ก้าวที่สอง....ของชีวิต

posted on 30 Apr 2013 11:16 by nokutesu666 directory Lifestyle, Diary
ตอนนี้เหลืออีกแค่วันเดียวเท่านั้นค่ะ ก่อนตาวจะกลับไทยอย่างถาวร ได้ตั๋วออกเดินทางกลางดึกวันพุธที่ 1 พค.นี้  
 
ตาวพยายามเคลียรืเอกสารให้เร็วที่สุด หรือที่เค้าเรียกกันว่า Clearance  สุดท้ายเลยทำเสร็จภายในสองวัน (ปกติบางคนใช้เวลาเป็นสัปดาห์555) ถึงกับไข้จับเลยทีเดียว เพราะบินติดๆ กันเกือบ 10 วัน นอนน้อย แล้วก็รีบเคลียร์ทุกอย่าง แพ็คของ จัดห้อง เรียกว่าเตรียมกลับเต็มที่ บวกกับต้องทัวร์โดฮาเพื่อ bidding Goodbye กับเพื่อนๆ อีกด้วย
 
 
images by free.in.th
 
กลับมามองย้อนดูภาพเก่าๆ แล้วก็อดยิ้มไม่ได้... ถาพนี้คือวันแรกที่เสร็จสิ้นการเทรนตลอดเวลา 2 เดือนเต็ม และพร้อมจะออกไปเผชิญโลกกว้าง 
 
จนถึงวันนี้...วันที่เราใช้เวลาเกือบ 5 ปีในการเป็น "พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน" เจอผู้คนมากมายหลากหลายเชื้อชาติและประเภท ได้ไปเห็นเมืองต่างๆ แทบทุกทวีป เจอเรื่องร้ายเรื่องดีปะปนกันไป ตาวกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า ตอนนี้ทัศนวิสัยและทัศนคติในหลายๆ ด้านเปิดกว้างขึ้นอย่างรวดเร็วมาก จากที่เคยบอกไว้ว่าเพราะวันนึงเราเห็น "ชีวิต" เราเห็นจุดสูงสุดและจุดต่ำสุด เราเป็นทั้งผู้ให้และผู้ได้รับ จนได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มตัวก็วันนี้
 
 
 
ไฟลท์สุดท้ายที่ได้บินคือ โดนดึงจาก Standby ไป Brussels ประเทศเบลเยี่ยม เพื่อนทุกคนก็น่ารักมากๆ พอรู้ว่าเป็นไฟลท์สุดท้ายของเราก็เอาใจใหญ่ ไถ่ถามกันว่าจะลาออกไปทำอะไร ตาวเองก็ได้แต่ขำ พร้อมกับบอกว่า "ตอนนี้ยังไม่มีแผนอะไรแน่นอน รู้แต่ว่ามันถึงเวลาแล้ว" 
 
 
images by free.in.th
 
เพื่อนถาม "ถึงเวลาอะไร" 
 
เรายิ้มพร้อมกับบอกว่า "ถึงเวลาเปลี่ยนแปลง" เค้าคง งงๆ เพราะไม่เคยเจอคำตอบแบบนี้ ลูกเรือส่วนใหญ่ที่นี่พอจะลาออกส่วนใหญ่ก็จะบอกว่า ไปแต่งงานบ้าง ไปทำธุรกิจบ้าง หรือไม่ก็ได้งานสายการบินอื่น ตาวเองก็เคยคิดแบบนั้นเหมือนกัน คือถ้ายังไม่ได้งานใหม่จะไม่ออกหรอก เสี่ยง ไม่เอา งานตรงนี้ก็ดีอยู่แล้ว ได้เงินเยอะอยู่แล้ว อย่าเสี่ยงออกไปไม่มีอะไรทำเลย
 
ซึ้งก็ไม่ใช่ความคิดที่ผิด แต่เป็นความคิดที่กลัว.... ตาวเคยกลัวทุกอย่าง กลัวว่าจะไม่มีงาน กลัวว่าจะไม่มีเงิน กลัวจะต้องลำบาก 
 
 
แต่พอมานั่งคิด นั่งตริตรอง บวกกับการที่ได้สั่งสมประสบการณ์ชีวิตมากมายเพิ่มขึ้นทุกวัน ตาวบอกกับตัวเองเสมอว่า ตาวจะไม่ติดแหง่กอยู่ที่นี่ และตาวจะต้องไม่ย้ำอยู่กับที่ พรุ่งนี้จะต้องดีกว่าวันนี้เสมอ ไม่ใช่แค่ทางร่างกาย รวมถึงทางจิตใจด้วย
 
 
 
