The Best Moment of My Life

posted on 10 Feb 2015 12:42 by nokutesu666  directory Lifestyle, Travel, Diary
วันนี้มีเรื่องตื่นเต้นมาเล่าค่า >.<
 
 
หลายๆ คนคงรู้จากเพจตาวแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้ยังตื่นเต้นไม่หายเลย 5555 เอาเป็นว่าขอเล่าเรื่องทริปภูเก็ตก่อนละกันนนน
 
ที่จริงทริปนี้วางแผนกันมานานแล้วค่ะ โชคดีที่ตาวร่วมเล่นเกมส์กับทาง Muse Hotel และได้รางวัลเป็นนอนพักที่โรงแรม B-Lay-Tong ที่หาดป่าตอง ณ ภูเก็ตมา 1 คืน (ที่จริงตอนแรกเล่นเพื่อกะเอาที่พักที่ กทม. ไปนอนเปลี่ยนบรรยากาศ ดันได้ที่ภูเก็ตมาซะงั้น!!) ปรากฏว่าคุยกับเพื่อนๆ พี่ๆ ในแกงค์ เลยกลายเป็นการรวมตัวไปเที่ยวด้วยกันซะเลย 
 
จากนั้นเลยได้ที่พักที่ Cape Panwa มา 2 คืน (แล้วตาวค่อยไปนอน B-Lay-Tong แยกอีกคืน จะได้แชร์กันง่ายๆ) ทริปนี้วางแผนกันอย่างรวดเร็ว ซื้อตั๋ว ซื้อที่พัก ได้ห้องมาในราคาถูกเพราะไปซื้อในงานไทยเที่ยวไทย ตกคืนละ 2-3,000 บาทเอง แถมได้พักโรงแรมดี ใกล้ศรีพันวา อิอิ
 
 
 
พอก่อนที่จะถึงทริปนี้ ช่วงเดือนธนวา ปลายปี 57 ตาวก็ได้คุยตกลงกับพี่โจ้เรื่องของการแต่งงาน ตอนที่ตกลงแต่งงานกันนั้นไม่มีอะไรมากเลยค่ะ คือเรื่องของเรื่องโดนญาติๆ นี่แหล่ะยุ และบวกกับแฟนคิดไว้ในใจเรื่องแต่งอยู่แล้ว เลยกลายเป็นจับเข่าคุยกันว่า "โอเค แต่งละกันเนอะ" (ง่ายมาก5555)
 
ไปดูฤกษ์ ดูสถานที่แต่งงาน ดูชุด จัดการจนหลายเรื่องแทบจะเรียบร้อยละ และได้ฤกษ์มาแต่งเร็วมาก คือเดือนมีนาคม เลยร้อนรนไปหมด แต่เราก็ไม่ลืมแอบกระซิบเย้าแฟนว่า "แล้วสรุปจะไม่ขอเค้าแต่งงานแล้วเหรอ?"
 
เพราะที่ผ่านมาช่วงที่คิดว่าคงไม่ไปคบใครแล้วล่ะ คนนี้นี่แหล่ะคนสุดท้าย ก็ชอบบอกเค้าว่า เราขอได้มั้ย ขอให้เค้าขอเราแต่งงาน มันคือความฝันของเราเลย (และคิดว่าของผู้หญิงอีกหลายๆคน) อยากมีโมเม้นต์แบบเค้าพูดว่า "แต่งงานกันเถอะนะ" แล้วสวมแหวน อยากได้แค่นั้นจริงๆ 
 
แต่ด้วยความที่รู้ว่าแฟนเราไม่ใช่คนนิสัยแบบนั้น เค้าจะหยาบแบบผู้ช๊ายผู้ชาย คบกันมาไม่ค่อยมีโมเม้นต์หวานซึ้งหรอก เคยไปดูดวงมาด้วย หมอบอกว่าความรักของทั้งคู่จะจืดๆไปแบบนี้แหล่ะ ถึงจะรอด ถ้าคบแบบหวือหวาไม่รอดแน่ๆ ก็เลยทำใจละว่า....ไม่เป็นไร ได้เจอกับคนดีก้พอ อย่าหวังให้เค้าทำอย่างงั้นอย่างงี้เลย เราจะทุกข์เอง ถ้าเค้าไม่ทำ
 
สุดท้ายเลยเป็นคนไม่คาดหวังสักเท่าไหร่ แฟนจะชอบขี้แกล้ง ขี้หยอก สนุกกับการแกล้งเรามากๆ เดินจับมือ ควงแขนนี่น้อยมาก จะหวานที่ก็ชอบทำล่ม เป็นตลกกันเองแทน 
 
แต่โดยส่วนตัวเราเป็นคนโรแมนติคนะ เราชอบเซอร์ไพรส์คนรอบข้าง พ่อแม่เราโดนมาหมดแล้ว วันเกิดเราชอบแอบเอาเค้กมาเซอร์ไพรส์ มีของขวัญ ทำให้คนมีความสุขด้วยความไม่คาดคิด เห็นแล้วชอบบบ กะแฟนเราก็ชอบเซอร์ไพรส์ แต่ก็เซอร์ไพรส์แบบเล็กๆ น้อยๆ แอบซื้อของที่เค้าอยากได้ไว้ให้ อะไรแบบนี้ แต่เราเซอรืไพรส์แฟนไม่ค่อยได้เพราะว่าไม่เนียน = =" คือเป็นคนขี้ตื่นเต้นไง เก็บไว้ไม่ค่อยอยู่ สุดท้ายโดยจับพิรุธได้ตลอด 
 
 
 
ที่นี่พอเราเย้าเค้าว่า "ไม่ขอแต่งงานแล้วหราาา" (ขออนุญาตภาษาวิบัติให้ได้รสชาติ) แล้วทำหน้างอนๆ เค้าก็บอก ไม่ต้องแล้วล่ะ มาซะขนาดนี้แล้ว เราก็แอบเสียใจนิดๆ เพราะอย่างน้อย moment นึงในชีวิตก็อยากมีเรื่องราวไว้เล่าให้ลูกเราฟังว่าพ่อมันขอแต่งงานแบบนี้ๆๆๆ นะ แต่ด้วยความที่ไม่คาดหวัง และทำใจได้เร็ว เลย อืม...ไม่เป็นไรหรอก อย่างน้อยก็ได้แต่งงานวะ!! 55555 
 
 
แถมเจ้าตัวยังบอกว่า "เนี่ย กะว่าจะขอแต่งงานที่ภูเก็ตนะ แต่นี่ตกลงแต่งแล้ว ก็ไม่ต้องขอแล้วเนอะ" แล้วทำหน้ากวนบาทาด้วย เรานี่ยิ่งฮึดฮัดๆๆ ชิๆๆๆ ก็ได้ (อ้าว ใจง่ายจัง555) 
 
 
 
