หลังจากตอนที่แล้ว ที่ได้เจอเรื่องแปลกๆ ที่เชียงใหม่ไป สิ่งที่ตอกย้ำความลี้ลับ ความแปลก ก็เกิดขึ้นที่เขาใหญ่ด้วย บรึ๋ยยยย

 

 

อย่างที่หลายคนพอทราบแล้วว่า ตาวกับพี่โจ้ มีบ้านอีกหลังอยู่ที่เขาใหญ่ เป็นอารมณ์ประมาณบ้านพักตากอากาศ ซึ่งก็เป็นของครอบครัวแหล่ะ แต่ไม่ค่อยมีคนไปกัน มีแต่ตาวกับพี่โจ้ที่จะไปกันบ่อยมาก เพราะต้องไปดูแลบ้านด้วย หาเรื่องพักผ่อนด้วย 555 

 

images by free.in.th

วิวจากระเบียงบ้านเขาใหญ่ ฟินมากกก ตื่นมาเจอแบบนี้ทุกเช้า^^

 

ที่นั่นเราจ้างคนสวยไว้แค่ตัดหญ้า ไม่ให้มันขึ้นรกแค่นั้น แต่ส่วนอื่นๆ เราดูแลกันเอง ไปเขาใหญ่ทีไรก็เลยเหมือนไปใช้แรงงาน ทั้งทำความสะอาดบ้าน ทั้งปลูกต้นไม้ ทั้งตัดหญ้า ตัดแต่งกิ่ง หลายสิ่งหลายอย่าง 

 

 images by free.in.th

สภาพคนสวน...

 

 

ทุกครั้งที่ไปเขาใหญ่ จะมีความสุขมากกกก รู้สึกเหมือนเป็นบ้างอีกหลังที่สงบสุดๆ 

 

ไม่เคยเจออะไรแปลกๆ เลยสักนิดเดียว....อยู่กันแบบตอนกลางคืนนี่แถวนั้นมืดตื๋อเลยนะ ก็ไม่เคยเจออะไร กลัวอยู่อย่างเดียวคือตุ๊กแก - -" หลอนมาก เพราะตรงทางเข้ามีตุ๊กแกเจ้าถิ่นอยู่ แล้วแปลกมากคือเป็นตุ๊กแกตัวขาวจั๊วะ ตัวใหญ่มากก ฮืออ เค้ากลัว T^T แต่ดีอย่างนึงคือ เรากับพี่โจ้จะบอกเวลามาเขาใหญ่เสมอว่า "อย่าเข้ามาในบ้านนะลูกกกก อยู่ตรงทางเข้าบ้านพอน้าาา อย่าเข้ามาน้าาา"....เค้าก็ไม่เข้ามาจริงๆ เออดีแหะ พูดรู้เรื่อง 555

 

 

 

 

 

ช่วงปีใหม่ 2559 ที่ผ่านมา เราก็ไป count down กันที่เขาใหญ่เหมือนเดิม (สังเกตว่า timeline คือหลังจากไปลอยกระทงที่เชียงใหม่มา) ครั้งนี้มีเพื่อนไปด้วย คือ ตั้น เพื่อนสาวจากกาตาร์ และเจี่ย แฟนตั้น รวมกับคู่ของเราเป็น 4 คน

 

ทั้ง 2 คนมาพักที่บ้านเรา....ซึ่งก็เคยมาตั้งหลายรอบแล้ว ไม่มีอะไรผิดแปลกเลย แต่คราวนี้แปลกไปจากเดิม...

 

 

 

 

ที่จริงแล้วการมาเขาใหญ่ครั้งนี้..เรากะแอบมาเซอร์ไพรส์คุณชาย ด้วยการเอาเค้กมาให้ด้วย เพราะว่าวันเกิดพี่โจ้ไม่ไกลจากวันปีใหม่มาก นั่นก็คือวันที่ 6 ม.ค. และพอหลังทริปเขาใหญ่ เราต้องไปเพชรบูรณ์ต่อ เลยเปอาเป็นว่าเซอร์ไพรส์ใ้ห้เค้กมันวันปีใหม่เลยละกัน!!

