วันที่ 3 นี้เรายังอยู่ในเกาะฮอกไกโดค่า ข้ามมาที่เมือง Hakodate (ฮาโกดาเตะ) เป็นเมืองแห่งสายลม เพราะอยู่ติดกับทะเล ลมแรง และขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลม๊ากมาก!!
 
เรานั่งรถไฟกันมาประมาณเกือบ 2 ชม.จากซัปโปโรมาฮาโกดาเตะ มาถึงในตอนเช้าๆ เลยค่ะ  อากาศที่นี่หนาวมาก ที่จริงอุณหภูมิสูงกว่าที่ซัปโปโรนะ ประมาณ 3-4 องศา แต่ว่าเพราะลมแรงมากกก เลยทำให้หนาวกว่าปกติ เราที่ไม่ค่อยสู้ลมก็ทรมานมากเหมือนกัน T^T
 
มาถึงที่สถานีรถไฟก็จัดขนมก่อนเลย ใครมาฮอกไกโดขอแนะนำเลยนะคะว่าอร่อยมมากกกก
 
นั่นก็คือ "MEL CHEESE" ขนมขึ้นชื่อที่มีขายแต่ในฮอกไกโดเท่านั้น!! เป็นเหมือนขนมเค้กรสชีสที่อร่อยมากๆๆๆ เข้าปากแล้วนุ่มมม ละลายในปาก ตอนนั้นซื้อเพราะมันติดป้ายใหญ่ตรงสถานีรถไฟเลย เอาวะ ลองดู ปรากฏอร่อยมากก จนต้องกลับมาซื้ออีกหลายกล่อง!!
 
 
images by free.in.th
 
 
 
จากนั้น พวกเราก็เลยข้า รร. เอากระเป๋าไปเก็บ พักผ่อนนิดนึงก็ออกมาเที่ยวกันเลย ที่แรกที่ตกลงกันไปคือ "สวนสาธารณะโงะเรียวคะคุ" (Goryokaku-Koen) เป็นที่ขึ้นชื่อของเมืองฮาโกดาเตะ เคยเป็นป้อมปราการรูปดาวแบบตะวันตกซึ่งสร้างขึ้นในปี 1866 ที่ญี่ปุ่นใช้ในการรบ 
 
วิวสวยมากค่ะ แต่บอกตามตรง มองไม่ค่อยเห็นอะไรเท่าไหร่เลยเพราะทุกอย่างปกคลุมไปด้วยหิมะ เลยขาวโพลนไปหมด - -"
 
images by free.in.th
 
images by free.in.th
 
images by free.in.th
 
images by free.in.th
 
นอนกลิ้กเกลือกกับหิมะสนุกกันมากกกก ทุกคนไม่เคยเห็นหิมะมาก่อนเลย ยกเว้นเรากับน้องแบม แต่ถึงอย่างงั้นก็ยังตื่นเต้นนะ เพราะถึงจะเคยเจอหิมมะมาก่อน แต่ไม่เคยเจอแบบตกหนักและหนาขนาดนี้เลย กระโดดขึ้นๆลงๆ นอนบนน้ำแข็งปาเล่นกันเป็นเด็ก จนคนญี่ปุ่นคงมอง กะเหรี่ยงพวกนี้มาจากไหน 5555
 
แถมน้องแบมยังถ่ายรูปให้วะยังกะ pre-wedding - -"
(ข้างหลังนั่นก็ที่เที่ยวนะคะ หอคอยโงะเรียวคะคุ ไว้ชมวิวของเมือง สูงตั้ง 170 เมตรแหน่ะ)

images by free.in.th
 
 
เดินเล่นไปมากำลังสนุก อยู่ๆ เราก็แทบหัวใจวาย เนื่องจากที่นี่เป็นสวนสาธารณะ ชาวบ้านเลยพาหมามาเดินเล่นกันเยอะมาก จนกระทั่งมองไปเห็นหมาตัวนึงกะลังกระโดดดึ๋งๆ อยู่ในหิมะ ก็เอ....ตัวไรหว่า.... คุ้นๆ นะ....
 