เลยเป็นการไปเที่ยวภูเก็ตแบบไม่คิดอะไรเลยจ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา เอิ้กกกกกกก
 
(บวกกับก่อนมาภูเก็ตงานหนักมากก หนักจนลืมเรื่องนี้ไปเลย- -" คิดแค่ว่า ชั้นอยากเที่ยววว อยากหนีไปไกลๆๆ)
 
 
 
 
 
 
แถมก่อนวันมาภูเก็ต พี่ๆ แกงค์อาซ้อ (จะมีพี่แพร เป็นซ้อใหญ่ และพี่เฟิร์น เป็นซ้อกลาง เรียงตามอายุ) ก็ชวนเราใส่ชุดฟรุ้งฟริ้งสีขาวกันนะ ไปเที่ยวเกาะ ถ่ายรูปสวยๆ มีการเน้น ตาวส่งการบ้านด้วย ได้ชุดยัง!! เราก็โอเฟรๆๆๆ ได้ละค้าบบบ กะว่าไปฟรุ้งฟริ้งกันสามคน ปรากฏวันจริงไม่ใช่ยังงั้น!! 
 
 
 
 
 
เอาล่ะในที่สุดทริปภูเก็ตก็มาถึง
 
ออกเดินทางวันศุกร์ที่ 6 ก.พ. 58 โดย Thai Smile มาถึงภูเก็ตประมาณเที่ยงๆ เรานัดรถตู้ ชื่อพี่บัง มารับและพาเราเที่ยวในวันนี้ ไม่ได้ทำไรมากค่ะ ทริปของพวกเราคือเน้นกินและชิล อันดับแรกเลยคือไปกิน พี่บังแนะนำร้าน "โกสม พังงา" ร้านอาหารพื้นเมือง ตอนแรกมาดู เอ ร้านดูเก่าๆ โทรมๆ แต่อร่อยมากก พี่พ่อครัวก็น่ารักก เห็นเราสั่งกันเยอะ แถมกับข้าวมาให้อีก 1 จาน!! 
 
images by free.in.th
 
เผื่อมีคนอยากรู้หน้าตาร้านเป็นยังไงค่ะ ห้องข้างถนนธรรมดาๆ เลย แต่รสชาติใช้ได้มาก แซ่บจนทำเอาแน่นท้องไปทั้งคืน 555 แต่อร่อย!! 
 
 
 
จากนั้นก็ตรงเข้าวัดฉลอง ไหว้หลวงพ่อแช่ม เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชีวิต 
 
images by free.in.th
 
images by free.in.th
 
ตอนแรกทุกคนยังคึกอยู่นะคะ พอนั่งรถตู้จากสนามบินมาเข้าเมืองก็เริ่มเหนื่อยละ เพราะตั้ง 40 นาที แล้วกินข้าวอิ่ม หนังตาก็เริ่มหย่อน แล้วยิ่งมาเจอแดดเปรี้ยงๆ ตอนบ่ายๆ เดินไปมาในวัด โอ๊ยย เริ่มเพลียยย นี่ยังไม่ทันไรเลย กะว่าจะไปนั่นนี่หลายที่สักหน่อย ปรากฏ ไม่ไหวแล้วจ้าาาา
 
ออกจากวัดตอนประมาณบ่าย 3 แล้วบอกพี่บัง "พี่คะ ตรงเข้าโรงแรมเลยค่ะ ไม่ไหวแล้ววว ขอไปอาบน้ำล้างหน้าล้างตาหน่อยย" เลยเข้าไปเช็คอินที่ Cape Panwa กันเลยทันที (ก็ไม่ทันทีนะ ขับรถอีกประมาณครึ่ง ชม. T^T ไมภูเก็ตมันใหญ่อย่างงี้!!)
 
พอถึงที่ โรงแรม Cape Panwa ก็สนุกสนานร่าเริงค่ะ โรงแรมสวยงามตามท้องเรื่อง ดูโบราณเก่าแก่ดี ที่ตื่นเต้นอีกอย่างคือใกล้ศรีพันวา วิวเดียวกันเลย แต่เราไม่ไฮเท่าเค้า 5555 แค่นี้ก็ดีใจละ
 
 
images by free.in.th
 
เข้ามาเช็คอินก็มีเรื่องให้ตื่นเต้นละ พี่ที่ฟรอนท์บอกว่า "ม่มีห้องให้นะครับ ตอนนี้เต็มมากเลย" 
 
อ้าวววว ตกใจกันสิ ทั้ง 6 ชีวิตเด๋อด๋าๆๆ เลย พี่เฟิร์นเลยรีบแย้งว่า แต่โทรมาจองและคอนเฟิร์มแล้วนะคะ ค่าห้องก็จ่ายแล้วด้วย อ้าววว อะไรยังไง
 
พี่ที่ฟรอนท์ก็ยังคงบอกว่าไม่มีห้องให้  แล้วก็อมยิ้ม พูดว่า "ผมเลยต้องอัพเกรดห้องของคุณให้เป็น Pool Viila แทน" 
 
สาวๆ นี่กรี๊ดดดดด ด้วยความดีใจ 5555 แหม่ ช่างมีอารมณ์ขัน ทำเอาใจหายใจคว่ำเลย ดีใจจจ เหมือนทุกเหตุการณ์จะเป็นใจนะ ได้กห้องแพงซะด้วย แถมวิวดีสุดๆ ตื่นเต้นกันหมดทุกคนเลยงานนี้
 
 
 
 
 
 
ที่จริงแล้วได้ Pool Villa สองห้อง และอีกห้องได้เป็น Cape Suite แยกออกไป ทุกคนเลยให้เราแยกออกไปเผื่อจะหวีดกัน สงสัยจะได้หวีดสยองแทน 555 แต่สุดท้ายก้มาหมกตัวกันอยู่ที่ห้อง Pool Villa เพราะมันมีสระน้ำ 
 
 
images by free.in.th
 
ขวามือบนด้านบนภูเขานั่น ศรีพันวา น้าาา ได้แต่มองจากตรงนี้ 555555555555 ได้สระน้ำส่วนตัวแบบนี้ก็ดีใจแล้วววววว ชอบมากกก ห้อง Pool Villa เนี่ยยยย เล่นน้ำได้ไม่ต้องเกรงใจใคร 
 
 
 
 
 
