กินนมหมดกล่องมั้ยคะ?" เราขำแล้วบอกว่า "หมด 2 กล่องเลยค่ะ" 5555)
 
 
พ่อเองหลังจากได้พักไปคืนนึง ก็เริ่มสติสตางค์กลับมาเป็นจอมซนปกติ พูดคุยเม้าได้เยอะขึ้น ร่าเริงและกินเยอะขึ้น เห็นได้ชัดเลยว่าสีหน้าดีขึ้นเยอะ  แต่ระหว่างคุยกันไปมาพ่อแอบสารภาพ บอกว่า 
 
"เมื่อคืน....ชั่วโมงแรกที่หนู น้อง กับแม่กลับบ้านไป แล้วพ่ออยู่คนเดียว เป็นครั้งแรกเลยที่รู้สึกเศร้า เหงา และว้าเหว่ อาจจะเพราะป่วยด้วย ขยับไปไหนก็ไม่ได้ นอนอยู่กับเตียง ทีวีก็ไม่มีดู นอนฟังเสียงเครื่องตรวจคลื่นหัวใจและความดันที่ตั้งไว้ข้างๆ ทำให้ความคิดเตลิดไปไกล ทั้งกลัว ทั้งเหงา อยู่ๆ ก็รู้สึกอยากร้องไห้....."
 
 
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เราเห็นพ่อน้ำตาไหล.....
 
 
รวมถึงเราและแม่ด้วย 
 
 
พ่อบอกว่า ตลอดมาที่ป่วย ต้องมานอนค้าง รพ. หลายๆ วัน ไม่เคยที่ต้องอยู่คนเดียวเหมือนเมื่อคืนมาก่อน แม่จะมานอนอยู่ด้วยตลอด และคอยดูแลพ่อตลอด จนไม่เคยรู้สึกคำว่าเหงา หรือ หว้าเหว่ เหมือนครั้งนี้.... แต่พอก็บอกว่าเป็นแค่ ชั่วโมงแรกเท่านั้นแหล่ะ พอรู้ตัวว่าจิตใจเริ่มเตลิด พ่อก็เริ่มทำสมาธิ และตั้งสติ จากนั้นจึงสงบลง แต่ก็มีแว้บมาเป็นพักๆ บ้าง
 
"การที่มานอนแบบนี้ รู้สึกแบบนี้ ทำให้พ่อได้รู้ว่า....ถ้าคนในครอบครัวเจ็บป่วยหรือมีปัญหา พ่อจะไม่มีวันทิ้งให้เค้าอยู่คนเดียวเด็ดขาด เพราะพ่อรู้แล้วว่ามันรู้สึกแย่แค่ไหน...." 
 
 
พร้อมกับหันมาบอกเราว่า "พ่อขอโทษนะที่พ่อทิ้งให้ลูกอยู่คนเดียวตอนไปเป็นแอร์ พ่อรู้ว่าหนูป่วย หรือ รู้สึกไม่ดี คงจะเป็นแบบนี้...."
 
 
 
จะเหลือเหรอ....เราต่อมน้ำตาแตกไปแล้ว T^T
 
อยากจะบอกว่าทำไมพ่อต้องขอโทษ ไม่ใช่ความผิดพ่อกับแม่เลย เราเลือกที่จะเดินทางนั้นเอง ต่อให้เราเจ็บป่วยขนาดไหนเราก็ไม่อยากพ่อแม่ เพราะกลัวเค้ากังวล กลัวเค้าเป็นห่วง แต่หลายครั้งก็มีที่บอกว่า บางทีก็นอนร้องไห้คนเดียว แต่ก็หาย เราดราม่าควีน บอกเพื่อให้พ่อแม่รู้ว่าเราเข้มแข็งนะ เราสบายมาก เค้าจะได้สบายใจ
 
 
 
แล้วเราก็กอดกันกลม.....พ่อ แม่ ลูก 
 
 
 
