JAP Trip Day 1-2 : Sapporo / Otaru / Chocolate Factory

posted on 25 Mar 2014 11:22 by nokutesu666 directory Food, Travel, Diary
สวัสดีค่าทุกๆ คน ตาวและเพื่อนๆ เพิ่งกลับมาจากทริปญี่ปุ่นสดๆ ร้อนๆ เมื่อวานนี้เลย เป็นทริปครั้งแรกที่ได้ไปต่างประเทศแบบจัดเต็มและด้วยตัวเอง (หลังจากไปแบบอยู่ในหน้าที่และเที่ยวได้ไม่เต็มที่มานาน T^T)
 
การเที่ยวแบบนี้ให้อารมณืและความรู้สึกที่แตกต่างจากตอนเป็นแอร์อย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ เพราะว่าได้ไปทุกที่ทุกซอก ได้ศึกษาเรียนรู้และสัมฟัสวัฒนธรรมของคนชาตินั้นอย่างแท้จริง ตอนเป็นแอร์ได้ไปหลายที่ ได้เห็นหลายอย่างก็จริง แต่ไม่นานพอที่จะได้สัมฟัสอะไรแบบนี้ (ที่สำคัญได้เที่ยวไม่เต็มที่เท่า)
 
ทริปนี้เกิดจาก พี่เป้ พี่เฟิร์น พี่ชายพี่สาวทั้งสองไปฮันนีมูน แต่ดันชวนเราด้วยซะงั้น เราก็ เอาวะ!! ไปเป็น ก ข ค ซะหน่อย อิอิ
 
 
ออกจากกรุงเทพวันที่ 14 ตอนสี่ทุ่มค่ะ นั่ง Korean Air เลยต้องไปลงที่โซล แล้สรอต่อเครื่องไปซัปโปโร 
 
 
images by free.in.th
 
 
ภาพก่อนออกจากสนามบินค่ะ ทริป 6 คน มีพี่เป้ พี่เฟิร์น น้องแบม(น้องสาวพี่เป้เรียนที่อยู่ญี่ปุ่น ปิดเทอมหมดแล้วเลยกลับไปเที่ยวและไปส่งด้วยในตัวเลย) พี่โก้ พี่โจ้ และเราเอง 
 
นั่งไปก็ตื่นเต้นไป จะได้ไปญี่ปุ่น เย้ๆๆ รอมานาน เพราะไปกันเยอะ สนุกแน่นอนทริปนี้ ไปลงที่โซลก็ประเดิมเสียเงินที่สนามบินก่อนเลย T^T นั่งมา 2 ชม. แล้วทรานซิส 4 ชม (คร่อก) มาญี่ปุ่นอีก 4 ชม. นานเว่อออร์
 
มาถึงก็นั่งรถไฟจากสนามบินไปสถานีซัปโปโรเลยค่ะ เจอหิมะประเดิมเลยทีเดียวววววว โป๊ะเช๊ะมาก พยากรณ์บอกแค่หนาว -2 องศา แต่ไม่ได้บอกว่ามีหิมะตกหนักด้วย มันส์กันเลย!
 
 
images by free.in.th
 
images by free.in.th
 
images by free.in.th
 
ถ่ายรุปเล่นกับหิมะสนุกกันใหญ่ คนญี่ปุ่นคงมองว่าพวกกะเหรี่ยงนี่ไม่เคยเจอหิมะมาก่อนหรอ?? 555 ขนาดเราเจอมาก่อนยังตื่นเต้นเลย ตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เห็น *0*
 
จากนั้นก็ลากกระเป๋าท่ามกลางหิมะเข้าไปโรงแรม พักที่ Toyoko Inn รร.ชื่อดังที่มีสาขาทั่วประเทศญี่ปุ่น และใกล้กับรถไฟทุกที่ มันดีและสะดวกจริงๆ ค่ะ แต่ถึงยังไงถ้าต้องเดินฝ่าหิมะไป ใกล้ก็เหมือนไกลอยู่ดี T^T
 
จากนั้นเช็คอิน เก้ฐของนู่นนี่ กว่าจะเรียบร้อยก็ปาไปเย็นแล้ว แผนวันนั้นเลยล่มไปตามระเบียบ (ใครวางแผนอะไรอย่าแน่นมาก เผื่อเวลาด้วยเพราะเวลาไปจริงแล้วเลทสุดๆ) ตอนเย็นเลยตัดสินใจไปแค่ Susukino ที่เป็นเหมือนย่านในเมืองของเค้า ไปหาอะไรกินกัน
 
