มาถึงคราว Luzern แล้วจ้า^^

ต้องย้อนความกันยาวหน่อยเพราะผ่านมานานแล้ว 555 ไอ้ตาวเพิ่งจะมาอัพ เลยหลงๆลืมๆไปบ้างอย่าได้ว่ากัน ก่อนหน้ามาสวิสคราวนี้เราก็นัดพี่ศศิผู้น่ารักไว้แล้วว่า  "พาเค้าไป Luzern ด้วยนะ!" (มันนัด หรือบังคับ!?)

พอมาถึง Zurich ได้ก็ปาไป 8 โมงแล้ว  มาถึงโรงแรมก็ 8 โมงครึ่ง  โชคร้ายที่ห้องมีไม่พอ  เค้ากำลังเร่งทำความสะอาดให้  หัวหน้า หรือ CSD ก็บอกว่า  เอ้า ใครรีบก็เอาห้องไปก่อนนะ  ไอ้เราก็อารมณืเกรงใจ  ไม่กล้าเสนอหน้าไปบอกว่า  "กรูรีบเว้ยยยยยยยยยยยย! -*-"

เพื่อนอินางอื่นก็รุมจิกทึ้งเอาห้องกันใหญ่  เพราะเหนื่อยกันเป็นแถบๆ อยากนอนพักเต็มแก่แล้ว...

ส่วนเราก็นัดกับพี่ศศิไว้ที่ Zurich HB หรือก็คือในตัวเมืองซูริคนั่นแหล่ะ ไว้ตอน 10.30 ตายห่าละ ขอตารางรถรับ-ส่งจากโรงแรมไปแอร์พอร์ตมีตอน 9.10 กับไปอีกที 10 โมงกว่านู่นนนเลย  ตายๆๆ กว่าจะนั่งรถไฟจากแอร์พอร์ตไป Zurich HB อีก ที่จริงมันไม่นานหรอก  แต่เผื่อเวลาหลง ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก

 

เราเลยพยายามเบียดเข้าไป ทำตาปริบๆ บอกหัวหน้าว่า เรานัดเพื่อนไว้นะจ๊ะ *o*  หัวหน้าเลยบอกว่า เอ้าาา แล้วไม่บอก เอาไปๆ เราได้ปุ๊บ รีบวิ่งจรู๊ดขึ้นห้องทันที  อาบน้ำสระผมแบบทำเวลาสุดตรีน  ออกมารีบแต่งตัว  วิ่งจรู๊ดลงมาข้างล่าง อ้าวเวงงงง ลืมใส่คอนแทคเลนส์อีก  วิ่งกลับขึ้นไปเอา  สิ่งกลับลงมาอีกรอบ  กระโดดขึ้นรถบัสที่เป็นรถรับ-ส่งไปแอร์พอร์ต หอบแฮ่กๆ เกือบไม่ทัน  คุณพี่คนขับหย่อนตรูดลงกำลังสตาร์ทเครื่องพอดี T_T

 

 

มาถึงแอร์พอร์ตก็ไปแลกเงิน  ที่นี่ใช้เงิน "สวิสฟรังค์" จ้า  ไม่ได้ใช้ยูโรเหมือนประเทศอื่นๆ ในยุโรป  แลกเสร็จแล้วก็เดินไปซื้อตั๋วรถไฟ  คราวนี้ไม่ได้ซื้อแบบตั๋ววันละ เพราะตั๋ววันมันใช้ได้แค่เฉพาะในตัวเมืองซูริค  คราวนี้ไอ้ตาวจะออกไปเมืองอื่น  ใช้มะล่ายยย เปลืองงงง

(ค่ารถไฟที่นี่แพงมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก)

เลยซื้อแค่ขาไป  แค่ขาไปก็ล่อไป 3 ฟรังค์กว่าๆ แล้วจ๊ะพี่น้อง สถานีเดียวเนี่ย!! (ก็ประมาณ 100 กว่าบาทจ้า)

 

 

 

ไปถึง Zurich HB ก่อนเวลาเจอพี่ศศิ  เลยไปเดินเล่นก่อน  SALE เต็มไปหมดเลยยย ช่วงนี้ยุโรปเซลล์ทั้งทวีปจ้า เดินชมไปเรื่อยก้ไปเจอกับนี่เข้า *[]*

 

ร้านชอกโกแลตตตตตตต แว๊กกกก พูดถึงสวิสต้องพูดถึงนาฬิกาและชอกโกแลต หุหุ นี่เป็นร้านใหญ่ใน Zurich HB เลยจ้า มีตั้งแต่ชอกโกแลตสำเร็จรูปยี่ห้อดังๆ กับแฮนด์เมดตามที่เห็นเรียงรายในตู้นี้ เยอะมากกก

(และแพงมากกก แว๊กกกก TT.TT)

 