 
หลังจากนั้นพ่อก็ย้ายลงมานอนห้องธรรมดา ช่วง 1-2 วันแรกยังมีสายนู่นนี่ห้อยเต็มไปหมด แต่ก็แข็งแรงขึ้นมาก อยากจะเดินเอง ทำไรเองแล้ว คนรอบข้างนี่กลัวคอจะกระเทือน แต่เจ้าตัวไม่กลัวเล้ยยย
 
 
images by free.in.th
 
ดูในมือสิ ทั้งมือถือ ทั้งไอแพด 55555 มาถึงก็รีบบอกว่าเปิดวอลลเลย์คู่ ไทย-ญี่ปุ่นให้ดูหน่อย อยากดูย้อนหลัง 5555 ส่วนมือถือก็ให้รีบเปิดให้ ตอบข้อความญาติๆ เพื่อนๆ ที่ส่งเข้ามาถามไถ่กันเยอะมาก แถมยังบ่นอีกว่าโหหหห ไลน์ตั้ง 200 กว่าข้อความ - -"
 
 
images by free.in.th
 
ยังยิ้มและซ่าได้อยู่ฮับ!
 
 
 
หลังจากนั้นอาการก็ดีขึ้นเรื่อยๆ รวดเร็วมากค่ะ วันที่ 2-3 ก็เริ่มเดินเอง เริ่มทำนู่นทำนี่ ลุกไปมา แถมยังถอดปลอกคออีก แสบมั้ยล่ะ!! จนโดนดุไปหลายทีว่าอย่าก้มมาก อย่าเพิ่งเอียงตัวมาก แต่ด้วยความเป็นคนไฮเปอร์เลยอยู่นิ่งๆ ไม่ค่อยได้
 
แถมคนยังมาเยี่ยมเยอะ ก็เม้ามอยเยอะอีก น้ำลายกระจุยจนโดนแซวว่าพูดมากกว่าแขกอีก!! 55555555555 นี่หลอดเสียงเธอไม่เป็นไรเลยเหรอ!! (หมอผ่าคอข้างหน้านะคะ ข้างๆ ลุกกระเดือก เย็บ เข็ม ไม่ได้ผ่าข้างหลัง หมอจึงบอกว่ามันใกล้กับหลอดลมและหลอดอาหารมาก อาจมีอาการหายใจติดขัดและทานอาหารไม่ค่อยได้ในช่วงแรก....ไม่เห็นเป็นเลย!! 55555)
 
 
พอมาถึงวันพฤ ที่ 25 กย หมอบอกว่าออกจาก รพ ได้แล้ว เร็วมากเลย แต่ก็ต้องกลับมากายภาพบำบัดที่ รพ. และที่บ้านเองด้วย เพราะว่าแขนซ้ายที่อ่อนแรงยกไม่ขึ้นตอนนี้หายแล้ว แต่ไหล่ขวากลับมาเหมือนอ่อนแรงกว่าข้างซ้ายอีก เพราะหมอบอกว่าตอนผ่าไปโดนเส้นประสาท ทำให้มันช้ำ แต่กายภาพสักเดือนนึงก็หาย เลยโล่งใจกัน
 
 
ยังไงก็มาส่งข่าวทุกๆคนนะคะที่เป็นห่วงอยู่ว่าคุณพ่อผ่าาตัดผลอดภัยดีทุกอย่าง ซ่าและแสบ รวมถึงเพี้ยนได้เหมือนเดิมแล้ว แค่ต้องกายภาพบ่อยๆ นิดนึงเพื่อที่แขนจะได้ไม่เป็นผังพืด และขอขอบคุณทุกคนที่ส่งกำลังใจเข้ามาหา ทั้งในเฟสบุ๊ค และ เพจ Sun Thou around the World ของตาว ขอบคุณมาๆค่าา
 

Comment

Comment:

Tweet

น้ำตาจิไหลไปด้วยเลยค่ะ ครอบครัวครูตาวน่ารักมากๆ 
 Hot! Hot!

#5 By YorYing on 2014-10-14 20:18

หายไวๆนะค่ะbig smile

#4 By 草の 明ら  on 2014-10-08 02:41

แข็งแรงเหมือนเดิมเร็วๆนะคะ :)

#3 By li____ing on 2014-10-08 01:31

หายไวๆ นะครับ

#2 By andypui (124.120.229.132|124.120.229.132) on 2014-10-05 21:15

confused smile Hot! Hot! Hot!

#1 By BPPBPP8 on 2014-10-01 15:03