เกือบ 5 เดือนหลังแต่งงาน

posted on 06 Aug 2015 14:27 by nokutesu666
 
สวัสดีค่าา
 
กลับมาอัพบล็อคกันต่อ ยังมีคนอ่านใช่ม้ายยย
 
 
 
 
 
บล็อคของตาวคงเป็นเรื่องไปเที่ยวน้อยลงแล้ว (แต่จะพยายามอัพตลอดถ้าได้ไปไหนนะคะ)
 
จะว่าไปเวลาผ่านไปเร็วมากเลย นี่เราแต่งงานมาได้จะ 5 เดือนแล้วเหรอเนี่ย!!
 
images by free.in.th
 
 
 
 
 
 
เลยอยากมาอัพเดทชีวิตหลังแต่งงานซะหน่อยว่าเป็นอย่างไรบ้าง....
 
 
 
 
 
เราย้ายเข้ามาอยู่บ้านสามีค่ะ อยู่กันเป็นครัวใหญ่เลย มีป๊าม๊าของสามี พี่ชาย (และครอบครัว) น้องชาย และน้องหมา 1 ตัว ชื่อคากิ (ตอนนี้รับหมาจรมาอีก 1 ตัว หลงมาตอนน้ำท่วม ชื่อ มอมแมม....เดี๋ยววันหลังจะมาเล่าวีรกรรมของมันกัน!!) 
 
 
เอาจริงๆ ชีวิตหลังแต่งงานนี่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่เลย ตอนแรกเราฟังชีวิตคู่ของคนอื่นมาเยอะ หลายคนบอกระวังนะ...แต่งไปแล้วเดี๋ยวจะเข้ากับคนที่บ้านฝ่ายชายไม่ได้ ยิ่งเป็นบ้านจีน ยิ่งแล้วเลย สะใภ้โดนแกล้งมั่งล่ะ หรือรับเรื่องส่วนตัวบางเรื่องของแฟนไม่ได้มั่งล่ะ เรื่องจุ๊บจิ๊บๆ อย่างงานบ้านงานเรือน หรือแฟนไม่ช่วยทำนั่นทำนี่ หรือแฟนคาดหวังว่าเราต้องทำนั่นทำนี่ในฐานะภรรยา
 
ปรากฏว่า ปัญหาทั้งหลายเหล่านั้นที่มีคนเตือนมา เราไม่มีปัญหาเลยแม้แต่นิดเดียว 5555
 
...ถือว่าโชคดีมากกกกกก!!
 
 
 
 
เพราะแม่ของสามี หรือเราเรียกว่าม๊า ม๊าเอ็นดูและรักลูกสะใภ้ทุกๆ คนมากก ม๊าไม่เคยดูถูก ไม่เคยคาดหวังว่าต้องเป็นยังงั้นยังงี้ ลูกรักคนยังไง ม๊าก็รักด้วย เราตื่นสาย ม๊าก็ไม่เคยมาจุกจิก หรือเรื่องส่วนตัวอื่นๆ ม๊าไม่เคยถามหรือก้าวก่าย
 
เพราะม๊าบอกว่า เค้ามาอยู่บ้านเรา สละโอกาสที่จะได้อยู่กับพ่อแม่ตัวเองมาแล้ว เราต้องทำให้เค้ารู้สึกเหมือนอยู่บ้าน..... และม๊าจะเตือนลูกชายทั้งสามของม๊าตลอดว่า ต่อให้เราทะเลาะกันขนาดไหน แต่พี่น้อง ก็คือพี่น้อง ตัดกันไม่ขาด แต่สำหรับภรรยาของเรา อย่าทำให้เค้าหมางใจกัน ทำให้รู้สึกมีความสุข และสะดวกสบายมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วความสุขของครอบครัวก็ไม่ไปไหน...
 
ม๊าไม่เคยเข้าข้างลูกตัวเอง ถ้าลูกทำอะไรผิด ม๊าจะตักเตือนทันที เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ในบ้าน ตักเตือนด้วยความเป็นกลางเป็นและธรรมที่สุด
 
นี่คืออีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราตัดสินใจและเข้ามาอยู่กับครอบครัวนี้.... 
 