คุณพ่อครัวคนนี้กำลังทำ ชอกโกแลตฟองดู เอาสตรอเบอร์รี่จิ้ม น่ากินมากๆ แต่เราเลยลองกินดูแล้วมันก็เฉยๆ ไม่เข้ากันด้วยซ้ำ (คิดเอาเอง เปรี้ยวๆกะหวานๆอ่ะ) แต่มาเห็นเค้าทำสดๆ แบบนี้ก็ตื่นตาตื่นใจอยู่เหมือนกัน ^^

 

จากนั้นก็ได้เจอพี่ศศิแล้วจ้าาา กระโดดกอดกันไปสามที แล้วพี่แกก็พาไปเดินหาที่นั่งกินอาหารก่อนเลยดีกว่า  หุหุ แพคอาหารมาเสร็จสรรพตามฉบับ  พี่แกบอกว่า

"ตาวเห็นแล้วต้องกรี๊ด"

แล้วเราก็กรี๊ดจริงๆ กร๊ากก ร้องแว๊กกกกเลย โอวหม่ายก้อดดดดดดดด *A*!!

 หมูแดดเดียววววว กะ ข้าวเหนียวววววววววว

มันซู้ดยอดดดดดดดดดดดดดด *q*!!!

นั่งจิ้มกันตรงม้านั่งหน้าแมคโดนัล ฮ่าๆๆๆ ไม่เกรงกลัวสายตาใครทั้งนั้น ไม่มีคนรู้จักเว้ยย กับแกล้มก็หนุ่มๆสวิส หล่อเยอะมากกกก แว๊กกกกกกก แต่สาวๆไม่มีสวยเลย  บ่งบอกความไม่บาลานซ์ของประชากรอย่างเด่นชัด  ไม่ได้ละ  เราต้องมาเพิ่มความบาลานซ์ให้ประชากรที่นี่นะ กร๊ากกก หน้าไม่อาย -*-

 

กินกันจนอิ่ม ล่อไปซะเกือบ ชม. ก็ออกไปเดินชมวิวซูริคในวันเสาร์ที่แสนคึกคักกันก่อนดีกว่า

 

มาซูริค ก็ต้องถ่ายรูปธง เพราะเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่เลย... เพิ่งมารู้จากพี่ศศิว่า  ที่มีธงเยอะๆเป็นสัญลักษณ์ก็เพราะว่าที่นี่น่ะ  แต่ละเมืองก็มีธงเป็นของตัวเองนะจ๊ะ  เช่น ธงซูริคก็ขาวแดงอันนั้น  ลูเซิร์นก็ฟ้าขาว  เป็นต้น  เพราะฉะนั้นธงเลยกลายเป็นจุดขายไป

 

ถ่ายบนถนนซะหน่อย  เสื้อตัวนี้ได้มาจากตลาดมือสองที่โอซาก้า  มันเว้ามากกก ใส่แล้วอวบอั๋น "อึ๋ม" สุดๆ เพราะฉะนั้นรูปถ่ายเซ็ทนี้ไอ้ตาว อึ๋ม มากกกกกกกกกกก กร๊ากกกกกก

 

 

และเราก็นั่งรถไฟจากสถานี Zurich HB ออกนอกเมืองมายัง Luzern หรือภาษาที่นี่เรียกว่า "ลูแซง" ค่าตั๋วปวดใจเป็นที่สุด  แค่ขาไปนะ ราคา 23 ฟรังค์ หรือประมาณ 700 บาท แพงได้อีกกกก TT{}TT..... นั่งรถประมาณ 45 นาทีก็ถึงจ้า 

แต่ไอ้ตาวจะหลับแล้วหลับอีก เพราะง่วงมาก ไม่ได้นอนทั้งคืน ทำไฟลท์มาก็เหนื่อย แถมมาถึงก็ออกเลยอีกต่างหาก  ฟังพี่ศศิเม้าส์อย่างเดียว กร๊ากก

มาถึงก็ตื่นตาตื่นใจ เพราะคนเยอะมากกกกกกกกกกกก!!

 

มาถึงแล้วแน่นอน! ป้ายยืนยัน! 5555+ โชคดีมากวันที่มานั้นเป็นวันที่เค้าจัดเทศกาลอยู่พอดี คนเลยคึกคักเยอะเป็นพิเศษ  เราเดินแล้วมีความสุขมากกกกกกกก

วิวนี้สวยมาก....สวยจรบรรยายไม่ถูก  นี่คือ Luzern Lake จ้า  สวิสนี่ทุกๆเมืองจะมีแม่น้ำเป็นจุดสำคัญของเค้า  ไม่เชื่อลองกลับไปดูเอ็นทรี่เก่าๆของเรา  ที่ซูริคก็มี Zurich Lake และที่เจนีวาก็มี Geneva Lake ^__^

สวิสนี่เป็นประเทศที่ถ้าไม่ไปเองไม่รู้จริงๆว่าสวยขนาดไหน...