เลยมาที่ตรอกราเม็งขึ้นชื่อของซัปโปโร เป็นตรอกที่ขายแต่ราเมงอย่างเดียวเลย แวะกินราเมงร้านลุม จำชื่อไม่ได้แล้ว เป็นร้านที่สามทางซ้ายมือ เข้าเพราะมีคนไทยนั่งอยู่ แล้วเราไปยืนอยู้หน้าร้าน เค้าคงได้ยินเราคุยกันเลยตะโกนออกมาบอกว่า "อร่อยค่า" 5555 เลยตัดสินใจเข้าไปนั่งเลย ร้านเต็มทีเดียวเพราะกลุ่มเราและกลุ่มที่นั่งอยู่แล้วรวม 9 คน!!
 
(ร้านมันเล็กๆ แบบร้านในตรอกอะน้า)
 
 
หน้าตาตรอกราเม็งค่ะ
 
images by free.in.th
 
 
ยืนรอกินกันหน้าร้าน
 
images by free.in.th
 
เข้ามาแล้ววว เต็มร้านเลยเห็นมั้ย 555 ร้านมันเล็ก 
 
images by free.in.th
 
น่าเสียดายไม่ได้ถ่ายรูปราเม็งมาเพราะมัวแต่กิน อร่อยมากกกกกกก มากถึงมากที่สุด เป็นครั้งแรกที่เราซดราเมงจนหมดชาม ปกติจะเหลือน้ำไว้ตรึมเพราะกินไม่ไหว แต่ครั้งนี้อร่อยมากจริงๆ ไม่ผิดหวังกับมือแรก!! ในราคาแค่ 800 เยน!! 
 
 
 
จากนั้นเราก็เดินเล่นกันใน Susukino มีร้านของกินเยอะมากก ขนมเยอะมากก และร้านแบบแนว sexshop ก็เยอะมากเหมือนกัน =[]=!! ญี่ปุ่นนี่เค้ามทำอะไรเปิดเผยดีเนอะ อาจจะเพราะแบบนี้การฆ่าข่มขืนหรือฉุดผู้หญิงมาปล้ำน้อยกว่าไทยมากๆ เค้ามีทางระบายเยอะนี่เอง....
 
จากนั้นก็เดินเล่นกัน เดินผิดด้วย555 ตอนแรกกะเลยว่าจะเดินกลับไปที่โรงแรมเลย เพราะไม่น่าไกลมาก ปรากฏว่าไกลโคดดดดดด แถมยังเดินผิดทิศด้วย มารู้ทีหลังตอนเดินไม่ไหวเลยขึ้นสถานีรถไฟที่ใกล้สุด ปรากฏ อ่าว...มาผิดทาง ดีนะไม่ฝืนเดินต่อ ไม่งั้นคงไปโผล่อีกเมืองนึง 555
 
 
 
วันแรกก็พักผ่อนกันค่ะ เพราะเหนื่อยจากการเดินทางแล้วหลับสนิทมากเลย สลบไปเลยแบบไม่รู้ตัว.... 
 
 
 
 
 
 
 
 
วันที่สองเดินทางไป Otaru เป็นอีกเมืองที่โด่งดังมากๆ เพราะเป็นเมืองโบราณที่บ้านเมืองโบราณและมีแม่น้ำไหลผ่าน เรียกว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวอีกที่นึงเลยค่ะ แต่มาหน้าหนาว หิมะเลยเต็มไปทุกที่ทุกทาง มองไม่ค่อยเห็นวิวเท่าไหร่เพราะมีแต่หิมะ 5555
 
 
พร้อมไปจ้าา Day 2 แล้ววว มุ่งหน้าไป Otaru!!
 
images by free.in.th
 
นั่งรถไฟไปเมือง Otaru กันค่ะ ประมาณ 40 นาที เดินทางในญี่ปุ่นสะดวกมากๆ เลยเพราะรถไฟเชื่อมกันไปหมดเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ประทับใจในญี่ปุ่นมากๆ
 
 
 