เพราะเค้ารักเราเหมือนเป็นลูกคนหนึ่งด้วยเช่นกัน
 
 
 
 
 
 
ในงานแต่งงานที่ Benedict....
 
ช่วงตอนที่เราตัดเค้กแล้วไปมอบให้พ่อแม่ และป๊าม๊า เรามาดูรูปทีหลังเพิ่งเห็นว่าตากล้องถ่ายช็อตที่แม่หันไปหามาม๊า แล้วแม่ร้องไห้.....
 
เราเลยมาถามแม่ว่า ตอนนั้นแม่ร้องไห้ทำไม ดีใจ เสียใจ หรืออะไร....?
 
 
images by free.in.th
 
 
แม่บอกว่า พอแม่รับเค้กเสร็จ เราเดินออกไปแล้ว มาม๊าหันมาจับมือแม่ แล้วบอกแม่ว่า 
 
"ตาวมาอยู่กับม๊า คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะ ม๊าจะดูแลตาวให้ดีที่สุด" 
 
แม่เลยร้องไห้ออกมาทันที....เป็นน้ำตาหยดแรกของแม่สำหรับงานคืนนั้น.....
 
 
 
 
 
 
 
 
เพราะฉะนั้นจนถึงทุกวันนี้...เรามีความสุขมากในบ้านหลังที่สอง ไม่ใช่เฉพาะม๊าเท่านั้น ไม่ว่าจะป๊าเองก็ใจดี ถามไถ่ตลอด ช่วงไหนพี่โจ้ไปตีกอล์ฟบ่อย ป๊าก็จะดุ ที่ดุไม่ใช่กลัวว่าเสียการเสียงาน เพราะกลัวว่าจะทิ้งเราให้อยู่คนเดียว 5555 (วันต่อมาพี่โจ้ไปตีกอล์ฟ แล้วเราไปด้วย พอป๊ารู้ตอนแรกจะดุลูก แต่พอรู้ว่าเรามาด้วย ป๊ายิ้มโล่งอกเลย5555)
 
หรือแม้แต่พี่ชาย น้องชายของแฟน ก็เอ็นดูเราทุกคนค่ะ แม้แต่คากิยังรักเราเลยยยยย อิอิ
 
 
จากช่วงแรกที่พ่อกับแม่ก็เป็นห่วงพอสมควร มาตอนนี้เค้าเลยวางใจไปเยอะมากกกก แซวแต่เรื่องลูกทั้งน้านนน ว่าเมื่อไหร่จะมี :P
 
 
 
 
 
 
 
 
ไหนๆ ก็คุยเรื่องลูกละ....
 
ที่จริงเราวางแผนจะมีลูกเลยนะ ที่ตั้งแต่แต่งงานมา พยายามทุกวิถีทางที่คนบอก ลองมาแล้วทุกแบบ (ฮาาาาา) ก็ไม่ติดเสียที!! T_T 
 
เดือนแรกเมนส์มาช้าไป 8 วัน คิดแน่นอนละว่าติดชัวร์ ปรากฏแห้วจ้าา เดือนต่อมาเมนส์มาเร็วไป 7 วัน คิดว่า โอโห เลือดล้างหน้าเด็กชัวร์เลย!! (คือเลือดที่จะไหลก่อนท้อง แต่จะมีนิดเดียว) ก็แห้วอีก แล้วก็เป็นแบบนี้สลับไปมาจนถึงปัจจุบัน...
 