พักผ่อนกันหอมปากหอมคอแล้วก็นัดเจอพี่บังอีกที เพื่อไปแหลมพรหมเทพ ชมพระอาทิตย์ตกดิน ที่นี่ฮิตมากทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น เพราะเป็นจุดที่พระอาทิตย์ตกสวยที่สุดและลับขอบฟ้าหลังที่สุดในประเทศไทย จึงเป็นที่นิยมสำหรับคู่รักมาชมพระอาทิตย์ตกดินกันมาก วิวที่นี่ก็สวยมากๆ ค่ะ เป็นแหลมยื่นออกไปและเป็นเวิ้งที่สามารถเห็นทะเลได้แบบพาโนราม่า สวยมากกกจริงๆ
 
images by free.in.th
 
ช่วงที่พระอาทิตย์ตกนี่แหล่ะตัวดีเลย....เพราะระหว่างเดินขึ้นไปชมพระอาทิตย์ แฟนเราแอบมาโอบ แล้วกระซิบบอกว่า "คุณจะมีเซอร์ไพรส์อะไรให้เค้ามั้ยน้าาา" 
 
งงเลยสิ เอ๊ะๆๆๆ อย่าบอกนะว่าจะมีซัมติงอ้ะ ตอนนั้นแอบตื่นเต้น เลยบอกไปว่า "อะไรหรอ รอวาเลนไทน์ก่อนสิ" แฟนเลยหน้างอละบอกว่า งั้นของคุณก็รอวาเลนไทน์ละกันนะ!! เลยแบบ อ้าววว ไรฟระ งงเบยยย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะคิดว่าไม่น่าจะมีไรหร้อก ดูแล้วคุณชายไม่ได้เตรียมไรมาเลย กระเป๋าเรายังจัดให้ มันจะมีอะไรได้ยังไงกัน
 
 
 
 
 
พอมาถึงบนแหลมพรหมเทพ เรา 6 คน 3 คู่ ก็ยืนดุพระอาทิตย์ กรี๊ดกร๊าดถ่ายรูปกันสนุกสนาน แล้วดันประจวบเหมาะที่คู่ฝรั่งข้างๆ เค้าขอแต่งงานกัน ผู้หญิงร้องไห้มีความสุข พวกกลุ่มผู้ชายเลยมองหน้ากัน แล้วเลียนแบบ เอ้าๆๆ เอามั่งสิ ไล่มาทีละคู่ คู่พี่แพรพี่โก้ และพี่เฟิร์นพี่เป้เค้าแต่งงานกันแล้ว เหลือแค่เรากับพี่โจ้ที่กำลังจะแต่ง เค้าเลยยุให้เราไปขอแต่งงานกันสิๆๆ โรแมนติคน้า ที่แหลมพรหมเทพตอนพระอาทิตย์ตกด้วย
 
พี่โจ้เลยเอามั่ง.....เค้าจับมือเราแล้วคุกเข่า....พร้อมกับทำท่าเหมือนแอบหยิบอะไรจากข้างหลังมา (อารมณ์ตอนนั้นคือกำลังตลกกันมากกว่า เลยไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะขำกันไม่หยุดเลย)
 
เราก็แอบแบบ ตื่นเต้นนิดๆ อะ....จะมีจริงเหรอ??? 
 
 
 
ปรากฏว่า ฮีหยิบก้านดอกหญ้าขึ้นมา แล้วบอก "โอ๊ยยย เล็บขบ!!!"
 
กรี๊ดดดดดดดดดด กวงติง!! 
 
เราเลยเสยเข่าเข้าให้ เพื่อนๆ ก็พากย์กันสนุกสนาน กลายเป็นวันทรงชัยไปแล้วครับ!! 
 
images by free.in.th
 
 
 
 
 
แล้วมันก็จบแค่นั้นแหล่ะ 555555 ไม่มีอะไรเลย ในใจเราก็คิด ว่าแล้ววววว อย่างพี่โจ้เนี่ยเหรอจะมีเซอร์ไพรส์ ยากแน่ๆ เอาวะ แค่นี้ก็ดีถมเถละ อย่างน้อยเค้าก็น่ารักตลกเฮฮา สนุกสนาน ขอแค่นี้ก็พอแล้ว ตอนนั้นคิดแบบนั้นจริงๆ พวกพี่เป้พี่เฟิร์นก็รีบเข้ามาถามใหญ่ คิดว่าจะโดนขอจริงๆ ใช่ม้าาาา เราก็ยัง งงๆ 555 ไม่ได้อะไรเลย 
 
 
แต่ก็แอบมากระซิบพี่โจ้ทีหลังว่า "นี่...ถ้าเมื่อกี้ขอเค้าจริงๆ นะ จะเพอร์เฟ็คมากเลย บรรยากาศดีม๊ากกก" 
 
เค้าไม่ตอบอะไร ได้แต่ยิ้ม.....
 
 
 
 
จากนั้นตอนเย็นก็ให้พี่บังพาไปกินข้าวกันค่ะ คืนนี้รีเควส seafood กันเลย มาถึงถิ่นต้องกิน!! พี่บังเลยพามาที่ร้านอาหารปากน้ำซีฟู๊ด อาหารอร่อยใช้ได้เลยทีเดียว ราคารับได้ ไม่ได้แพงอะไรมาก กินกัน 6 คน เกือบๆ 2,000 โอเคเลยทีเดียว แต่เราว่าอาหารยังไม่โดนมากเท่าไหร่ ถือว่าแค่โอเค
 
จากนั้นก็ไปกินโกเบ้นซ์กันต่อ!! พี่บังตกใจเลย กินไรกันเยอะขนาดนี้ 
 
โกเบนซ์ก็เป็นข้าวต้มแห้งขึ้นชื่อของที่ภูเก็ตค่ะ สั่งอาหารแล้วห้ามย้ายโต๊ะนะ!! เค้าบังคับเลย แต่อร่อยดีค่ะ น้ำซุปเค้าอร่อยอ่า เป็นแบบพริกไทยเยอะๆ คล้ายที่เยาวราชเลย คิดว่าอร่อยเพราะชูรสนะ 5555555555 รสชาติคุ้นเคย 
 
เสร็จแล้วก็มาเดินย่อยที่ในเมือง มีตลาดนัดวันศุกร์พอดี เลยได้เดินเล่นช็อปปิ้งกันนิดๆ หน่อยๆ สนุกเลย
 
images by free.in.th
 
 
 
 
 
 
จากนั้นก็เริ่มสะโหลสะเหลกันละ เหนื่อยสุดพลัง เข้าโรงแรมตอนประมาณ 5 ทุ่ม และอาบน้ำนอนพักผ่อนกัน เพราะว่าเช้าวันเสาร์ที่ 7 ก.พ. 58 ต้องไปเกาะกัน  ออกแต่เช้าเลยทีเดียว
 
 
 
 
 
 
 
 
7 FEB 2015 
 
เช้าวันนี้ตื่นมาง่วงแบบสุดๆ แถมยังแสบท้องเพราะว่ากินอาหารใต้กับอาหารทะเลไปเยอะมาก เลยื่นมาทานอาหารเช้าของโรงแรมแบบงงๆ ตั้งแต่ 07.00 น. จากนั้นก็เรือของโรงแรมพาไปเกาะเฮ หรือ Coral Island (ฟรี เป็นบริการของโรงแรมค่ะ ตอนแรกจะไปตตาชัย แต่แบบนั่งเรือ 1 ชม. ไม่ไหวน้าาา เลยเอาใกล้ๆ สบายๆ ดีกว่า บอกแล้วทริปเน้นชิล)
 