มันสวยจนบรรยายออกมาไม่ถูก  รูปที่ถ่ายมาไม่ว่ากล้องคุณจะเทพขนาดไหนตัวละล้านแปดก็ไม่สวยเท่ามาเห็นด้วยตาตัวเอง... มันสวยจนเราอยากจะทำแบบในหนัง  คือยืนแล้วหมุนไปรอบๆ หลับตาแล้วยิ้มซึมซับไปกับบรรยากาศเลยทีเดียว 5555+

และสวิสเองก็เป็นประเทศที่ 2 รองจากไทย... ที่เราคิดจะมาอยู่อาศัยจนบั้นปลายชีวิตเชียวล่ะ พูดจริงนะ :)

 

อย่างที่เราบอกว่า ตอนนี้เค้ามีงานเทศกาลพอดี.... มีงานแข่งเรือสวิส!! ก๊ากกกกกก

ที่จริงไม่ใช่แข่งเรือหรอก แต่บรรยากาศมันเหมือนมากกกก เพราะมีเสียงพากย์ออกลำโพงตลอดเวลาเหมือนพากย์แข่งเรือ  บวกกับคนเกาะขอบสะพานมองไปที่แม่น้ำกันใหญ่เลย  เราเลยไปมุงมั่งว่ามีอะไร...

 

หลังจากยืนรอสักพักท่ามกลางแดดร้อนฉ่า (ร้อนมากจริงๆนะ...แสงพระอาทิตย์ ยอมรับเลยว่าร้อนและแรงกว่าไทย  แต่พอไม่มีแสงอาทิตย์ก็เย็นเลยล่ะ  ไม่เหมือนไทยที่มีหรือไม่มีก็ร้อน =w='')

เราก็ได้เจอกับการแสดงบนน้ำนี่เอง!!

 

อีกซักรูปจ้า  ต่อตัวลากกันมาตั้งแต่ไกลๆ แล้วมาเลี้ยววนตรงหน้าสะพาน  เก่งมากมาย  ท่าทางเกร็งกันสุดฤทธฺิ์  สักพักมีอีกคนฉายเดี่ยว  แต่ที่แปลกคือเฮียแกนั่งบนอะไรไม่รู้ เป็นเหมือนท่อนไม้ตั้งๆ ไม่ได้ยืนบนกระดานแบบคนอื่น  แล้วลากไปตามน้ำ สามารถมากกกกกกกกก! O_o  แถมยังมีการกระโดดตีลังกาให้ดูด้วยนะ แว๊กก เฮียเทะไปไหน!

 

ทนร้อนไม่ไหว  เลยเปลี่ยนมาเป็นเดินไปรอบๆเมืองดีกว่า  คึกคักตื่นเต้นมากมาย  เรามีความสุขจนยิ้มไม่หุบเลยล่ะ  หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง  เพราะทั้งบรรยากาศ  ทั้งผู้คนมันทำให้รู้สึกสนุกไปด้วย.... ได้รู้เลยว่านี่สิ "ชีวิต"  เฮ้อออ ดีใจจังที่ได้มาทำงานนี้ (เพิ่งจะรู้สึกตัว ก๊ากก)

 

ตามซอกตามมุมจะมีเวทีเล็กๆ ตั้งตามรูปเลยจ้า... มีวงดนตรีขึ้นแสดงตอนเวลา  สลับกันไป  แก่ๆก็มีนะ อายุแบบ 50 อัพไรงี้  ขึ้นมาร้องเล่นเต้นเพลงร็อคกันแบบ โอว จ้อดดดด *[]*  ปู่แกแน่มาก ทำนองนั้น ฮ่าๆๆ

มีโต๊ะท่ามกลางแสงแดดตั้งให้นั่งจิบเบียร์  ชมการแสดงกันไป

 

แอบถ่ายน้องหมาของคนอื่นเค้ามา น่าร๊ากกกกกกกกก ><,,  ที่นี่หมาน่ารักๆ แปลกๆ เหมือนที่เราเห็นในนิตยสารเยอะมากเลย  บางตัวก็ใหญ่แบบ เดินสี่ขายังสูงวถึงเอวเราก็มี  เหฟ็นแล้วตะลึงมากๆ แต่ทุกตัวดูเป็นหมาผู้ดีโคด... ต้องมีสายจูงนะจ๊ะ ไม่มีไม่ได้  เป็นกฏหมายของที่นี่เลย  และทุกตัวไม่มีเห่า  ไม่มีกัด  เดินตามเจ้าของเรียบร้อย  ไม่มีฉี่ อึ ตามถนนเลยด้วย

ไฮโซซซซซซซซซซซซซซซซ!