คือจนเพื่อนสนิทท้องไปแล้ว 2 คน พี่สาวที่สนิทก็ท้องไปแล้ว 1 คน
 
ซึ่งคนเหล่านั้นไม่ได้ตั้งใจจะท้องเล้ยยยย ก็ท้องก่อนเราซะแล้ว เรานี่โม้ไว้ตั้งแต่แต่งงานว่าจะท้องทันที มามีน้องพร้อมๆ กันนะ ไปไซโคคนรอบตัวที่แต่งงานไปแล้วว่า มาท้องกันๆๆๆๆๆ จะได้มีลูกไล่เลี่ยกัน เป็นเพื่อนแกงค์เดียวกัน โดนทุกคนแซงหน้าซะงั้น!! (คราวนี้อิตาวโดนไซโคกลับ555555555555)
 
 
 
 
เอาเป็นว่า ใครมีวิธีไหน กระซิบบอกได้นะคะ T______T
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เปลี่ยนไปคุยเรื่องชีวิตคู่บ้างดีกว่า....
 
ที่ผ่านมาเรากับแฟนก็เข้ากันได้ดีเหมือนเดิมค่ะ ไม่มีเรื่องบาดหมางหรือระหองระแหงอะไรหลังแต่งงานเลย เพียงแต่ว่าแต่งมาปุ๊บ ไม่ได้พักผ่อน ไม่ได้ฮันนีมูนกันเล้ยยยย มุ่งแต่เรื่องงานอย่างเดียว
 
ตอนนี้เราเองก็มุ่งเรื่องสอนมากกก สอนแทบทุกวัน ทั้งคอร์สแอร์ และคอร์สภาษาอังกฤษ (ดูรายละเอียดเพิ่มในเพจนะคะถ้าสนใจ www.facebook.com/sunthouaroundtheworld
 
ส่วนแฟนเองงานช่วงนี้ก็รัดตัวมากกก ประชุมแทบทุกวัน บางวันกลับบ้านเที่ยงคืน ตีหนึ่ง และเค้าเองก็ช่วยเราสอนภาษาอังกฤษด้วย
 
เรียกว่าเป็นช่วงตั้งตัวกันแบบจริงจังเลย....
 
อาจจะเพราะพอแต่งงานเริ่มรู้สึกว่า เราไม่ใช่ตัวคนเดียวแล้วนะ ต้องมุ่งมั่นและตั้งใจมากกว่านี้
 
 
ยิ่งตั้งใจจะมีลูกด้วย เลยต้องตั้งใจมากขึ้นอีกหลายเท่า
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เนื่องจากว่าเราทั้งคู่ไม่ใช่คู่ที่หวานโรแมนติกอะไรมากมาย
 
วันที่คบกันนี่เมื่อไหร่ยังไม่รู้ 5555 
 
ไม่มี anniversary แบบคู่อื่นเค้า....
 
เราเลยพยายามที่จะทำให้วันแต่งงานคือ "วันพิเศษ" ของพวกเรา
 
 
 
 
ก็ตามประสาผู้ชายอ่ะเนอะ แฟนเราเค้าก็ไม่ค่อยจะจำหรอก 555555 เดือนแรกเลยต้องกระทุ้งกันบ้างว่า เอ วันอะไรน้า 5555 ดีนะกระทุ้งเร็วหน่อย ก่อนเข้าบ้านเค้าเลยแอบไปซื้อดอกไม้มาให้ ฮ่าๆๆ
 
 
images by free.in.th
 
ที่แถมพิเศษคือมีการ์ดให้ด้วย เขียนแบบวินาทีสุดท้าย 555555555 แต่ก็เซอร์ไพรส์อยู่ดี ทำเป็นเดินมาไม่มีอะไร แล้วแอบไปจัดใส่กระถางในห้องน้ำ ^3^ 
 
 
 
เดือนที่สองก็มีไปซื้อเค้กมาทานด้วยกัน....
 
images by free.in.th
 
 
 
 
 
 
แต่ก็ใช่ว่าเค้าจะให้ฝ่ายเดียวนะ เราก็ให้นะเออ อิอิ 
 
เดือนที่สามเราแอบเซอร์ไพรส์ด้วยบอร์ด DIY ไปเซอร์ไพรส์ไกลถึงเขาใหญ่ คิดแทบตายทำไงให้เค้าไม่เห็นเพราะกระเป๋าเดินทางก็ใช้ใบเดียวกัน รถก็นั่งไปด้วยกัน 5555
 
