มาอีกตอนแล้วจ้าา แว้กกก เพิ่งวันที่ 4 เองเหรอ ไปทริปยาว 10 วันนี่เขียนบล็อคมือหงิกเลยนะเนี่ย T^T ปกติจะไปเป็นเปนแอร์ คินสองคืน แป๊ปๆ บล็อคเอนทรี่เดียวจบ แต่อันนี้สงสัยเป็นมหากาพย์ญี่ปุ่นแน่ๆ อะฮึกๆ 
 
จาก Hakodate เราเดินทางนั่งรถไฟมาต่อกันที่ เมือง Aomori (อาโอโมริ) ชื่อคุ้นๆ มั้ย?? ที่นี่แหบ่ะเป็นแหล่งแอปเปิ้ลอันดับ 1 ของญี่ปุ่น ส่งไปไทยเยอะมาก และแพงมาก เพราะลูกละประมาณ 300 บาท =[]=!! แต่ของเค้าอร่อยและใหญ่มากจริงๆ กรอบ หอม หวาน สุดยอดเลย ไม่เคยกินแอปเปิ้ลอร่อยแบบนี้มาก่อน
 
นั่งรถไฟมาประมาณ 2-3 ชม. ก็มาถึงเมืองอาโอโมริ ที่จริงที่นี่ไม่มีอะไรเลย เป็นเหมือนชนบท ยังไม่มีความเจริญมากนัก แต่ที่มาเมืองนี้เพราะน้องแบม น้องที่ไปด้วยกันเค้าเรียนอยู่ที่นี่ เราเลยแวะมาเยี่ยมชมเสียหน่อยว่าเป็นอย่างไรบ้าง
 
 
 
 
กว่าจะมาถึงก็ปาไป 4 โมงเย็นกว่าๆ แล้ว เราเลยแวะเข้าไปชมมหาวิทยาลัยของน้องแบม เสร็จแล้วก็ไปหาร้านกินกัน (ทุกอย่างต้องเดินทางด้วยแท็กซี่เพราะที่นี่เป็นเมืองบ้านนอกๆ ไม่มีรถไฟใต้ดินในตัวเมือง ค่าแท็กซี่ก็หฤโหดมากกกก เริ่มต้นที่ 600 เยน และมิเตอร์วิ่งเร็วสุดๆ เสียค่าแท็กซี่ทีเป็นพันบาทต่อครั้ง T^T) 
 
น้องแบมเลยพามากินบุฟเฟ่ต์เนื้อย่าง แปลกดี คนญี่ปุ่นไม่ค่อยนิยมกินบุฟเฟ่ต์เท่าไหร่ ร้านเหล่านี้เลยเป็นร้านหายาก ราคาก็ไม่แพง ประมาณพันกว่าเยน แต่กินได้ไม่อั้น!!
 
 
 
Are you ready!?
 
images by free.in.th
 
จัดหนักจัดเต็มจ้าา มื้อนั้น... แต่ว่าเนื้อและหมูยังไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่ บุฟเฟต์ที่ไทยชนะเลิศกว่า อาจจะเพราะที่นั่นไม่ค่อยเป็นที่นิยม เลยไม่มีคู่แข่งเท่าไหร่ เนื้อที่เอามาให้กินก็เป็นเนื้อแบบที่ไม่ดีมาก แต่ก็โอแหล่ะ ราคาไม่แพง แถมกินเยอะมากกกก
 
 
รวมถึงขนมหวานด้วย มีทั้งเค้ก และ ขนมญี่ปุ่น แถมยังมีให้ทำแพนเค้กเองด้วยนะ.... เลยมีคนแอบไปพยายามทำแพนเค้กรูปคอร์กี้มาให้ อิอิ เหมือนมั้ยเนี่ยยยย
 
images by free.in.th
 
หัวโตเชียว ที่จริงข้างล่างเขียนเป็นชื่อว่า "Shisha" คือชื่อที่เราตั้งไว้ให้สำหรับเจ้าคอร์กี้ตัวน้อยของเราในอนาคต ถ้าเลี้ยงแล้วจะตั้งชื่อว่าชิชา ยาสูบอาหรับที่เราชอบ ฮ่าๆๆๆ 
 
 
 
 
 