 

 

และนี่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราประทับใจ  เพราะไม่คิดจะได้เห็นจริงๆ...นอกจากใน youtube

 

Free Hugs Campaign!!  เห็นมีหลายกลุ่มเลยออกมายืนกลางถนนแล้วถือป้ายฟรีฮักทั้งชายและหญิง  เราก็เอาด้วย  เข้าไปกอดกะเค้าด้วย หุหุ  อินเทรนด์ซะหน่อย

เราชอบอะไรแบบนี้มากเลย  ที่ชอบอีกอย่างคือ วงดนตรีที่เค้ามายืนเล่นกันเองตามถนน  แล้วมีคนเข้าไปเต้นด้วย ร่วมร้องด้วย  มันบ่งบอกถึงอิระในชีวิตมากๆ... นี่เป็นอย่างนึงที่เราชอบในยุโรป  คือ  ทุกคนเติบโตมาด้วยความคิดและการกระทำที่เป็นอิสระ  อยากทำอะไรก็ทำ  ไม่เดือดร้อนชาวบ้าน

เดินไปบนถนนอยู่ดีๆ เจอคนออกมาเอาดินสอ ปากกา ชอล์คมาวาดบนพื้นถนนเป็นศิลปะ หรือ ตามกำแพงก็มี...

(แต่ไม่ใช่พวกมาพ่นสี "เจ้าพ่อทุกสถาบัน" ไรงี้นะ 555555555)

 

ส่วนนี่เป็นอาคาร หอคอยอะไรไม่รู้  แต่น่ารักอ่ะ  นาฬิกาข้างบนนั่นลายน่ารักมากๆเลยถ่ายมา... ><

ส่วนนี่เป็นเวทีอีกเวทีนึง  เดินมาไม่ถึง 20 ก้าวก้เจออีกเวทีเลยล่ะ  บอกแล้วมีถี่จริงๆ  เวทีนี้เป็นสาวผิวสีออกมาร้องเพลงแนว Blues เท่มากกกกกกกกกกก !!

 

เรากำลังจะเลี้ยวลงไปเดินสะพานข้ามแม่น้ำ Luzern อีกด้านก็ต้องชะงักเมื่อเจอกับศิลปะขนผนังข้างตึกนี้!! สวยมากกกกกก!! *A*   รู้สึกจะเป็นร้านอาหารนะ  แล้วข้างๆเป็นบันไดกว้างๆ สำหรับเดินลงไป Luzern Lake...

ถึงบอกว่าประเทศนี้อะไรๆ ก็สวย!!

 

เป็นประมาณนี้ตามที่บอกเลยจ้า :))))

 

นี่เป็นสะพานเล็กๆ ข้าม Luzern Lake อีกฝั่ง...คนคึกคักมากตรงนี้ เพราะตามข้างทางแม่น้ำเป็นร้านอาหารตลอดแนวเลย  และเค้าจะมาตั้งโต๊ะอาหารกันท่ามกลางแสงแดดเปรี้ยงๆ  แดดแบบนี้แหล่ะฝรั่งเค้าชอบนักแล... เค้าบอกนานๆที ต้องอาบให้คุ้ม!!

(ลูกโป่งสีฟ้าขาวนั่นอย่างที่บอกว่าเป็นสีธงชาติประจำเมือง Luzern จ้า)

 

และเมื่อหันซ้ายจากสะพานข้ามแม่น้ำเราก็จะเจอกับสิ่งนี่  สัญลักษณ์และแหล่งท่องเที่ยวของ Luzern...

"Chapel Bridge and Water Tower"

Lucerne is divided by the river Reuss into an Old Town and a New Town. The two districts are connected by what is among other things the world's oldest covered wooden bridge, the Chapel Bridge, which dates back to the year 1332. The bridge was rebuilt true to the original after the fire of 1993 and leads to the actual landmark of Lucerne, the octagonal Water Tower. Like the over 500-year-old Musegg Wall with its turrets, the bridge and water tower were part of the city fortifications.

 

สะพานชาเปลและหอคอยนี้เป็นจุดขายของ Luzern เลยล่ะจ้า (หรือภาษาอังกฤษ Lucerne ตามข้างบนเขียนไว้  Luzern เป็นภาษาท้องถิ่น)  สร้างมานานมากกกก หลายร้อยปีแล้ว  ในหอคอยนั้นมีประวัติไว้ว่าเคยให้นักโทษอยู่  ส่วนสะพานชาเปลนี้เป็นไม้ทั้งหมดนะ  และเคยโดนไฟไหม้ไปส่วนนึง  ตอนนี้ปรับปรุงไปแล้ว  แต่ลวดลายที่อยู่ในสะพานก็ไม่สารถเอากลับมาได้  เสียดายมากๆ เพราะสวยจริงๆ

 เอ้า... มาแล้วก็ถ่ายรูปกันซะหน่อย! หงษ์ก็บินว่อนไปมาในแม่น้ำเต็มไปหมด ^^

 

มุมใกล้ๆ บ้าง......เก่าแก่มากเลยนะเนี่ย

ขอถ่ายคู่ด้วยอีกสักรูปนะ .... :D

มองจากสะพานชาเปลมาก็เจอกับสะพานที่เราเดินข้ามมาเมื่อครู่...เป็นสะพานเล็กๆแบบนี้แหล่ะจ้า

 

ส่วนนี่ที่ปลายสะพานชาเปลเป็นวงดนตรีออกมาเล่น  เพลงเพราะและคึกคักมากกก เล่นแบบมืออาชีพสุดๆ เราถึงบอกว่าชอบประเทศนุโรปก็ตรงนี้นี่แหล่ะ  คนยืนมุงกันเต็มเลย ^o^  แถมอยากจะบอกว่าแดดร้อนมากกกก พี่แกก็ไม่หวั่น  บอกขอเบียร์เย็นๆสักแก้วก็ชื่นใจแล้ว ฮ่าๆ