แต่สุดท้ายก็ทำสำเร็จ แอบวางไว้ให้บนเตียง เจ้าตัวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ใหญ่เลย อิอิ
 
 
images by free.in.th
 
 
 
 
สงสัยเห็นว่าเรามีการเตรียมการใหญ่โต ฮีเลยเอามั่ง กลับมาจากเขาใหญ่ก็เลยนัดเจอเพื่อนๆ นั่นคือตั้นกับเจี่ยนั่นเอง (ตั้นนี่เพื่อนยาวนานตั้งแต่แบทช์เดียวกันที่กาตาร์นู้นนนน)
 
เราก็มานั่งดูหนุ่มๆ เค้าไดรฟ์กอล์ฟกัน ส่วนสาวๆ ก็นั่งเม้า
 
 
อยู่ๆ ตั้นหยิบถุง Pandora ขึ้นมา!!
 
เราก็แบบ โหยยยย ตั้นซื้อ Pandora อีกแล้วหรอ อิจฉาจังเลย (แพงนะเธ้ออออT^T) แอบอยากได้บ้าง แงแง
 
 
 
 
ปรากฏว่า ตั้นบอก "ของแกแหล่ะ"
 
เรานี่ หาาาาาาา!!
 
รีบหันไปมองหน้าคุณแฟน ฮีบอกของขวัญครบรอบสามเดือนที่แต่งงานกัน
 
เรานี่กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด
 
 
images by free.in.th
 
 
 
คืนนั้นนอนกอด Pandora แทนแฟนจ้าาาา 555555555 แถมตัวจี้ที่ได้เป็นรูปหัวใจ รุ่น Limited Edition ด้วย มีขายแค่ไม่กี่ชิ้นในไทย เพราะปกติจะเป็นรูปหัวใจแล้วโลโก้ Pandora แต่ชิ้นนี้เขียนว่า 2015 เพราะเค้าบอกว่าอยากให้เป็นชิ้นนี้เพราะเป็นปีที่แต่งงานกัน
 
แอบหวานนะเนี่ย....
 
 
 
 
 
เดือนสี่....เพิ่งผ่านมาเลย เราเพิ่งทำงานเสร็จ ก็เหนื่อยตามประสา แฟนพาไปเดินเอ็มควอเทียร์เพื่อซื้อขนม เอ้า ไปก็ไป ปรากฏฮีแอบไปซื้อกุหลาบในนั้นมาให้ เดือนนี้เลยได้กุหลาบมา 1 ดอก อิอิ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ 
 
 
 
 
วันพรุ่งนี้ (7 สิงหา 2558) จะครบรอบ 5 เดือนของพวกเรา เราเตรียมของไว้แล้วล่ะ อิอิ เดี๋ยวไว้ถ่ายรูปมาให้ดูอีกทีจ้า รับรองเซอร์ไพรสสสสส์ 
 
 
 
 
 
 
ที่จริงเราไม่ได้กะว่าจะต้องซื้อของขวัญอะไรให้กันตลอดนะ หลายคนอาจหมั่นไส้ 5555 คือปกติเค้านับเป็น anniversary ไง รายปีเอา ครบรอบแต่งงานกี่ปีๆ ก็ว่าไป แต่ของเรานับเป็นรายเดือน... ที่จริง การที่เรานับเป็นรายเดือนเนี่ย ไม่มีอะไรเลย แค่ว่าถ้าไม่นับรายเดือน เรากับแฟนคงลืมแน่นอนว่าวันไหนคือวันแต่งงาน 555555 
 
ความจำไม่ได้ดีทั้งคู่ + ไม่ได้โฟกัสเรื่องนี้มาก
 
แต่เราลองมาคิดดูว่า เออ การที่เราเฝ้านับแบบนี้มันมีข้อดีนะ
 
....ข้อดีหลักๆ เลยคือ มันทำให้เรารู้สึก appreciate การได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ตลอดเวลา ในทุกๆ เดือน เตือนว่าเราก้าวผ่านชีวิต ผ่านการต่อสู้ ผ่านวันที่ทั้งดีและไม่ดี รักกันและทะเลาะกันมานานขนาดไหนแล้ว เวลาจะทะเลาะกัน แล้วมานึกถึง เอ้ย อีกไม่กี่วันจะเป็นวันแต่งงาน มันทำให้จิตใจเราเย็นลง สงบลง และหวนรำลึกถึงความสุขที่เรามีในวันงานนั้น รวมถึงที่ผ่านๆ มาได้เป็นอย่างดี....
 