เมื่อมาถึง Otaru ก็ประเดิมด้วยขนมก่อนเลย เรากับพี่โจ้นี่เป็นตัวกินขนมตัวยง ขนาดเืพื่อนๆ รวมทริปยังอึ้ง สองคนนี้เสบียงไม่เคยขาด 555 ที่จริงอยากลองมากกว่านี้ด้วย แต่เสียดาย ท้องจะแตกแล้ว
 
ขนมอันนีั้ก็อร่อยมากที่ Otaru เป็นองุ่นเคลือบชอกโกแลต นิ่มๆ ดึ๋งๆ เปรี้ยวหวาน หอม หร่อยยย ที่สุดยอดอีกอย่างคือ ขนมแต่ละท้องที่ไม่เหมือนกัน ไปที่ไหนต้องรีบลองชิมเพราะพอคุณย้ายเมือง จะมาหาขนมอันนั้นกินก็ไม่มีอีกแล้ว นี่คือเหตุผลที่เรากับพี่โจ้ซื้อขนมกลับมาและกินเยอะมากก เพราะอยากเก็บให้ครบทุกแบบ
 
images by free.in.th
 
ขนมองุ่นอันนี้หร่อยมาก ไปเมืองอื่นก็ไม่เห็นมีขายแล้ว ดีใจที่ได้ลอง
 
 
 
จากนั้นก็เริ่มเดินทั่วเมืองค่ะ ไม่มีอะไรมาก อย่างที่บอกไปว่าถ้ามาช่วงที่ไม่มีหิมะคงจะสวยและเห็นอะไรมากกว่านี้ ตอนนี้ทุกอย่างแข็งไปหมด 555
 
images by free.in.th
 
images by free.in.th
 
images by free.in.th
 
images by free.in.th
 
แต่ได้มาเห็นหิมะแบบนี้ก็สวยและฟินไปอีกแบบนะ ญี่ปุ่นนี่ต้องมาเที่ยวให้ครบทุกฤดูจริงๆ เพราะแต่ละฤดูก็ไม่เหมือนกันเอาซะเลย... ในแถบนั้นที่ดังก็จะมีโรงงานทำแก้ว ซึ่งจะขายแก้วแบบต่างๆ สวยและละเอียดตามสไตล์ญี่ปุ่นค่ะ เลยสอยมาเส้นนึงให้มาม๊าพี่โจ้ กับมีแก้วรูปหมาเจ้า Corgi เราเลยซื้อมา  เสร็จ!! 
 
 
 
 
จากนั้นก็เริ่มหิวกันละ น้องแบมบอกว่ามีร้านที่อร่อย เพื่อนแนะนำมาชื่อว่า Abura เราเลยเดินหากันแทบตาย ถามคนญี่ปุ่นเค้าก็ชี้กันไปนู่นนี่เหมือนมีร้านนี้หลายที่ กว่าจะหาเจอ แทบสลบบบบ (แต่ที่จริฝนนั้นมีร้านน่ากินหลายร้านนะคะ ที่ดังๆ ก็เป็นร้านในโกดัง เค้าเอาโกดังมาทำเป็นเหมือร้านค้าหลายๆ ร้าน และขายของใาก น่ารักมากๆ)
 
เข้าไป บอกกันเลยว่า ขอจัดหอยโฮตาเตะหน่อย!! เพราะมาเพื่อกินสิ่งนี้ น้องแบมเอามาโม้ไว้ว่าถูกและอร่อยมาก!! เลยม่ะ!! จัดไป!! สั่งไปเซ็ทนึง (เยอะมากกก) ราคาแค่ 1280 เยนเท่านั้น มีทั้งหอยโฮตาเตะ หอยตลับ ผัก และปลาดิบราดข้าวมาให้ อย่างอิ่มงานนี้
 
 
อันนี้หอยโฮตาเตะค่า ใหญ่มากกก เมื่อเทียบกับที่ไทย
 
images by free.in.th
 
 
ส่วนนี่ข้าวหน้าปลาดิบ ฟินๆๆ กุ้งหวานมากกก
 
images by free.in.th
 
ดูหน้าแต่ละคนซะก่อนว่าฟินขนาดไหน 555 อร่อยอ่าาา (พี่โก้แอบหิ้วน้ำจิ้ม seafood มาด้วย ฮ่าๆๆ เลยได้ลองจิ้ม แต่ที่จริงกินสดๆ ก็อร่อยแล้วน้า มันหวานนน)
 
images by free.in.thimages by free.in.th
 
 
ฟินไปอีกมื้อจ้าวววว มาญี่ปุ่นไม่เคยผิดหวังเรื่องอาหารจริงๆ!!
 