(ตอนหลังเลยมีโต๊ะเล็กๆไปตั้ง  แล้วมีแก้วเบียร์วางไว้ เอิ้กกกก)

 

ส่วนนี่เป็นคุณยาย  พาหลานลงเล่นน้ำ...น่ารักมากเลย  สันหยุดแบบนี้ครอบครัวต่างพาลูกหลานออกมาเดินเที่ยว  นั่งกินอาหาร  ปิกนิกกันเยอะมาก

 

 

แล้วสักพักเราก็เดินต่อไปเพื่อตามหาสิ่งขึ้นชื่ออีกอย่างของ Luzern ที่มาแล้วต้องไปให้ได้  นั่นก็คือ...

"Lion of Luzern" หรือ "Löwendenkmal"

ภาษาไทยเรียกว่า รูปปั้นสิงโตร้องไห้  สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับทหารสวิสที่ไปตายที่สงครามในประเทศฝรั่งเศส  เล่ากันว่าเมื่อก่อนสวิสเป็นประเทศที่ยากจนมากกกก  ต้องส่งทหารไปร่วมสงครามเพื่อแลกกับเงิน  จึงเป็นที่มาของอนุสรณ์นี้  จนมากระทั่งหลังๆนี่แหล่ะถึงพัฒนาตัวเองจนกลายเป็น 1 ในประเทศที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก

 

หน้าตาเจ้าสิงโตร้องไห้เป็นแบบนี้แหล่ะจ้า....ดูเหมือนจะเล็กนะถ้ามองตามรูปนี้  แต่ความจริงนั้น...

 รูปนี้ถ่ายมาเพื่อให้ดูเทียบกับคนที่นั่งอยู่บนม้านั่งด้านซ้ายมือ...

คือ มันใหญ่มากกกกกกกก =[]=! ใหญ่จนตอนเราเข้าไปตอนแรกยังตกใจเลย! เพราะค้นหาในเน็ตก่อนมา  เห็นรูปก็เหมือนจะไม่ค่อยใหญ่  มาเจอแล้วถึงกับตะกะใจ  เหมือนเค้าสลักเข้ากับผาหินเลยล่ะ

 

มาแล้วก็ขอถ่ายอีกสักหน่อย  เผื่อสิงโตจะหายร้องไห้ 555555

 

 

และนี่เป็นร้านขายของที่ระลึกตรงข้ามน้องรูปปั้นสิงโต  ทำเอาเราขำก๊ากเลย

 

แว๊กกกก นี่แสดงว่าคนไทยมา Luzern เยอะมากกกกกกก ฮ่าๆๆๆ มีป้ายเฉพาะสำหรับคนไทยด้วย  พอเราเข้าไปในร้าน ปรากฏคนขายเป็นคนจีน  พอรู้วาเป็นคนไทยก็พูดภาษาไทยกระท่อนกระแท่น

"คงไทย ลด สิบ เปอเซง"

5555555555555555555 ตลกอ่ะ  แต่ก็ไม่ได้ซื้ออะไรมานะ  มีแต่ของแพงๆ :(

 

 

ทริป Luzern ก็หมดลง  เราเดินทางกันต่อ ตอนแรกก็ไม่รู้จะไปไหนดี  ลังเลระหว่างจะไปบ้านพี่ศศิหรือไป Zurich HB ดี  แต่สุดท้ายพี่ศศิบอกอาจมีโชเฟอร์ขับรถไปส่งในตัวเมือง  เราเลยโอเค  งั้นไปบ้านพี่ศศิ กร๊ากกก เลวววว :P

 

เลยนั่งรถไฟจาก Luzern ไป เมือง Rapperswil ซึ่งเป็นเมืองที่ศศิอยู่... ค่าตั๋วรถไฟเอาไอ้ตาวร้องแอร่กอีกแล้ว 27 ฟรังค์ได้ เฮือกกกกกกก TT.TT เอาวะ  มาเที่ยวๆ อย่าคิดมาก  นั่งไปเกือบ 1 ชม  ไอ้ตาวเกือบหลับ! เหนื่อยเจียนตายจริงๆ (แต่ไม่เจียม ฮ่าๆ)

และแล้วเราก็มาถึงงงงง  มีคุณโชเฟอร์  แฟนพี่ศศิขับรถมารับที่สถานีกันเลยทีเดียว

 

Rapperswil เป็นเมืองเล็กๆ ที่ไม่มีอะไรสะดุดตาหรือโดดเด่นเป็นพิเศษอย่าง Zurich หรือ Luzern.... แต่บรรยากาศในตัวเมืองนั้นน่ารักและน่าอยู่มากๆ 

 

นี่ก็เป็นแม่น้ำเหมือนเดิมจ้า  แต่ไม่ใช่ Rapperswil Lake นะ 55555 ยังเป็น Zurich Lake ที่เชื่อมยาวมาอยู่...สามารถนั่งเรือจากที่นี่ไปในเมืองซูริคได้เลยนะเออ :)

 

เห็นแดดเปรี้ยงๆแบบนี้  ตอนนี้ 2 ทุ่มครึ่งแล้วนะจ๊ะ ^_^ ที่ยุโรปหน้าร้อนช่วงเวลากลางวันจะนานมากๆ กว่าพระอาทิตย์จะตกจนลับฟ้าก็ 4 ทุ่มนู่นนน แล้วขึ้นอีกทีตอนตี 4 ตี 5 เร็วมากกกก!