 
พอกินกันอิ่มแบบกลิ้งได้แล้วก็เรียกแท็กซี่ไปบ้านของ "โอก้าซัง" ของน้องแบม โอก้าซังคือคุณแม่ ในที่นี้น้องแบมได้รับการเอ็นดูจากครอบครัวญี่ปุ่นนี้ตอนมาเรียนที่นี่ เค้าเลยเสนอให้เราไปพักบ้านเค้าฟรีๆเลย ประหยัดค่าโรงแรมไปคืนนึง อิอิ (แต่ไปเสียหนักที่ค่าแท็กซี่เอา T___T) 
 
ไปถึงโอก้าซังยังไม่อยู่เพราะไปทำงานยังไม่กลับมา ลูกสาวชื่อ "อากาเนะจัง" เลยมาดูแลเราแทน เนื่องจากว่าคนเยอะมาก ตั้ง 6 คน ห้องน้ำที่บ้านเค้ารองรับไม่ไหว น้องแบมเลยเสนอว่า 
 
"งั้นไปออนเซ็นกันเถอะ!!"
 
แว้กกกกกกกกกกกกกก!! คือออนเซ็นนี่เป็นอะไรที่เราก็อยากลองนะ แต่ว่าไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจมาไง T[]T!! อยู่ๆ ก็ไปแบบกะทันหันเลย ทำใจไม่ทัน แต่ก็ต้องไป ก็เอาวะ!! สักครั้งในชีวิต!
 
 
อากาศตอนนี้ก็หนาวมาก เพราะฝนตกปรอยๆ อุณหภูมิประมาณ1-2องศา ถ้าาได้แช่น้ำอุ่นก็คงดี ออนเซ็นที่ไปนั้นไมใช่แบบไฮโซที่เราเห็นกันในการ์ตูนหรือในหนังนะ เพราะเป็นออนเซ็นใกล้บ้าน เลยเป็นแบบ loca สุดๆ บ้านๆ เลย.... เราว่าบางคนอาจเคยเห็นในการ์ตูนบ้างแล้ว เป็นแบบแยก หญิง-ชาย เข้าไปแล้วเป็นห้องเปลี่ยนชุด เป็นล็อคเกอร์ ทุกคนพอเข้าไปปุ๊บ ไม่มีใครสนใจ =[]= ถอดเสื้อ เปลื้องผ้ากันอย่างรวดเร็ว!!
 
เรานี่แบบ เขินอ้ะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
 
มองซ้ายมองขวา ก็ต้องห้ามตัวเอง อย่าไปมองเค้าๆๆๆ แต่ตามันก็เห็ยอยู่ดี โชคดีเพราะมันเป็นออนเซ็นแบบชาวบ้านเลยมีแต่คนแก่มากัน ไม่ค่อยมีสาวๆ เท่าไหร่ ไม่งั้นอายตายแน่ๆ เลยเอาวะ!! ค่อยๆ ถอดทีละชิ้น
 
ที่สำคัญคือ ไม่รู้วาต้องเตรียมผ้าเช็ดตัวมาเองด้วย!!!
 
 
 
แป่วววว สุดท้ายเลยต้องยืมอากาเนะจัง อากาเนะก็เอาผ้ามาแบบเป็นผ้าเช็ดผมอะ ผืนเล้กๆ คล้ายๆ ผ้าเช็ดหน้า ป๊าดดดดดดดดดดดดดดดดดด!! เลือกไม่ถูกเลยว่าจะปิดล่างหรือบนดี T___________________T 
 
 
เค้าห้ามเด็ดขาดเลยคือใส่อะไรเข้าไปในออนเซ็น แม้แต่กางเกงในตัวเดียวก็ไม่ได้ ใส่ชุดว่ายน้ำก็ไม่ได้ เอาเข้าไปได้แค่ผ้าเช็ดตัวเท่านั้น..... คนส่วนใหญ้เลยเอาผ้าเช็ดตัวพาดบ่า แล้วเดินโทงๆ เข้าไปเลย เรารึเดินไปปิดบนไป สลับปิดล่างไปด้วย รีบวิ่งเข้าไปแทบไม่ทัน
 
 
images by free.in.th
 
(พี่โจ้ เรา และอากาเนะหลังจากออกมาจากออนเซ็นแล้ว แดงเทือกเลยเพราะร้อนมากก)
 