เอ...
 
เอ๊ะ....
 
เอ้ยยยย....
 
 
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!
 
คอร์กี้!!!!!!!!!!!!!!
 
น่ารักอ้าาาาาาาาาาาาา อยากจะกรี๊ดๆๆๆดิ้นลงไปกะพื้น ดีใจได้เจอคอร์กี้ด้วย ในไทยหายากมากก ไม่ค่อยมีคนเลี้ยง (ไม่เคยเห็นในไทยเลยด้วยซ้ำนะ) แต่เพิ่งรู้ว่าที่ญี่ปุ่นคอร์กี้ค่อนข้างเป็นที่นิยมเพราะเจอคนพามาเดินบนถนนบ่อยมาก ฟินเลยยยย
 
เดินตามเค้าไปเรื่อยๆ (เจ้าคอร์กี้ก็วิ่งไม่หยุดเลยไม่มีโอกาสไปขอเล่นด้วยเลย T^T)
 
เดินตามตั้งนานกว่าจะหาจังหวะเข้าไปเล่นด้วยได้ ดีใจจุงงงง >.<
 
 
images by free.in.th
 
images by free.in.th
 
ดีใจอ่าาา <3  คุยไปมาก็รู้ว่าชื่อ คุล่า น่ารักมากและซนมากๆ เลย ฟินนนนน ทริปนี้คุ้มสุด!!
 
 
 
จากนั้นก็เริ่มเย็นแล้ว เราเลยไปเดินเล่นแถวท่าเรือฮาโกดาเตะ ที่เป็นที่ท่องเที่ยวอีกที่ ในนี้เค้าจะมีโกดังสีแดงๆ ติดกันหลายหลัง เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้เลย ซึ่งเป็นเมืองท่าเศรษฐกิจที่แรกของญี่ปุ่น เค้าก็บูรณะให้เป็นร้านอาหาร เป็นที่ขายของที่ระลึก เลยไปแวะกินข้าวเย็นที่นั่นกันก่อนขึ้นหอคอยไปชมวิวเมืองตอนกลางคืน
 
 
images by free.in.th
 
อาการเย็นจ้า อร่อยมากกกก ของทะเลที่นี่สดมากจริงๆ ต่างกับที่เคยกินที่ไทยเลย เด้งดึ๋งๆ ในปาก เซ็ทนี้ประมาณ 1300 เย็นค่า
 
กินกันเสร็จแล้วก็ออกมาถ่ายรูปสักหน่อย มืดแว้ววว
 
images by free.in.th
 
 
 
 
 
จากนั้นเราก็เดินกันจากบริเวณท่าเรือ ไปที่ "หอดูดาวบนภูเขาฮะโกะดะเตะ" (Hakodateyama Tenbodai) ที่นี่เป็น The Must ของเมืองเลย ใครมาห้ามพลาด ขนาดคนที่นี่ยังชอบขึ้นมาเลย แต่ตอนเดินไปทรมานนิดนึงเพราะต้องขึ้นเนินสูงมากกกก แล้วเดินกันท่ามกลางอากาศเริ่มหนาวและลมแรง สั่นงึกๆ เลย 
 
เข้าไปเสียค่าขึ้นนิดหน่อยค่ะ จะเป็นเหมือนกระเช้าขึ้นไป สูงมากเลย ไปชมวิวเมืองฮาโกดาเตะยามค่ำคืน เมืองนี้จะเป็นรูปคล้ายๆ พระจันทร์ฺเสี้ยว สวยไปอีกแบบ 
 
 
images by free.in.th
 
images by free.in.th
 
(ดูทำหน้า -*-)
 
ถ่ายรูปมาแบบไม่สวยมากเท่าไหร่ เพราะกล้องไม่อำนวยเนื่องจากว่ามันมืดมาก มองตาเปล่าสวยกว่า บวกกับหนาวมากก เรายืนแปปเดียวก็ต้องแอบเข้ามาข้างในตึก ลมแรงสุดๆ เลยเมืองนี้ - -"
 
 
 
 
จากนั้นก็เดินกลับมาขึ้นรถไฟไปโรงแรมค่ะ ขากลับทรมานสุด เพราะอากาศหนาวแบบยะเยือก เรานี่รู้สึกปวดหัวหนึบๆ เหมือนสมองจะระเบิดเลย หนาวไม่กลัว เค้ากลัวลมมมมม 
 
มาถึง รร. ก็สลบไปตามระเบียบ....
 