ขึ้นเรือกันตอน 09.30 น. บนเรือมีแต่ฝรั่งแก่ๆ กับลูกเล็กๆ มีคนไทยกันอยู่แค่ 6 ชีวิตนี่แหล่ะ 5555 แล้วเรือก็เล็กด้วย เป็น speedboat ธรรมดา แต่อยากจะบอกว่ามันน่ากลัวมากกกก 
 
ขาไปลมแรง คลื่นแรงสุดๆ (มาใต้เที่ยวนี้ลมแรงและหนาวมากๆเลย) เรือกว่าจะฝ่าคลื่นและลมออกไปได้คือโครงเครงและเรือเอียงจนแทบพลิกเลย หวาดเสียวมากกก เรียกว่าเมาเรือกันระนาว ขนาดเราก็ขึ้นเรือไปไหนต่อไหนมาพอสมควร คราวนี้เป็นอะไรที่สุดๆ ขนาดนั่งแค่ 20 นาที รู้สึกเหมือนหลายชั่วโมง  พอมาถึงเกาะเท่านั้นแหล่ะ ไม่อยากคิดถึงขากลับเล้ยยยย T____T
 
 
 
แต่พอมาถึงเกาะก็สวยคุ้มเมาเรือมากกกก 
 
อากาศดี แดดดี ลมดี ทะเลก็ดี๊ดี (จะดีกว่านี้มากถ้าไม่มีทัวร์จีนลง T^T ห้องน้ำนี่ โถเปื้อนอุนจิแทบทุกอันเลยอ่า จะเป็นลม พี่ทัวร์ไกด์ต้องกั้นห้องให้เราคนไทยและฝรั่งไปเข้าอีกฝากนึงเลยทีเดียว)
 
เรา 6 ชีวิต ก็เริ่มชิลกันริมหาด นอนเล่น ถ่ายรูป โดดลงน้ำ(นิดหน่อย เพราะมันหนาวมาก) กันสนุกสนาน จนเริ่มเหนื่อย สลบไสลกันก็มี เกือบจะป่วยเพราะลมแรงและหนาวมากๆ 
 
 
images by free.in.th
 
สาวๆ ก็สนุกสนาน ถ่ายรูปกันเป็นร้อยรูปเลยทีเดียว ^___^
 
 
 
และแล้วก้เข้าโหมดรูปคู่.....เพราะมากันสามคู่เลยผลัดกันถ่ายไปเรื่อย คู่อื่นเค้าก็ถ่ายกันดีๆ ของเรานี่ทำไมถ่ายดีๆ ไม่ได้ ฮือออ ถ่ายไปได้สักพักก็เริ่มจับเราอุ้ม เริ่มขี่หลัง เริ่มจับทุ่ม =[]=!! คือเห็นช้านเป็นผู้หญิงอยู่ม้ายยยย???? 
 
images by free.in.th
 
images by free.in.th
 
ดูใบหน้าของฮี....แสนจะมีความสุข(สะใจ)ที่ได้แกล้งช้านนน ตัวเปียกอยู่คนเดียวเลย หนาวสั่นงึกๆๆๆๆๆๆ 
 
 
 
 
แต่ก่อนที่จะมาสนุกแบบนี้ คือเราแอบงอนเค้าไปนิดนึงด้วยนะ เพราะว่าตั้งแต่วันศุกร์แล้ว ที่เค้าเอาแต่จิ้มมือถือ แล้วเดินหนีออกไปโทรศัพท์ ปกติเรื่องจิ้มมือถือนี่ไม่แปลกถ้าอยู่บ้าน แต่นี่มาเที่ยวกันไกลถึงภูเก็ตฮียังจะมาจิ้มมือถืออะไรอีก แล้วไม่มีนะการเดินหนีไปโทรศัพท์อะ แต่นี่มีการบอก ไปคุยธุระแปปนะ เราก็แบบ อืมๆ ไม่ได้ว่าอะไร แต่แอบสงสัย ในใจก็คิดว่าสงสัยเพราะเรื่องหุ้น.....ช่วงนี้หุ้นตก หุ้นเสี่ยง หุ้นมีปัญหา เค้าจะแชท จะคุยกับเพื่อนๆ ในกลุ่มหุ้นบ่อยมาก ว่าจะซื้อจะขายกันตอนไหน เราเลยคิดว่าเป็นเรื่องปกติแหล่ะ สงสัยมีเรื่องเครียดอยู่เลยโทรศัพท์เยอะ พยายามไม่สนใจแล้วก็เล่นนู่นนี่นั่นของเราไป....
 
**จุดนี้เราว่าสำคัญนะ คือการปล่อยให้คนรักของเราได้มีช่องว่างของเค้าบ้าง คือไม่ไปจิก ไม่ไปด่า เวลาเราไม่พอใจ เราจะถามตลอดว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า ทุกอย่างโอเคมั้ย ถ้าเค้าบอกโอเคก็จบ อย่าไปเซ้าซี้ เลนปาหี่ ขี้งอนกันจนเกินไป เค้าจะได้สบายใจเวลาอยู่กับเรา**
 
 
 
 
 
 
หลังจากนั้นประมาณบ่ายสาม ก็กลับมาโรงแรมกัน เจอแดดร้อนๆ อากาศแรงๆ เลยแอบมาเล่นน้ำสระในห้องนิดหน่อย แล้วก็อาบน้ำเปลี่ยนชุดแต่งตัว....ตอนนี้แหล่ะที่เริ่มมีอะไรแปลกๆ ละ (แปลกที่ว่าคือมาคิดได้ทีหลัง แต่ ณ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรนะ บื้อจัด 5555) 
 
พี่แพร พี่เฟิร์น ชวนเราไปนวด แล้วบอกว่า "ปล่อยพวกผู้ชายไว้เถอะ ช่างเค้า เราไปสปากันดีกว่า" เนื่องจากว่าเป็นซ้อเล็ก เลยเชื่อฟังซ้อใหญ่และซ้อกลาง อิอิ เราสามสาวเลยไปนวดกันที่ห้องสปาของโรงแรมชั่วโมงกว่า ปล่อยเหล่าผู้ชายเค้าเล่นน้ำกันไปต่อ 
 