 
จากนั้นพอเข้าไปแล้ว ก็ต้องไปล้างตัวก่อน คือไปนั่งตามที่นั่งที่เค้าเรียงกันไว้ให้ มีกระจกด้านหน้า และฝักบัวสูงระดับเอวไว้อาบน้ำ ทุกคนต้องเตรียมเครื่องอาบน้ำไปเอง ไม่ว่รจะสบู่ ยาสระผม และอื่นๆ คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะนั่งขัดตัวกัน มีตั้งแต่แคะเล็บ ขัดเท้า ขัดหลัง ทำได้หมดทุกอย่าง แต่ต้องล้างตัวทุกคนก่อนลงอ่างน้ำร้อน
 
เราก็รีบๆ ล้างตัวเพราะอาย.....นั่งแก้ผ้าเรียงกันเป็นตับเลย พยายามไม่มองคนอื่นแต่ก็เห็นอยู่ดี อากาเนะก็ยิ้มแนะนำเราใหญ่ว่าต้องทำไหนบ้าง เรานี่แบบ แอร้ยยย เขิลลลล55555
 
 
จากนั้นก็ไปลงอ่างน้ำร้อน ขอบอกว่า...
 
"ร้อนมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก"
 
ร้อนแบบเอาเท้าจุ่มเข้าไปแล้วแสบแปร๊บๆ ปวดไปทั้งเท้าเลย ยิ่งตอนเอาก้นจุ่มนะ 555555555555555 ลวกอ้ะ!!!!!!!!!! ต้องทำใจตั้งนานกว่าจะแช่ไปทั้งตัวได้ พอแช่ไปแล้วตอนแรกๆ ยังไม่ชินเท่าไหร้ จะทรมานนิดหน่อยเพราะตัวจะลั่นแปร๊บๆ แล้วปวดหนึบไปทั้งร่าง
 
แต่พอผ่านไปสัก 10-20 วิก็จะปรับตัวได้ ก็จะเริ่มชินและสบายหน่อย ในอ่างเค้ามีให้นวดด้วย มีน้ำพุพ่นออกมานวดหลัง จากพื้นนวดเท้า ก็สบายดี แต่แช่นานมากไม่ได้เพราะไม่ชิน เราเกือบเป็นลมไปพักนึง คือมึนหัวมาก แช่ไปสัก 1-2 นาทีก็ต้องขึ้นแล้ว เพราะมึนหัวจริงๆ จากหนาวๆ มาร้อนๆ
 
จากนั้นที่จริงตามธรรมเนียม พอขึ้นจากอ่างน้ำอุ่นแล้วจะต้องไปลงอ่างน้ำเย็น เค้าจะมีแยกให้เล็กๆ อีกอ่าง น้ำแบบเย็นเฉียบเลยนะ เราแช่ไม่ได้อะ ไม่ชอบหนาวๆ 5555 กลัวไม่สบายด้วย ร้อนๆ เย็นๆ แต่เค้าบอกว่ามันดีกับเลือด เลือดจะสูบฉีดดีมาก (แค่นี้ก็ดีมากแล้ว ลวกไปทั้งตัว T^T แดงเถือกเลย)
 
 
ส่วนฝั่งชายก็เสียงดังกันมาก....ห้องอยู่ติดกันมีแค่กำแพงกั้น ได้ยินเสียงโว๊ะว๊ะออกมาตลอด 5555 ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น อิอิ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
จากนั้นก็เดินกลับมาบ้านกัน สบายขึ้นเยอะเลย จากขามานี่เดินหนาวตัวสั่นงึกๆ แต่พอได้แช่ ตอนเดินขากลับนี่ชิวมาก ร่างกายอุ่นสุดๆ รู้สึกไม่หนาวเลย
 
พอมาถึงบ้าน โอก้าซังก็กลับมาแล้ว โอก้าซังน่ารักมากก ใจดีและอบอุ่น แม้จะคุยกันไม่รู้เรื่องเพราะโอก้าวังพูดอังกฤษไม่ได้ แต่ก็รับรู้ได้ถึงความใจดี และ น่ารักสุดๆ 
 