ท่าเรือนี้สวยมากๆ ชอบอ่ะ ผู้คนที่นี่ตอนวันหยุดสุดสัปดาห์เค้าก็เอาเรือออกไปล่องกันกับเพื่อนบ้าง  กับครอบครัวบ้าง  ไปว่ายน้ำ  ตากแดด  ตกปลา  และปิกนิก 

โอ๊ยยยยยยยย อยากมีชีวิตแบบนี้บ้างงงงงงงงงงงง!! TT.TT

 

อันนี้พี่แกเท่มาก....คงคิดว่าตัวเองเป็นแจ็ค สแปร์โร่ว หรืออย่างไร 5555555555+

 

เราก็เดินเล่นกินลมชมวิวไปเรื่อย...หน้าเริ่มมันและโทรม กร๊ากก ก็ไม่ได้พักเลยอ่ะ  ยังคงฝืนยิ้ม  ทั้งๆที่ปวดเมื่อยไปทั้งตัวจนเหมือนจะระเบิด  ตานี่สามารถหลับได้ตลอดเวลา ฮ่าๆ

 

จะ 3 ทุ่มแล้วววว ฟ้ายังใสอยู่เลยยยยยย  อีกฝั่งก็เป็นสวนสาธารณะเล็กๆ มีคนออกมาอาบแดดและเล่นกีฦากัน  ดูชิวมากอ่ะ  อยากให้โดฮาเป็นแบบนี้จังเลย TT____TT

 

สะพานไม้นี่เราชอบมาก  ชอบตั้งแต่มาคราวที่แล้วละ... มันยาวมากกกก มากๆๆ เลยนะ เป็นหลายกิโลเลยอ่ะ  เอาไว้ให้เดินเล่น ชมวิวแม่น้ำ แต่เราเดินได้นิดเดียวนะ  ตายๆ แค่เดินปกติก็ตายแล้ว 555 เอาไว้โอกาสหน้าจะมาพิชิต :P

 

 แอบถ่ายสองสามีภรรยาสุดน่ารัก  รักกันม๊ากกกมากกกก :) ขอให้รักตลอดไปนะจ๊ะ

 

และแล้วเราก็บอกลาพี่ศศิ ตัดสินใจกลับเองดีกว่า  เกรงใจให้สารมีพี่แกไปส่งในเมือง  ขับรถก็ประมาณ 30-40 นาทีแหน่ะ  เลยนั่งรถไฟกลับเองดีกว่า  ขากลับนั่งมาคนน้อยมาก  อาจจะเพราะมันเย็นแล้ว  เราก็ชมวิวด้วย  สัปหงกเป็นบางครั้ง  พยายามกัดลิ้นตัวเองไม่ให้หลับ เพราะอยากชมวิวงามๆ แล้วจดจำลงไปในซีรีบรัมน้อยๆในสมอง 5555555555

(แต่รถไฟในลอนดอนนี่นั่งปุ๊บ กรูหลับปั๊บ กร๊ากกกก หลับยาวววววว)

มาถึง Zurich HB ก็ต้องลงมาเปลี่ยนสาย  นั่งต่อไปแอร์พอร์ตอีก  พอมาถึงแอร์พอร์ตก็มารอรถบัสของโรงแรม  กว่าจะมาถึงโรงแรมก็ปาไปสี่ทุ่มกว่า  โอยยยย เหนื่อยมากกกกกก แทบเป็นลม  ไม่ไหวแล้ว  สรุปกรูไม่ได้หลับและเดินไม่หยุดเป็นเวลา 2 วันเต็มๆ

เลยรีบเปลื้องผ้า  อาบน้ำ  ยวดเท้านิดหน่อย  แล้วกระโดดลงเตียง  ตั้งนาฬิกาปลุก เพราะวันต่อมาต้องทำไฟลท์เช้ากลับโดฮาอีก  พอลงเตียงปุ๊บ  แอบเปิดทีวีไว้นิดหน่อย  ดูไปดูมา....หลับไม่รู้ตัว

หลับแบบสนิทจริงๆ ไม่เคยหลับสนิทแบบนี้มาก่อน 5555 รู้สึกตัวอีกที เอ้ย นาฬิกาปลุกแล้ว!! =[]=!! (ยังสามารถนอนต่อได้อีกนะนั่น) เลยลุกมาอาบน้ำแต่งตัวไปทำไฟลท์กลับ :)

 

 

มาสวิสคราวนี้ได้ความประทับใจกลับไปแบบเต็มๆอีกแล้ว  มีความสุขจังเลย  ร๊ากกกรักประเทศนี้  สุดยอดของสุดยอดจริงๆ สวยมากกกก อยากมาอยู่มากมาย และเราก็ไม่ลืมของฝากให้ที่บ้าน  แม่บอกอยากได้นาฬิกาตั้งแต่ตอนเรามาสวิสคราวที่แล้ว  เลยแอบมาเดินเลือกให้  มาตกหลุมรักกับเจ้าตัวนี้เข้า...