 
พอนวดเสร็จก็ยังไม่ได้คิดอะไรนะ แต่งเนื้อแต่งตัวกัน เตรียมไปถ่ายรูปที่ชายหาดข้างล่างโรงแรมและทานข้าวเย็น ชิลๆ แต่ที่แปลกใจอีกครั้งคือ พี่แพรเป็นตัวตั้งตัวตีคิดว่า มาทะเลต้องมีธีมนะ!! เราเอาขาวพริ้วๆ ชุดสวยๆ กันดีมั้ย!! ทุกคนก็ตกลง รวมถึงเรา เราเลยเตรียมชุดขาวลูกไม้มาเลย กะว่าทุกคนต้องใส่พริ้วๆ กันแน่ แต่ปรากฏว่าทุกคนใส่ขาสั้นกันหมดเลย มีเราใส่กระโปรงพริ้วอยู่คนเดียว.....ก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะคิดว่าเอาตามที่พี่ๆ เค้าสะดวกดีกว่า ยังไม่เอะใจด้วยนะ บอกแล้วบื้อขนาด 5555 
 
(เพิ่งมาสังเกตด้วย ทำไมตอนเช้าแฟนถึงอยากให้เปลี่ยนชุดจัง อยากให้ใส่พริ้วๆ อะ เราก็พริ้วๆ ก็ได้ ตอนแรกจะใส่สั้นเพราะร้อน แฟนบอกเดี๋ยวไปกินข้าวเย็นตรงหาดนะ ยุงจะกัดเอา ใส่กระโปรงแหล่ะ!!)
 
 
 
 
เราสามสาวก็นั่งรถรางลงมาจากบนโรงแรม เพื่อลงมาชายหาด.....
 
images by free.in.th
 
วินาทีก่อนที่จะได้เจอเซอร์ไพรส์ครั่งใหญ่ในชีวิต....
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
พอลงมาชายหาด ก็แอบคิด หนุ่มๆ ไปไหนเนี่ย ทิ้งสาวๆ เลยนะ หายไปไม่โทรหาด้วย จะมืดอยู่แล้ว จะกินข้าวที่ไหนกันก็ไม่บอก เดินไปเดินมาก็มาเจอหนุ่มๆ กำลังถ่ายรูปและเดินเล่นกันอยู่ที่ชายหาด เราเลยตะโกนเรียก แต่พี่แพรมาดึงเราไว้ บอกว่ามาๆ ไปดูเมนูอาหารที่ร้านอาหารไทยกันก่อนเนอะ
 
ร้านอาหารไทยของโรงแรมจะอยู่ใกล้กับชายหาดเลยค่ะ หันหน้าเข้าทะเล ตอนแรกก็คุยกันไว้ว่าจะมากินกันที่นี่....ตอนนี้เรา พี่แพร พี่เฟิร์น แล้วหนุ่มๆที่เดินตามมาก็ทยอยกันเข้ามาดูเมนูอาหารในร้านอาหาร เราก็ดูไปดูมา
 
พี่แพรบิ้วข้างหลังว่า "โห แพงอะ จานละ 2-300 บาท หืมมม แพง เราไปดูที่อื่นกันก่อนมั้ย"
 
เราก็อือๆ ออๆ ตามประสา....
 
 
 
 
แล้วจังหวะที่หันหลังออกจากร้านอาหาร ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นกับซุ้มกลางชายหาดตรงหน้าร้านอาหารพอดี...
 
images by free.in.th
 
คือแบบตื่นเต้นตกใจอะ!!
 
มันสวยมากกก stunning สุดๆ เกิดมาเคยเห็นแต่ในหนัง ไม่เคยเห็นของจริง เหตุการณ์จริงแบบนี้....เป็นซุ้มผ้าขาว มีโต๊ะปูผ้าขาวและเกาอี้ไม้ สองตัว ข้างๆ เป็นหลุมทรายที่วางเทียนไว้ข้างในรอบๆ โอ๊ย เห็นแล้วอยากจะกรี๊ดดดด 
 
แต่ตอนนั้นก็ยังคงไม่รู้ตัวนะ คิดว่าเป็นของคู่อื่นที่เค้าจองไว้.....เพราะตอนมาเช็คอินเมื่อวันศุกร์ ก็เห็นซุ้มนี้ติดไว้ที่ฟรอนท์ เขียนว่า Private Dinner ริมหาด แล้วพี่พนักงานเค้าก็เข้ามาบอกว่า ต้องจองไว้ล่วงหน้าครับ ตอนนี้เต็มแล้ว....เราเลยไม่คิดอะไร ไม่ได้คิดจะอยากได้ด้วยเพราะดูราคาแล้วโหดใช้ได้เลย T^T (8,000 บาท สำหรับอาหาร 1 คอร์สและซุ้ม) 
 
ไม่ได้คิดว่าจะได้มาเห็นของจริงในวันนี้ เลยแบบอยากเข้าไปถ่ายรูป พี่ๆ ก็ยกกล้องขึ้นมาถ่ายกันใหญ่ พี่พนักงาน (พี่อ้อม เพิ่งมารู้ว่าเป็นเมเนเจอร์ในทีหลัง) ตะโกนมาบอกว่า "ของลูกค้าที่จองไว้ค่ะ แต่เข้าไป่ถายรูปได้นะค้า" 
 
 
 
ต่อมาพอเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็เห็นช่อดอกไม้ไฮเดรนเยียสีฟ้าตั้งอยู่บนโต๊ะ....แอบกรีดร้องในใจเบาๆ 
 
ไม่ใช่เพราะคิดว่าเป็นของตัวเองนะ แต่คือแอบอิจฉาผู้หญิงคนนี้ ได้ดอกไฮเดรนเยียแบบที่เราชอบด้วยอ้ะ! >.< เธอช่างโชคดีเหลือเกินนนน
 
 
 
 
 
 
แล้วทุกคนก็เข้าไปถ่ายรูปเล่นกัน....พี่ๆ ยุให้เรากับพี่โจ้นั่งลงบนเก้าอี้ตรงนั้น แต่เราบอก "ไม่ๆๆๆ เกรงใจเค้า ไม่เอาหรอก นี่เค้าจองไว้อะ" แถมมองพื้นเห็นเป็นรอยเท้าพวกเราบนพื้นทรายเต็มไปหมดก็แอบหวั่นๆ กลัวลุกค้าที่เค้าจองซุ้มไว้จะมาด่า = =" 
 
มีหลายคนก็บอก หยิบดอกไม้มถ่ายเลยๆๆ ไฮเดรนเยียด้วยนะ ชอบไม่ใช่เหรอ!! เราก็ได้แต่ส่ายหัวไม่เอาๆๆ เกรงใจเค้าๆๆๆ แล้วพี่เมเนเจอร์ก็ยืนมองอยู่ด้วยเลยยิ่งเกร็ง กลัวไปทำของเค้าพัง 55555 
 
 
ปรากฏถ่ายรูปแฟนก็บอกเอ้าๆๆ กระโดดดดด ถ่ายกันหลายแชะสนุกสนาน
 
 
images by free.in.th
 
นี่คือตอนที่ยังถ่ายรูปกันสนุกสนาน และยังไม่รู้ตัว....จนกระทั่ง....
 