 
 
 
 
 
ตอนเช้านัดกันมาเดินตลาดสด และ กินอาหารทะเลที่ขึ้นชื่อของเมืองนี้ เค้าบอกว่าต้องตื่นเช้าาาเลย คล้ายๆ ตลาดทสึคิจิในโตเกียวที่จับมาสดๆ และทำให้สดๆ เลย
 
ตอนเช้าทุกคนตื่นมาแบบสลึมสลือ....นัดเจอกันตั้งแต่ 7 โมงเช้า ดีนะที่โรงแรม Toyoko Inn (ดีมากเลย รร.นี้) อยู่ติดกับตลาดปลาเลย ไม่ต้องนั่งรถไฟหรือรถบัสเดินทางต่อไปอีก สบายยยย มีหนาวอย่างเดียวที่ทรมานเพราะมันอยู่ติดทะเล T____T
 
มาาาา มาที่นี่เพื่อมากิน seafood นี่แหล่ะ!! ทีมนี้จะถล่มญี่ปุ่นให้้ดู!!
(ขนาดอยู่ไทยไปกินบุฟเฟ่ต์ด้วยกันที แต่ละร้านแทบจะมองเราตาถลน55555 กินกันดุมาก)
 
images by free.in.th
 
images by free.in.th
 
ว๊ากกก ปูทาราบะ!! หร์อปู King's Crab ที่เราเรียกๆ กันนี่แหล่ะ ปูนี้ขึ้นชื่อว่าแพงมาก แพงที่สุดเลย เราเคยไปเห็นที่โอซาก้า กล้ามนึงตั้งหลายพันเยน แถทยังได้ยินในทีวีแชมเปี้ยนกับการ์ตูนญี่ปุ่นพูดถึงทาราบะกันเยอะมาก งานนี้ต้องลอง!!
 
เลยจัดไปเลยค้าบตัวนี้ กินกัน 6 คน ราคา 13,000 เยน (ช็อก=[]=!!!) 
 
พอสั่งแล้วเค้าก็บอก โอเค จะเอาเปนแบบ BBQ (ปิ้งย่าง) หรือแบบ ซาชิมิ คือกินแบบสดๆ เลย เค้าบอกคนไทยของกินแบบ BBQ กัน เราก็โอเค ลองดูละกันนะ
 
แล้วเค้าก็พามานั่งที่ร้านของเค้าอีกที่นึงจ้า รอๆๆๆในระหว่างที่ทำ
 
images by free.in.th
 
images by free.in.th
 
พออาหารมาก็ตื่นเต้นกันมากกก ดูปูนั่นสิ สุดยอดดด แล้วเนื้อก็หวานมากๆๆด้วย คุ้มสุดๆเลย ส่วนหอยเชลส์ หรือ หอยโฮตาเตะ ก็สั่งมาด้วยจ้า กินกันชนิดว่าอิ่มหนำสำราญ ทริปนี้จัดเพื่อกินจริงๆ 55555
 
 
 
จากที่กินร้านนี้ไป ยังไม่ฟิน เพราะหอยโฮตาเตะเค้าทำไม่ค่อยอร่อยมากเท่าไหร่ เอาไปย่างแบบแห้งๆ แถมมีไอ้ตรงขี้มันสีดำๆ เค้าก็ไม่ตัดให้ พอถามว่านี่ไม่ตัดหรอ เค้าบอกกินได้ อ่าวงงกันเลย??? 
 