 
 
images by free.in.th
 
บอกตามตรงแบบไม่มีกั๊กเลยว่า อยู่ที่เมือง Doha ประเทศ Qatar นี้ ความมั่นคงทางจิตใจหาได้ยากมากๆ เพราะเราอยู่ไกลบ้าน บวกกับมันเป็นเมืองที่ยังไม่ได้เจริญอย่างลองดอน เมกา คนที่ไปเรียนต่างประเทศจะไม่สามารถมาเปรียบกับชีวิตของลูกเรือในตะวันออกกลางได้ เพราะนี่คือการใช้ "ชีวิต" และ "เอาตัวรอด" อย่างแท้จริง
 
อารมณ์เหมือน The Star คุณไม่แกร่งจริง คุณก็ต้องออกไป 
 
เมืองนี้ บริษัทนี้ คุณต้องเข้มแข็ง ไม่อ่อนไหวง่ายๆ ถึงจะอยู่ได้ เพราะทุกอย่างจะไม่ได้หมุนรอบตัวเราอีกต่อไปแล้ว เราจะรอบล้อมด้วยคนมากมายจากทั่วโลก ทั้งดีไม่ดีปนเปกันไป การทำงานก็เหมือนการไปฝึกความอดทน พอจบจากการทำงาน ต้องมาอดทนต่อกับประเทศที่ยังค่อนข้างกันดาร ไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายอย่างบ้านเราหรือเมืองอื่นๆ
 
 
 
สำหรับตาวแล้ว ใครที่เพิ่งจบใหม่แล้วอยากมา "เผชิญ" ชีวิตที่แท้จริง ขอเชิญมาทำงานที่นี่เลย เพราะคุณจะได้อะไรกลับไปเยอะมาก และขอบอกเลยว่าถ้าทำที่นี่ได้ ที่อื่นก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้ว ^^ 
 
 
images by free.in.th
 
ตาวเคยร้องไห้กับไฟลท์แรกในชีวิตมาแล้ว... โดนหัวหน้าว่า เราปรับตัวไม่ทัน จะต้องเตรียมไฟลท์อะไรมาบ้างก็ไม่รู้เลยเพราะไม่มีประสบการณ์จริงๆ ในไฟลท์และหลังไฟลท์โดนเรียกไปคุยว่าเธอต้องทำให้ดีกว่านี้ เข้าใจมั้ย 
 
ตอนนั้นทั้งเหนื่อย ทั้งเศร้า ทั้งคิดถึงบ้าน แล้วยังมาโดนตำหนิอีก เรากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เลย.... ไหลร่วงพลั่กๆ เป็นเม็ดโต กลับมาบ้านก็มานอนร้องไห้ ว่าทำไมเป็นแบบนี้ เราพยายามแล้วนะ จากนั้นก็เลยฮึด ทำงานหนักมาก เรียนรู้ทุกอย่าง ขอเป็นครัวตั้งแต่ไฟลท์แรกๆ เพื่อที่จะได้ค่อยๆ รู้ว่าทำยังไง ไม่อายที่จะถาม จนบินได้แค่ 3 เดือน จากนั้นได้รับคำชมจากหัวหน้าแทบทุกไฟลท์ เพราะไม่ว่าจะทำในครัวหรือในเคบินก็จะเรียบร้อยรวดเร็วแทบทุกอย่าง
 
แต่อุปสรรคก็มาเรื่อยๆ ทั้งไฟลท์เมกาที่ Special Meal มาเป็นร้อยสองร้อย เทรนเป็น Business and First class crew ต้องจำไวน์เป็นสิบๆ จำค็อกเทลเป็นร้อยๆ ทุกอย่าง ทุกวันต้องเรียนรู้ ก่อนทุกไฟลท์ตลอดเกือบ 5 ปีที่ผ่านมา ไม่มีวันไหนที่ตาวไม่อ่านหนังสือก่อนไปบิน 
 
 
 
 
images by free.in.th
 
จนวันนี้เรามองกลับไป...ถึงแม้ตาวจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งสูงสุดอย่างหัวหน้าไฟลท์ แต่ก็ถือว่าได้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด นั่นคือ เป็นครัวในชั้น First Class (โดยได้เลื่อนขั้นภายในปีเดียว) เพราะที่นี่หลังจากได้เลื่อนขั้นจาก อีโคโนมี่แล้ว ต้องทำเคบินใน Business/First class ไปสักปีนึงก่อน แล้วค่อยถึงจะได้เทรนเป็นคนทำครัว เรียนจัดอาหาร 
 
อดไม่ได้ที่มองคนที่เพิ่งมาบินแล้วอมยิ้ม เพราะเข้าใจเลยว่าเราผ่านจุดนั้นมาก่อน เราไม่ได้ดีเก่งเลอเลิศอะไร แต่ต้องการจะบอกว่า เราต้องปรับตัวมากมาย แต่ด้วยความพยายามและไม่ท้อถอย ทำให้เราเป็นอย่างทุกวันนี้ได้ ในไฟลท์มักจะได้คำชมจากการทำงาน ไม่ค่อยมีเรื่องกับใครเพราะจะ Keep Calm ตลอด เหมือนเราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น หัดเรียนรู้ที่จะ