 
เราหันไปด้านซ้ายมือ และเห็นพี่คนมือกีตาร์ถือกีตาร์เดินมาใกล้และกำลังเริ่มร้องเพลง..... "ความเอ๋ยความรัก" 
 
images by free.in.th
 
ยอมรับเลยว่าตกใจมากกกก ตกใจเพราะคิดว่าพี่เค้าผิดคิว คือกำลังจะโบกไม้โบกมือบอกว่าซุ้มนี้ไม่ใช่ของหนูค่ะพี่ เจ้าของเค้ายังไม่มา.....แต่พอหันไปจะบอกพี่โจ้ให้บอกพี่เค้าให้หน่อย ก็เจอพี่โจ้กำลังร้องเพลงอยู่......แล้วยิ้มให้เรา....
 
 
 
 
".....ความเอ๋ย ความรัก

เริ่มสมัคร ชั้นต้น ณ หนไหน
เริ่มเพาะ เหมาะกลางหว่างหัวใจ
หรือเริ่มใน สมอง ตรองจงดี

แรกจะเกิด เป็นไฉน ใครรู้บ้าง
อย่าอำพราง ตอบสำนวน ให้ควรที่
ใครถนอม กล่อมเกลี้ยง เลี้ยงรตี
ผู้ใดมี คำตอบ ขอบใจเอย....."

 

เท่านั้นแหล่ะ...น้ำตาไหลพรากๆ เลย.....

 

เพลงนี้เป็นเพลงที่เราชอบมากๆ....ตั้งแต่ได้ฟังเพลงนี้ที่งานแต่งพี่แพรแล้วก็อินมาก และชอบมาก พระราชนิพนธ์แปลโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  จากบทละครเวนิชวาณิชของเช็คสเปียร์ ไปไหนเราก็จะชอบฟัง แถมก่อนที่จะมาภูเก็ตก็เห็นเค้าเปิดฟัง และร้องคลอตลอด จนวันนี้ถึงได้รู้ว่าทำไม....

http://youtu.be/d_OGO_j2l6c

 

images by free.in.th
 
พอเพลงจบลง.....พี่โจ้ก็จับมือเราไว้ และพูดความในใจทั้งหมดออกมา จับใจความได้ว่า....
 
 "ตลอด 31 ปีที่ผ่านมา เค้าทุ่มเท คอยดูแลคนอื่นอยู่เสมอ จนด้วยโชคชะตานำพาตาวเข้ามา ทำให้เค้าได้รู้ว่าการที่ได้รับความรัก ได้รับการดูแล ได้รับความห่วงใยมันเป็นอย่างไร และวันนี้เค้าก็มั่นใจแล้วว่าอยากจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตลอดไป...."
 
 
 
จากนั้นจึงคุกเข่า....และหยิบแหวนมุกขึ้นมาใส่ที่นิ้วนางของเรา....
 
คือตอนนั้นบรรยายไม่ถูกจริงๆ ว่ารู้สึกยังไง มันตื้นตันไปหมด เหมือนทั้งโลกมันหยุดหมุน มีแค่เสียงเค้าที่ก้องอยู่ในหัว สัมผัสได้แค่ว่าหยดน้ำตาที่ไหลไม่หยุด แล้ววินาทีที่เค้าคุกเข่าลงเหมือนมันไม่ได้เกิดขึ้นจริง....ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกได้ขนาดนี้ อาจจะเพราะส่วนนึงนี่คือความฝันที่เป็นจริง อีกส่วนนึงคือรู้สึกถึงความรัก ความห่วงใย และสำคัญที่สุดคือความตั้งใจและเอาใจใส่ที่เค้ามีต่อเรา....เค้าจะไม่ทำก็ได้ เราก็ยินดีแต่งงานกับเค้าอยู่ดี แต่เค้ายังอุตส่าห์ทำเพือเรา เพราะเราเคยพูดไว้ว่าอยากมีโมเม้นต์นี้ 
 
เพียงแค่นี้....ก็รู้สึกว่ามันมีค่าเสียเหลือเกิน....
 
 
 
images by free.in.th
 
หลังจากที่สวมแหวนแล้ว จังหวะที่ทำให้ยิ่งอยากร้องไห้มากขึ้นคือ "เพลง" ฉันดีใจที่มีเธอ ดังขึ้นมาทันทีข้างหลัง มันใช่มากถึงมากที่สุด....และพี่โจ้เองก็ร้องตามไปกับนักดนตรีด้วย เค้านั่งบีบมือเราแบบนั้นอยู่สักพักแล้วมองหน้าเราไปร้องเพลงไป 
 
 
"....แต่ยิ่งชีวิต ยิ่งผ่าน ยิ่งได้พบ ยิ่งเจอ
กลับทำให้ฉันยิ่งคิด ในใจ....

ฉันดีใจทีมีเธอ ฉันดีใจที่เจอเธอ
เธอคือกำลังใจเดียวที่มี ไม่ว่านาทีไหนๆ
ฉันดีใจที่มีเธอ แม้จะต้องพบอะไร
และฉันรู้และฉันอุ่นใจว่าฉันนั้นจะมีเธออยู่ ตรงนี้...."

 

 
 
 
 
images by free.in.th
 
 
เราดูเหมือนคู่รักวัยรุ่นทั่วๆ ไป....แต่แท้จริงแล้วเราผ่านช่วงเวลาชีวิตทั้งไกลและใกล้กัน ทั้งสุข และที่สำคัญคือผ่านช่วงทุกข์มาพร้อมๆ กัน.....ในช่วงที่เราเปลี่ยนงาน เราเหนื่อยมาก ทุกข์มาก เหมือนปัญหามันมืดแปดด้านไม่รู้จะหันไปทางไหน พี่โจ้ก็คอยอยู่ข้างๆ ให้คำปรึกษาและหาทางออกไปด้วยกัน หรือแม้แต่ช่วงเวลาที่บริษัทพี่โจ้มีปัญหาหนัก... เราก็ไม่เคยทิ้งเค้าไปไหน แม้ว่าเราจะช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่ในทุกๆ วันจะคอยจับมือเค้าแน่นๆ ให้เค้าได้รู้ว่ายังมีเราอยู่ข้างๆ โอบกอดเค้าและคอยกระซิบข้างหูว่า "เรายังมีบ้านให้อยู่ มีข้าวให้กิน เราดีกว่าหลายๆคนแล้วนะ เราไม่อดตายหรอก เราจะสู้ไปด้วยกัน ทุกชีวิตเริ่มจากศูนย์ ทำไมเราจะเริ่มจากศูนย์ใหม่ไม่ได้ล่ะ" (และนั่นคือจุดเริ่มต้นของธุรกิจใหม่ที่เราค่อยๆ ทำด้วยกัน)
 