images by free.in.th
 
 
 
หลังจากนั้นก็นั่งรถไฟไปเยี่ยมชม Chocolate Factory เป็นโรงงานขนมแบรนด์ดังมากของญี่ปุ่น ก็คือ ShiroiKoibito หรือแปลว่า "แฟนขาว" (ไม่รู้ทำไม - -") เคยกินมาก่อนแล้ว แต่เฉยๆ ไม่ได้ชอบมาก แต่เค้าบอกว่ามันดังมาก และขายดีมากที่สุดในญี่ปุ่น เลยลองมาดูกันค่ะ
 
ในโรงงานไม่มีอะไรมาก แต่น่าตื่นตาตรงเค้าเปิดโรงงานให้ดูวิธีการทำกันเลย แต่ไม่ได้ดูตอนผสม ingredients นะ ดูขั้นตอนการผลิตและแพ็คเฉยๆ แต่ก็สนุกดี พร้อมกับซื้อขนม ไม่ได้ซื้อไรกลับมาเลยเพราะไม่ได้ปลื้มขนมยี่ห้อนี้เท่าไหร่
 
เลยกลับมาที่สถานี Sapporo และมาตายรังที่ Susukino เพราะมาหาของกิน 5555 เมื่อวันก่อนยังกินไม่เต็มอิ่มเท่าไหร่ อยากมาจัดอีกรอบ
 
 
ไม่ผิดหวังค่าาา เพราะเจอสตรอเบอร์รี่ยักกกษ์ขึ้นชื่อของญี่ปุ่น!! ถูกมากกก แพ็คละ 200-300 เยนเอง หอม หวาน อร่อยสุดๆ ซื้อมากินกันแบบไม่กลัวท้องแตก กินมันทุกวันเลยสตริเบอร์รี่เนี่ย วันละ 3 แพ็คอย่างต่ำ บ้าไปแล้ว 555
 
images by free.in.th
 
 
ดูจิใหญ่ม้ายยย ง่ำๆๆๆ
 
images by free.in.th
 
 
นี่คือขนมที่ซื้อมาภายใน 2 วันแรกค่ะ 55555 เยอะเกินไปม้ายยย ยังเหลืออีก 8 วันนะ!!
 
images by free.in.th
 
 
 
จากนั้นก็เดินเล่น กินหนมไปรายทางเลย กินเยอะมากจริงๆ ทริปนี้ สนุกสนานและหนาวสุดๆ มาถึงสถานีรถไฟเตรียมกลับบ้าน หมดไปในวันที่ 2 ของการมาญี่ปุ่น เลยถ่ายรูปไว้เป็นระลึกซะหน่อย หกคนกับทริปนี้ ตะลุยกันต่อไปในเอนทรี่หน้าค่า....กับเมือง Hakodate!!
 
images by free.in.th

Comment

Comment:

Tweet

อยากไปบ้างจังเลยพี่ตาว

#5 By Gougo (110.77.184.144|110.77.184.144) on 2014-04-22 09:30

ไม่เห็นได้กินไรแบบนี้เลย เคืองมาก อิจฉาริษยา T T

#4 By sirrus (119.46.68.229|61.91.109.207, 119.46.68.229) on 2014-03-28 16:38

ยังไม่เคยไปญี่ปุ่นแฮะ
น่าเที่ยว
( Hot! Hot! )

#3 By Nirankas on 2014-03-27 12:21

พี่ตาวเขียนสนุกมากค่ะ
อ่านแล้วอยากไปเที่ยวมั่ง cry

#2 By เม on 2014-03-25 22:01

โอ้ยย อ่านแล้วอยากไปเที่ยวญี่ปุ่นบ้างจังเลยค่ะ
ขนมของกิน น่าอร่อยไปหมดเลย ฮือออ

ยังจำเอนทรี่เก่าๆของพี่ตาวที่เคยเขียนถึงโมจิสตรอเบอร์รี่ตอนไปญี่ปุ่นได้ อ่านทริปคราวนี้คงได้เพิ่ม wish list อีกเยอะแน่เลยยย

#1 By • L e r u s e L ◘ on 2014-03-25 21:43