 

สวยมั้ย? เรียบและหรู....เอาไว้ให้แม่ใส่ไปทำงาน  นาฬิกาจากสวิสเชียวนะแม่ เอิ้กกกกกกกก และ แพงชิบหายยยย TT.TT เป็นนาฬิกาที่แพงที่สุดที่เคยซื้อมาในชีวิต  เพราะปกติเป็นคนไม่อะไรกับนาฬิกาเลย  ไม่มีความรู้สักนิด  ใช้แบบง่อยๆ มาตลอด  ยิ่งมาทำงานก็ยังคงใช้แบบง่อยเพราะมันเสี่ยงต่อการเสียหาย  แต่เรือนนี้นะแม่ 300 สวิสฟรังค์ฟ่าๆ  ก็เหยียบหมื่น กร๊ากกก

หมดตรุดไปพักนึง TT.TT

แต่เพื่อแม่ หนูทำด้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยย

 

 

 

 

 

ไปแล้วจ้าาาาา  รู้สึกเอรทรี่นี้บรรยายเยอะและละเอียดดีจังแหะ... หวังว่าทุกคนจะสนุกไปด้วยเน่อออออ กูดมอร์นิ่งงงงง (และไอ้นี่ยังไม่นอน ฮ่าๆ)

 

 

 

แอบเอามา edit เอาวิดีโอให้ดูเพิ่มจ้า อยากให้ดูวงดนตรีเท่านั้นแหล่ะ 555

Comment

Comment:

Tweet

โฮกก น่าสนุกมากๆเลยค่ะ แต่น่าเสียดายมีแต่ของแพงๆ cry
ชอคโก้น่าทานสุดๆ

#21 By valxonia on 2010-07-18 18:12

โอ้วววว สวยงามน่าไปมากเลยพี่ตาววว

ชอบยุโรปอย่างหนึ่งที่แบบ สองทุ่มสามทุ่มยังไม่มืดอะ
มันให้ความรู้สึกว่ามีเวลาทำอะไรมากกว่าเดิม ๕๕๕๕

แต่บทจะมืดนี่ก็แปบๆไปซะแล้ว = ="""

นาฬิกาคุณแม่สวยจริงค่ะ

#20 By พินสะดุ่ย on 2010-07-17 13:10

ช็อคโกแลต...น่ากินจัง
คิดถึงพี่ตาวจัง...รักษาสุขภาพนะค่ะ
big smile

#19 By GIFT_TU ...กิฟท์ on 2010-07-16 23:16

นาฬิการุ่นเดียวกับแม่เราเลย

ชอบเสียงพี่ตาวมากเสียงหวานเชียว

ประเทศเขาสวยจริงหน้าอยู่หน้าไปม๊ากมาก *0*


#18 By thisischacha on 2010-07-15 02:16

อยากไปบ้างง้าาาาาาาาาา

พี่ตาวดูสาวขึ้นมากเลยนะเนี้ย

รักษาสุขภาพด้วยน้า

#17 By |*|| NacHII ||*| on 2010-07-15 01:50

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
อยากไปอีกจังเลยค่ะ นู๋เคยไปเหยียบครั้งนึงในชีวิต
55+ คนไทยเยอะจริงๆคร่า ไปอยู่นี่ไม่ต้องกลัว
ว่าจะหลงแต่อย่างใด 55+

ปล.มีฟรีฮักด้วยวุ้ย wink wink wink

#16 By BuRu on 2010-07-14 21:13

โอยย พี่ตาวเห็นแล้วคิดถึงสวิสจัง

สะพานนั้นสวยจริงๆ แต่เสียดาย จำอะไรได้ไม่ค่อยชัดเจน

เพราะ ไปตั้งแต่เด็กๆ พ่อกับแม่ไม่น่ารีบเลย T^T



#15 By Mrs.Park on 2010-07-14 21:05

แค่รูปช็อคโกแลตอันแรกก็น่าทึ่งแล้วเพ่ตาว!!!
//น้ำลายไหลยืดดดด

ชอบอ่ะ บเานเมืองดูสว่างไสวระยิบระยับ 555
แต่3ทุ่มไม่มืดนี่ไม่ไหวนะ
หนูชอบกลางคืนง่ะsad smile 555

#14 By ~killau~ on 2010-07-14 20:18

[NeMi]