วันที่เรามี เราเคยไปกินข้าวที่ Sirocco บนยอดตึก Le Bua มือละเกือบหมื่น แต่วันที่เราล้ม เราสองคนชวนกันขึ้นรถเมลล์  เดินโลตัสตอนสองทุ่มเพื่อหาข้าวแกงถุงละ 13 บาทกิน สิ่งที่จำได้แม่นเลยคือตอนที่เราเลือกซื้อของลดราคาในโลตัส พี่โจ้จับมือเราแน่นแล้วมองหน้าเรา....เหมือนเค้าเสียใจที่ทำให้เราต้องมาลำบาก และในแววตานั้นมีความสุขเล็กๆ ที่เรายังไม่ทิ้งเค้าไปไหน และเค้าเคยบอกว่านั่นคือสิ่งที่ทำให้เค้ามั่นใจว่า...เราคือคู่ชีวิตของเค้า ผู้หญิงที่ทำให้เค้ายิ้มได้แม้ว่าเค้าจะไม่เหลืออะไรเลยก็ตาม
 
 
 
 
images by free.in.th
 
ยามที่ชีวิตคู่มีปัญหาในช่วงแรกๆ....ด้วยความใจร้อน เราต่างหากคือคนที่จะตัดไฟแต่ต้นลม เราเคยร้องขอที่จะหนี ที่จะยุติมันลง แต่เค้าคือคนที่จะคอยแก้ปัญหานั้นๆ เสมอ เค้ามักถามว่าเรามีตรงไหนไม่พอใจเค้ามั้ย เค้าจะพยายามแก้ไข เค้าจะพยายามเป็นผู้ชายที่ดีขึ้นเพื่อเรา....และเค้าก็ทำได้จริงๆ.....
 
เหมือนคำพูดที่คนแชร์กันมาที่ว่า "ความสัมพันธ์นั้นก็เหมือนดวงไฟในบ้าน เมื่อไฟเสีย เราไม่เปลี่ยนบ้าน แต่เราซ่อมหลอดไฟนั้น" 
 
 
 
 
ทุกวันนี้เราก็ยังมีข้อดีและข้อเสียที่ยังแก้ไขไม่ได้ แต่ก็ได้เรียนรู้วิธีหลีกเลี่ยง วิธีเผชิญหน้า และปรับปรุงตัวกันต่อๆ ไปโดยไม่คิดว่านั่นคือความเหนื่อยยาก เราเป็นคนใจร้อน....รู้ตัวว่าใจร้อน ขี้โมโหและพี่โจ้เองก็ไม่ค่อยชอบ เราจึงมักเตือนตัวเองเสมอเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะหงุดหงิด คอยพยายามบอกให้ใจเย็น เวลาที่มีเรื่องอะไรให้โมโหก็พยายามไม่เข้าไปปะทะ อดทนให้มากที่สุด ส่วนพี่โจ้เองก็เป็นคนไม่ค่อยแสดงออก มีอะไรเค้าไม่ค่อยบอก เก็บเงียบเสมอ เค้าก็ค่อยๆ ปรับตัว เปิดเผยมากขึ้น รู้ว่าเราชอบอะไรก็พยายามทำให้ เช่นเซอร์ไพรส์ครั้งนี้....มีค่ากับเรามาก เพราะเรารู้ว่ามันไม่ใช่ตัวเค้าเลย... เค้าตั้งใจและพยายามมากในการขอแต่งงานครั้งนี้ และทำให้เรารู้สึกซาบซึ้งกับความตั้งใจของเค้าเพื่อเรามากที่สุด
 
อีกทั้งเราทั้งสองคนไม่ได้ร่ำรวย ไม่ได้มั่งคั่ง ไม่ได้ดีพร้อม ไม่ได้เพอร์เฟ็ค แต่เราพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเดิมๆ ของตัวเอง และสร้างอนาคตใหม่ไปด้วยกัน 
 
 
 
 
 
 
images by free.in.th
 
และจากวันนี้เป็นต้นไป....เราไม่ต้องเผชิญปัญหาและโลกใบนี้เพียงลำพังอีกต่อไปแล้ว ขอบคุณนะคะที่เข้ามาในชีวิต ไม่ว่าจะเพราะ "โชคชะตา" หรืออะไรก็แล้วแต่....ขอบคุณจริงๆ....
 
"From this day forward,
You shall not walk alone.
My heart will be your shelter, 
And my arms will be your home."
 
 
 
แหวนที่ได้นั้นเป็นนแหวนมุกสีขาวผ่อง และมีเพชรเม็ดเล็กๆ ติดข้างๆ กัน น่ารักสมวัยค่ะ ปลื้มมากเลย พี่เฟิร์นมีการแอบถามตอนสวมแหวนแล้วว่าทำไมถึงเป็นแหวนมุก?? มีอะไรพิเศษมั้ย??
 
images by free.in.th
 
พี่โจ้ตอบทันทีเลยว่า "เพราะที่ภูเก็ต ที่แห่งความทรงจำของเรานี้ขึ้นชื่อว่าเป็นไข่มกแห่งอันดามันหรือ Pearl of Andaman ไข่มุกที่นี่จึงมีค่าที่สุดและสวยที่สุดในไทย เหมือนน้องตาวที่สวยที่สุดและมีค่าที่สุดสำหรับเค้า" 
 
แอร๊ยยย เรียกเสียงกรี๊ดจากผู้ชมได้เป็นอย่างดี และมารู้ทีหลังว่าไม่ได้มีสคริปต์ด้วย ถามสด 5555 ทำเอาเขินม้วนกันไปทั้งบาง
 
 
 
 
 
หลังจากนั้นก็ถ่ายรูปเล่นกันจนพระอาทิตย์เริ่มมืด....ทริปนี้หลายๆ อย่างเป็นใจมาก ทั้งห้องที่ได้อัพเกรด สภาพดินฟ้าอากาศที่เป็นใจ ช่วงเวลาที่จัดเซอร์ไพรส์ กว่าจะยื้อจะรั้งไม่ให้เราลงมาก่อนเวลาหรือลงมาช้ากว่าเวลาที่แสงกำลังสวยได้นั้นยากมาก พี่ๆ ทุกคนช่วยกันเต็มที่ พี่เป้ พี่เฟิร์น พี่โก้ พี่แพร (และพี่ๆที่ลุ้นอยู่ทางบ้าน) ต่างช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่  ซุ้มนี้กว่าจะขอโรงแรมได้เพราะอยากได้แค่ซุ้มและสถานที่ ไม่ได้ทานอาหาร พี่ที่โรงแรมก็จัดเตรียมให้อย่างทันท่วงที (ไม่ได้จองล่วงหน้า มาเห็นตอนเช็คอินแล้วอยากได้เลย เห็นแฟนว่างั้น) ไหนจะดอกไฮเดรนเยียที่ต้องเป็นไฮเดรนเยียสีฟ้าที่เราชอบเท่านั้น ทางโรงแรมก็อุตส่าห์วิ่งไปสั่งในเมืองให้....แหวนที่เจ้าตัวไม่ยอมบอกว่าเตรียยมมาจาก กทม. หรือซื้อที่นี่
 