โอก้าซังรีบพาเราเข้าบ้าน และบอกว่าทำ "โอเด้ง" ไไว้รอแล้ว มากินกันเถอะ ที่จริงอิ่มแล่วนะเพราะซัดบุฟเฟ่ต์มาซะขนาด แต่ว่าก็กลัวเสียน้ำใจเลยไปนั่งกิน นั่งเม้ากับโอก้าซังอีกรอบ โอเด้งหม้อเบ้อเริ่มเลย แต่อร่อยมากก เพิ่งเคยกิน อร่อยมากจริงๆ
 
สนุกสนานเฮฮามากมาย
 
images by free.in.th
 
โอก้าซัง โอโต้ซัง(พ่อ) และเหล่าแขกเหรื่อ บ้านนี้เค้าชอบรับเป็นโฮสต์ ต้อนรับชาวต่างชาติ เลยสนุกสนานมีอุปกรณ์การกินพร้อมเพรียง
 
 
ที่เราไปเห็ยและกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดมากคือ สิ่งนี้!!
 
"โต๊ะโคทัทสึ" (Kotatsu)
 
เห็นในการ์ตูนญี่ปุ่นมานาน อยากลองนั่งจริงๆ มากกก และวันนี้ก็ได้เห็นแลเะได้ลองแล้วววว แอร้ยยยย ชอบบบ มันสบายมาก เพราะผ้าก็นิ่มๆ แล้วข้างในอุ่นสุดๆ อยากนอนหลับตรงนั้นเลยทีเดียว ปลาบปลื้ม T^T ถ้าไม่ได้มาพักบ้านของชาวบ้านแบบนี้คงไม่มีโอกาสได้นั่งแน่ๆ 
 
 
images by free.in.th
 
 
images by free.in.th
 
โอก้าซังมาแนะนำใหญ่เลยว่าต้องเสียบไปตรงไหน อะไรยังไง บอกนั่งไปเลย สบายๆ อิอิ ไม่ขัดน้ำใจ ชอบบบ
 
 
 
 
 
กว่าจะคุยกันเสร็จก็ปาไปตี 1-2 แล้วเพราะเม้ากันสนุกสนาน โอก้าซังก็คุยสนุกมาก ดูแลดีสุดๆ ยังประทับใจโอก้าซังอยู่เลย อยากให้มาเที่ยวไทยมาก เหมือนคุณแม่คนนึงเลยทีเดียว 
 
เสร็จแล้วเราก็มาเข้านอนกัน ได้นอนที่ห้องพระขนาดใหญ่ของบ้าน โดยเอาฟูกที่นอนมาปูเรียงกัน ดีใจอีกแล้ววว ได้นอนฟูกญี่ปุ่น แบบโดเรมอนเลย อิอิ แล้วมันสบายมากกก ฟูกเค้าไม่เหมือนบ้านเราเลยอะ นิ่มและสบายสุดๆ นอนแล้วอยากซื้อกลับมาไทยเลย แต่ไม่รู้ว่าจะขนกลับไปยังไง
 
images by free.in.th
 
ทุกคนกำลังช่วยกันขนฟูก หรือ "ฟุตง" ลงมาปูกันอย่างสนุกสนาน นอนเรียงกัน 6 คนสบายสุดๆ หลังจากที่เหนื่อยจากการเดินทาง และเข้านอนดึก พอหัวถึงหมอนปุ๊บ ก็สลบกันเลยทีเดียว 
 
 
 
 
 
เช้าวันต่อมาก็ไปเดินเที่ยวในตัวเมืองอาโอโมรินิดหน่อย ไม่มีอะไรมาก เสร็จแล้วก็ล่ำลากับโอก้าซัง อยากจะร้องไห้เลยทีเดียว T^T โอก้าซังน่ารักอ่า 
 
แล้วเราก็เดินทางมุ่งหน้าไปสู่โตเกียวกัน โดย "ชินคันเซ็น" !!!
 
ดีใจมากกก ตื่นเต้นมากก ได้นั่งชินคันเซ็นแล้วววว ถือว่าซื้อ JR pass มาใช้นี่คุ้มมาก เพราะว่าค่าเดินทางในญี่ปุ่นแพงเลยทีเดียว โดยเฉพาะชินคันเซ็น น้องแบมบอกว่านั่งจากอาโอโมริเข้าโตเกียว แค่ขาเดียว ปาไป 1 หมื่นกว่าบาทแล้ว =[]=!!
 