พี่ตาวยังเฮฮาอยู่เหมือนเดิมเลย
รูปสวยมากๆเลยค่ะ ชอบบบบ

พักผ่อนเยอะๆนะค่ะ
รักษาสุขภาพด้วยbig smile big smile

#13 By campanell on 2010-07-14 20:01

*0*
สวยยยยยยยยยย
น่าเที่ยวจังเลยค่ะ ><

#12 By -:+Hell whalE+:- on 2010-07-14 19:27

สวยมากก อยากไปบ้างจังเลยยยcry cry

#11 By MinaR* on 2010-07-14 17:58

เห็นแล้วเกิดกิเลศเลยนะเนี่ย
อยากไปบ้างจัง บ้านเมืองเค้าดูสวยมากๆเลย
ยิ่งอ่านคำบรรยายต่างๆยิ่งน่าไป ^-^

ปล.ราคานาฬิกาช่างน่าตกใจจริงๆ sad smile

#10 By Maho on 2010-07-14 17:48

เมื่องสวยมากๆเลยละ

รักษาสุขภาพนะค่ะconfused smile

#9 By momo on 2010-07-14 16:50

อยากไปมั่งจังค่ะ cry
สวยมากๆๆๆ ชิวด้วย 55+ cry
นาฬิกางามค่ะ cry
เคยไปลูเซิร์นตอนเด็กๆ
แต่อ่านตาวพาเที่ยวแล้วเพลินมากมาย~
ดูสบายๆสมเป็นสวิสจริงๆ

คือว่าจะเม้นหลายอย่างแต่มาเจอนาฬิกาคุณแม่แล้ว
เลยลืมเม้นอย่างอื่น(เว้นชอคโกแลตน่ากินมาก ฮา)
น่ารักมากเลยอะตาว คุณแม่ต้องดีใจแน่เลย><~~~

#7 By mikan on 2010-07-14 12:29

อืม อยากเป็นเทรนด์เซ็ทเตอร์ ขอมอบดาวให้ตาว รู้
สึกว่าเล่าสนุก ทำไมไม่กดดาวกันมั่งนะ :_;
ทั้งที่มันโคตรจะเปิดหูเปิดตาเลย
ไม่รู้ละ กดแล้วนะ !!!! Hot! Hot! Hot! Hot!

สวิสนี่เป็นเมืองในฝันเราเลยล่ะ ถ้าได้ไปอยู่
เบื่อๆ คงเดินออกถ่ายรูป แล้วก็หายเบื่อ ฮ่าๆๆๆ ชอบอะชอบ
ไปจ้ะตาว เราไปสร้างสมดุลให้สวิสฯกันเถิด
อยากอยู่ประเทศแบบนั้นจริงๆ น้า...นอกเหนือไปจากไทย

ป.ล. พ่อครัวขนมผู้นั้นเป็นหนุ่มแว่นด้วยแหละตุเวง....

#6 By เมพหมี shakri on 2010-07-14 09:53

น่าไปมาก บรรยากาศดูชิวๆ และอบอุ่นดีจัง

#5 By J@an~♪♫ on 2010-07-14 09:25

อ่านแล้วทำให้อยากไปเที่ยวสวิสเลยค่ะ
เก็บตังค์ก่อน อีกซักสิบปีsad smile

#4 By Chocolate Emotion on 2010-07-14 08:30

สวิสสวยและน่ารักมากๆเลยค่ะ
เหมือนพี่ตาวเลยเนอะ

#3 By katak on 2010-07-14 08:13

ไปเที่ยวมาเหมือนกันคะ ^^
อากาศดีมาก ชอบที่ Luzern มากเป็นพิเศษ
มีสถานที่เที่ยวกับอะไรๆ น่าสนใจเยอะเลย
น่ารักมากเลยคะ

#2 By ☆ Enliven Illusion ☆ on 2010-07-14 04:11

ไอ้ที่ไม่นอนมาเมนท์คนแรก(เพิ่งตื่นตอนตี1) ฮ่าๆ

อยากเห็นเมืองนึงในหนังเกาหลีเรื่อง Spring Waltzจังครับ

จำชื่อเมืองไม่ได้แต่จำได้ลางๆว่าเป็นทะเลสาบแล้วมีบ้านทรงสวยๆ

มีหมอกคลุมทั้งเมืองเพราะอยู่ในหุบเขา สวยมว๊ากกก

ถ้าไปอีกอยากเห็นภาพเมืองนี้จังครับ

และที่สำคัญเอนทรี่นี้น่ากินมากกก ชอคโกแลตนะครับ ไม่ใช่เสื้อทรงอึ๋ม ฮ่าๆ

โอ้ย ง่วงนอน ฝันดีครับน้องตาว

พักผ่อนเยอะๆนะครับ ดูจากรูปนี้ดูไม่สดใสเท่าที่ควรเลย

ก็เห็นว่าอดนอนเดินเเที่ยวนี่เนอะ

รักษาสุขภาพด้วยเน้อ ^ ^

#1 By k_i on 2010-07-14 03:50