เลยเซ็งๆ กับหอยร้านนั้น (แต่ปูฟินนะ) เลยมากินอีกร้าน ร้านลุงคนนี้ทำอร่อยมากกก อร่อยแบบไม่น่าเชื่อเลย ไม่เคยกินหอยที่อร่อยแบบนี้มาก่อน ทั้งๆ ที่เป็นหอยแบบเดียวกัน แต่วิธีทำไม่เหมือนกัน ให้ความแตกต่างที่แบบฟ้ากับเหวเลย ฝีมือเชฟนี่สำคัญมากจริงๆ
 
นี่คือหน้าตาของหอยโฮตาเตะของคุณลุงคนนี้ เรียบแบบๆ นี้แต่อร่อยมากก
 
images by free.in.th
 
มาแบบทั้งฝา วิธีทำคุณลุงก็ทำให้เห็นเลย เพราะร้านลุงเป็นร้านเล็กๆ นั่งได้มากสุด 6 คน(พอดีเลย555) มีเตาถ่านตั้งอยู่ในร้านเตาเล็กๆ เตาเดียว แล้วลุงก็ทำให้ดูแบบสดๆ เอาหอยมาวางไว้ที่เตา และเครื่องปรุงที่ลุงใช้ก็มีแค่น้ำเปล่าขวดเดียวเท่านั้น!? 
 
ลุงแกภูมิใจมากนะ ยิ่งตอนเรากินแล้วอร่อย ลุงแกถือขวดมาโชว์เลย บอกว่าเนี่ย วอเตอร์ๆ อย่างเดียวเลย อิอิ
 
images by free.in.th

ลุงกับป้าใจดีมาก เพราะเราติดใจร้านนี้กันสุดๆ เลยมากินกันสองรอบทีเดียว แล้วสั่งกระหน่ำมาก ลุงป้าเลยแถมนู่นนี่ให้กินเยอะแยะเลย ก่อนกลับเลยถ่ายรูปหน้าร้านลุงไว้หน่อย เผื่อใครจะมากินที่ตลาดปลาตอนเช้าที่นี่ หน้าตาร้านเป็นแบบนี้เลยจ้า ร้านเล็กๆ แต่รับรองย่างหอยโฮตาเตะได้อร่อยที่สุด!! หวาน ฉ่ำ!!
 
images by free.in.th
 
เห็นแล้วอยากกลับไปกินเลย...รสชาติยังติดอยู่ในปาก ประทับใจมากมาย
 
 
 
 
ก่อนเดินกลับมา รร. ก็เห็นน้องแมวยืนอยู่กลางฟุตบาธ ตัวใหญ๊ใหญ่ ขนฟูมาก ขนาดคนญี่ปุ่นยังตื่นเต้นเลย น่ารักมาก แถมขี้อ้อนด้วย แต่เหม็นสุดๆ สงสัยเพราะอยู่ตลาดปลากลิ่นเลยเหม็นคาวปลา แมวที่นี่ตัวใหญ่ หนา และขนฟูทุกตัวเลย สงสัยเพราะช่วงนี้อากาศหนาว 
 
images by free.in.th
 
 
หลังจากนั้นเราก็ check-out ออกเดินทางจากฮาโกดาเตะ มุ่งไปยังเมืองอาโอโมริ เมืองแห่งแอปเปิ้ลค่าาาา รอดูเอ็นทรี่หน้าน้าาา ^___^
 
(คิดว่าเรื่องเมืองฮาโกดาเตะจะไม่ยาวนะเนี่ย เขียนไปเขียนมา ยาวเหยียดเลยยย เง้อออ)
 

Comment

Comment:

Tweet

ขอสอบถามนิดนึงค่าพี่ 
พี่เป็นแอร์ของสายการบินไหนหรอคะ ?
น่าอิจฉามาก >_< เที่ยวแต่ละที่ สวย ๆ ทั้งนั้นเลย cry

#2 By DREAM (171.6.173.96|171.6.173.96) on 2014-04-11 21:14

Hot! Hot! )

#1 By Nirankas on 2014-04-08 18:44