 
 
 
 
 
ทุกวันนี้เราพยายามที่จะ appreciate ทุกๆ ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน และการทำอะไรให้แก่กัน....
 
มันไม่ได้เกี่ยวกับเงินทอง แต่เป็นความรัก ความเอาใจใส่ซึ่งกันและกันมากกว่า
 
 
 
เค้าพาเราไปงานน้องหมา (Pet  Expo) เพราะรู้ว่าเราชอบหมามาก ทั้งๆ ที่เค้าแพ่ขนหมายาวๆ ....เค้าพาเราไปฟาร์มน้องหมา ทั้งๆ ที่รู้ว่าคงยังเลี้ยงไม่ได้หรอกตอนนี้(เพราะมีคากิอยู่) เค้าไปเชียงใหม่ก็ขับรถไปต่างอำเภอ เกือบ 50-70 กิโล เพื่อไปฟาร์มคอร์กี้ เพราะอยากเห็นน้อง อยากเลี้ยงน้อง แต่ฟาร์มดันไม่เปิด หรือเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย (การให้ของขวัญ หรือซื้อนั่นนี่ในวโรกาสต่างๆ ก็ไม่ใช่ตัวเค้าเท่าไหร่ แต่เค้าทำให้เสมอ) 
 
images by free.in.th
 
 
ส่วนเราเองก็ดูแลเค้า เค้าเหนื่อยเราก็นวดให้ เค้าอยากกินอะไร เราก็ไปหาซื้อมาให้ เพื่อเติมพลัง ยอมให้ไปตีกอล์ฟมากขึ้น แม้เราจะไม่ค่อยอยาก 5555 
 
 
 
 
แม้ว่าจะดูไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เป็นเรื่องทั่วไปที่คู่สามี-ภรรยา หรือแฟน จะทำให้กัน แต่เราสองคนถือว่า การทำสิ่งเหล่านี้ คือการทุ่มเทแล้ว...
 
...แค่คุณยอมออกนอกกรอบ หรือชีวิตประจำวันที่ทำอยู่ แล้วทำสิ่งที่ตัวเองไม่ชิน เพื่อทำสักอย่างให้อีกฝ่าย นี่ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากแล้ว และเราจะไม่มองข้ามสิ่งเล็กๆ เหล่านี้เป็นอันขาด...
 
 
 
 
 
....ชื่นชมกัน
 
....ให้กำลังใจกัน
 
.....ขอบคุณกันและกัน
 
.....ดูแลกันและกัน
 
 
 
 
สำหรับเราแล้ว สิ่งเหล่านี้ยิ่งทำเยอะ จะยิ่งดี เพราะมันเหมือนเติมพลังรักให้กับชีวิตคู่ ดีกว่าผิดพลาดแล้วก็มานั่งบั่นทอนความรู้สึก บั่นทอนกำลังใจ หรือถ้าเห็นว่าอีกฝ่ายพยายามทำอะไรให้ แล้วเรามองข้ามไป ก็ทำลายน้ำใจกันและกันอีก เพราะฉะนั้นเรื่องพวกนี้ เป็นเรื่องเล็กน้อยก็จริงๆ....แต่สุดท้าย ถ้าสะสมไปเรื่อยๆ มันก็ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ได้เหมือนกันนะ
 
 
 
images by free.in.th
 
 
 
สุดท้ายแล้วก็ขอให้เรารักกันไปนานๆ เวลามีเรื่องอะไรไม่สบายใจ การกลับมาอ่านบล็อคเหล่านี้ที่เขียนไว้เมื่อความรู้สึกยังล้นเปี่ยมก็ช่วยดึงสติเรากลับมาได้ดีเหมือนกันนะ ^^