และที่สำคัญคือ "พี่ต้นกล้า" และ "พี่สัน" นักดนตรีชื่อดังของภูเก็ต พี่โจ้เล่าให้ฟังว่าเค้าอยากได้นักดนตรีมากกก แต่มาหาเอาวันที่จะจัดเซอร์ไพรส์เลยเนี่ยหายากมาก ที่เค้าหายไปโทรศัพท์จนเรางอน ก็เพราะว่าโทรไปตามหานักดนตรี  หลายสิบคนก็ไม่ว่างเลยเพราะกระทันหัน จนกระทั่งได้คุยกับพี่ต้นกล้า เล่าเรื่องราวให้พี่เค้าฟัง ทั้งๆ ที่พี่เค้าติดทั้งงานอัดเสียงและเล่นดนตรีตอนเย็น แต่พี่ก็เค้าก็ยังอุตส่าห์ขับรถจากตัวเมืองมาที่ Cape Panwa....เพราะเราชอบเพลงความรัก พี่ต้นกล้าก็แกะคอร์ทเพลงความรักให้เลยตอนนั้นตั้งแต่เช้าจนเย็น แถมตอนมายังพาพี่สันที่เป็นมือกลอง แต่กลายเป็นตากล้องจำเป็นมาถ่ายวิดิโอให้ด้วย....ที่ซึ้งใจมากเลยคือ พี่ต้นกล้าและพี่สัน "ไม่รับเงินสักบาทเดียว" พี่เค้าบอกว่า นี่คือ "โชคชะตา" ที่พาให้เรามาเจอกัน และเค้ายินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในความสุขครั้งนี้ (พี่เค้าบอกว่ามันใช่มากกก จังหวะ โมเม้นต์ และทุกๆ อย่าง เค้าดีดกีตาร์ไป ร้องเพลงไป ร้องไห้ไป อินมาก) โอ๊ยยย รู้ซึ้งถึงคำว่ามิตรภาพมีทุกที่ก็ครั้งนี้นี่แหล่ะ
 
ขอบคุณพี่ต้นกล้าและพี่สันมากนะคะ
 
พี่เค้าใจดีและน่ารักมากกก ประทับใจมากๆ ตอนนี้พี่ต้นกล้าทำทัวร์อยู่ด้วย ใครสนใจลองติดต่อพี่เค้าไปนะคะ https://www.facebook.com/thetravellerbytonkla/info คนนี้รับประกันเลย ใจดีสุดๆ Cool
 
 
 
และขอขอบคุณอีกหลายๆ ท่านที่ไม่ได้กล่าวถึง แต่ตามลุ้นอยู่ตลอด ดีใจมากจริงๆ จำไปจนวันตายแน่นอนเลยเซอร์ไพรส์ครั้งนี้
 
images by free.in.th
 
 
 
 
 
วันที่ 7 นี่คงเป็นวันดีของเราจริงๆ ทั้งเป็นวันขอแต่งงาน (7 ก.พ.) และวันแต่งงานแบบไทย (7 มี.ค.) สงสัยได้ฉลองยาวๆเลข 7 ทุกๆ ปีเลยเนอะ ^____^
 
 
 
 
 
 
 
 
หลังจากนั้นก็เข้าสู่เหตุการณ์ปกติค่ะ พี่โจ้กลับมาเป็นคนเดิมคือ กินๆ แชทๆ ไม่ได้หวานโรแมรติคอะไรแล้ว 555555 กลับเข้าสู่โหมดเดิม แต่เราก็สบายใจนะ เพราะถ้ามาหวานมากเราก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน อยู่ด้วยกันนั่งเงียบๆ ต่างคนต่างเล่นเฟสบุ๊คไปแหล่ะดีแล้ว พอหวานทีทำตัวไม่ถูกเลย อิอิ
 
แล้วเราก็ซัดอาหารทะเลกันที่ร้านใกล้ๆ โรงแรมนั่นแหล่ะค่ะ อิ่มอร่อยทั้งกายและใจ คืนนั้นก็นอนกอดแหวนและฟังเพลง "ฉันดีใจที่มีเธอ" จนผลอยหลับไปเลย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เช้าวันต่อมาก็ไปส่งพี่ๆ กลับกรุงเทพเพราะทุกคนต้องไปทำงานวันจันทร์ เรากับพี่โจ้ที่ทำงานที่บ้านเลยไม่ต้องรีบมาก อยู่ต่ออีกวันโดยใช้ Voucher ที่ได้มาพัก โรงแรม B-Lay-Tong ฟรีหนึ่งคืนที่หาดป่าตอง
 
วันนี้ไม่มีอะไร ชิลๆ สบายๆ เดินเที่ยวเล่นแถวนั้น ซึ่งก็ไม่มีอะไรมาก....แต่เพิ่งได้รู้ว่าหาดป่าตองสววยมากกกก ทรายขาว น้ำใสมากกก อยากจะกรี๊ดดด แล้วแบบหาดอยู่หน้าโรงแรมเลย แล้วเป็นต้นๆ หาดเลยไม่คึกคักมาก กำลังดีเลยทีเดียว ถ้ารู้ว่าใสขนาดนี้ไม่ไปเกาะหรอก อยู่เล่นแค่นี้ก็พอละ 55555 หรือเราติดภาพพัทยามากเกินไป เลยเห็นละตื่นเต้นสุดๆ 5555 
 
images by free.in.th
 
ภาพนี้คือภาพแรกและสุดท้ายของทริปภูเก็ต เพราะหลังจากที่คิดแค่ว่าจะมาเดินเล่นริมหาด เจอน้ำใสๆ แบบนี้เข้าไป วิ่งกลับไปโรงแรมเก็บมือถือและทุกอย่างไว้ในห้อง เปลียนชุด และโดดลงน้ำเลยจ้าาา ชอบมากกก ใสสะอาดแบบนี้ อยากไปใต้บ่อยๆ ซะแล้ว ^__^
 
 
จากนั้นก็ขับรถไปสนามบิน คืนรถ และขึ้น Thai Smile กลับมาทำงานกันต่อแล้วค้าบบบบ
 
 
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามกันมาตลอดน้าา นี่ตั้งแต่เรียน จนคอสเพลย์ จนไปเป็นแอร์ จนมาเป็นคุณครู จนมีแบรนด์สินค้าของตัวเอง และจนวันนี่กำลังจะมีครอบครัวแล้วจ้าาาา เป็นการเขียนบล็อคที่ยาวนานเหลือเกินนนน