ดีที่เราซื้อ JR pass มาในงาน HIS ก่อนมาญี่ปุ่น ราคา 8,000 กว่าบาทเท่านั้น ใช้ได้ตลอดทั้งทริปเลย 8 วัน ไม่งั้นเสียค่าเดินทางบาน
 
 
 
 
 
เย้ๆ ชินคันเซ็น!! เจ้ารถไฟหัวกระสุน เท่มากมาย
 
images by free.in.th
 
images by free.in.th
 
images by free.in.th
 
ตื่นเต้นมากๆ เพราะรถไฟเค้าดีมากจริงๆ สะอาดสะอ้านและสะดวกสบายมาก ที่นั่งใหญ่และกว้าง เหยียดขาได้สบาย นอกจากนั้นห้องน้ำยังดีสุดๆ ดีกว่าเครื่องบินเยอะเลย เพราะกว้างและสะอาด นั่งสบายเหมือนอยู่ในบ้าน อลังการมากๆ 
 
 
 
สิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับการนั่งชินคันเซ็นไม่ได้มีแค่นี้.... แต่เพราะเรานั่งจากอาโอโมริ ไป โตเกียว ซึ่งถือว่าเป็นการนั่งรถไฟข้ามเกาะ จากเกาะโอกไกโกไปฮอนชู ซึ่งจะต้องมีการนั่งรถไฟลอดอุโมงค์ใต้ทะเลด้วย!!
 
 
images by free.in.th
 
รูปด้านบนคือรูปที่ติดด้านหลังที่นั่งทุกเบาะในรถไฟ.... เค้าบอกว่ากำลังลอดผ่านอุโมงค์ใต้ทะเลอย่างในรูป ไม่เห็นอะไรหรอกนะเพราะมันมืดไปหมด แต่ก็ตื่นเต้นดี รถไฟของญี่ปุ่นนี่ตรงเวลามาก เค้าบอกว่าจะเข้าอุโมงค์เวลา 15.17 น. ก็เริ่มลอดอุโมงค์ตามเวลานั้นจริงๆ สุดยอดเลย 
 
แต่พอลอดไปสักพัก มองไม่เห็นอะไร ก็เลยสลบสไลกันไป นั่งไป 3 ชม.กว่าก็ถึงโตเกียวจ้า...
 
 
 
 
 
 
 
มาลงกันที่สถานีโตเกียวกัน....ในที่สุดก็ได้มา เมืองหลวง ของญี่ปุ่น สถานีโตเกียวนี่เหมือนหัวลำโพงบ้านเรามาก (ที่จริงสร้างพร้อมกัน เดือนเดียวกัน และปีเดียวกันเลยนะ แต่ญี่ปุ่นเลือกที่จะพัฒนารถุไฟ ส่วนไทยเลือกที่จะพัฒนาถนนและทางด่วน ประเทศเราเลยแตกต่างกันอย่างทุกวันนี้ TwT)
 
คนเยอะมากกก เดินเบียดกันชนกันเลย เพราะเป็นสถานีที่มีต่อรถเยอะที่สุด
 
 
 
แล้วเราก็เดินทางนั่ง metro ไปลงสถานี Ikebukuro หรือ อิเคะบุคุโระ เพราะพักที่นั่นกันสำหรับโตเกียวอีก 3-4 วันหลังจากนี้
 
เจอกันเอนทรี่หน้าจ้า กับ Tokyo Disney Sea ที่แสนทรมานนนนนนนนนนนนนนน T[]T

Comment

Comment:

Tweet

อ่านสนุกดีคับ  อยากให้มี รีวิวเครื่องบินแต่ละรุ่นด้วยอ่ะ จะมีหรือป่าวครับ คุงพี่แอร์   อยากรู้ว่าเวลาแอร์ นอน หรือ วิ่งๆ อยู่ด้านหลังทำอะไรกันบ้างคับ

#3 By น้ำวน (27.145.237.168|27.145.237.168) on 2014-07-15 22:42

โตเกียวๆๆ

#2 By sirrus (171.99.86.224|171.99.86.224) on 2014-06-23 16:33

>< ไปมาเหมือนกันค่าพี่ตาววว

#1 By -:+Hell whalE+:- on 2014-04-19 18:05