 

งานนี้เลยต้องให้ตั้นกับเจี่ยไปรับเค้กมาให้ แล้วแอบกันเยอะมากกว่าจะได้เซอร์ไพรส์ 5555

 

พอช่วง count down เราก็ไปงานปาร์ตี้บ้านเพื่อนที่อยู่เขาใหญ่เหมือนกัน งานนั้นเค้าก็ปาร์ตี้ของเค้าไป เราก็ไปแจมด้วย แล้วพอหลังปีใหม่ จุดพลุฉลองไปได้สักพัก เรากับเพื่อนๆ ก็แอบไปเตี๊ยมเอาเค้กออกมาแล้ว ร้องเพลง HBD กัน 

 

(เจ้าตัวยัง งงๆ เลยว่า วันเกิดใครหว่า 5555)

images by free.in.th

 

หน้าบาน ยิ้มแฉ่งเลย เจ้าของวันเกิด

 

images by free.in.th

 

ปาร์ตี้ข้ามคืน

 

images by free.in.th

เค้กวันเกิดทำเป็นรูปลูกกอล์ฟ และตัวพี่โจ้อยู่บนลูกกอล์ฟ เสื้อเขียนว่า Pro Jo ด้วยนะ 5555 น่ารักมากมาย

 

 

 

 

 

หลังจากปาร์ตี้กันเสร็จเรียบร้อยก็กลับมานอนบ้านกัน....

 

เรากับตั้นและเจี่ยนอนแยกคนละห้อง แต่ห้องติดกันนะ ก่อนนอนก็บอกลา บ๊ายบายเรียบร้อย เราก็นอนแบบไม่ได้คิดอะไร อากาศช่วงนั้นเย็นสบายด้วย มาเขาใหญ่ทีไร นอนหลับสนิทตลอด 

 

พอมาตอนเช้าตรู่ ได้ยินเสียงอีกห้องลุกมาละ เราก็เลยลุกมาอาบน้ำแต่งตัว เพราะว่าวันนี้ต้องเดินทางกันแล้ว ตั้นเจี่ยเดินทางกลับ กทม. ส่วนเรากับพี่โจ้เตรียมไปเพชรบูรณ์กันต่อ

 

 

 

 

สักพักเจี่ยเดินมากระซิบบอกเบาๆ ว่า เมื่อคืนไม่ธรรมดา....

เราก็งง อะไรไม่ธรรมดา??

ต้องบอกก่อนว่า เจี่ยเป็นคนมีมี sense รายนี้ชอบสัมผัสอะไรได้บ่อยๆ มาคราวก่อนๆ เจี่ยก็บอกว่าไม่มีอะไรนะ นอนได้ พักได้ สบายมาก แต่คราวนี้ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น

 

เรากับพี่โจ้เลยรีบถามความ ปรากฏว่า 

 

"เมื่อคืนเรากำลังจะนอน เห็นว่าเตียงมันหันแปลกๆ หันปลายเท้าไปทางห้องน้ำ แล้วไม่ชอบ เลยคุยกับตั้นว่าขยับเปลี่ยนหันปลายเท้าไปอีกทางดีกว่า (ซึ่งเป็นทางทีวี) หลังจากล้มตัวลงนอนได้สักพัก...มาละ เสียงเคาะประตู ก็อกๆ สักพัก มีเสียงเคาะตู้ในห้อง ก็อกๆ...."

 

เราฟังแล้วตกใจมาก ขนลุกเลย เพราะว่าเราอยู่กันมานาน มาเที่ยวก็หลายครั้งไม่เคยเจอ และไม่เคยคิดด้วยว่าบ้านนี้จะมี...

 

แต่เอาจริงๆ ไม่ได้กลัวนะ แค่ตกใจ ว่าทำไมเจี่ยกับตั้นถึงเจอ ส่วนเรากับพี่โจ้นอนสบายหลับปุ๋ยเลย (แต่ได้ยินเสียงคนเดินเข้าออก เราก็นึกว่าเจี่ยกับตั้นแหล่ะ แต่สองคนนั้นบอกว่า หลังจากแยกกัน ก็ไม่ได้เดินออกมาจากห้องเลย.....เอิ่มมมม....)

 

 

 

 

เอาน่ะ ทุกคนไม่ได้คิดอะไรมาก เลยแยกย้ายกันไป ระหว่างขับรถกันอยู่ อยู่ๆ พี่โจ้บอกขึ้นมาว่า

 

"อ๋อ...น่าจะเพราะแบบนี้แน่เลย...ตรงชั้นทีวี พี่วางพระพุทธรูปซ่อนไว้ แล้ววางจนลืม ไม่ได้บอกใคร เค้าคงมาเตือนแน่ๆ เลยที่เอาเท้าหันไปทางนั้น..."

 

แง....แล้วทำไมไม่รีบบอกกกก สงสารสองคนนั้น โดนเลย T____T

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เรื่องลี้ลับยิ่งกว่านี้ยังมีอีก...และเพิ่งเริ่มจากนี้ต่างหาก

 

ระหว่างทางจะขับรถไปเพชรบูรณ์ ซึ่งปกติก็ต้องไปทางถนนมิตรภาพ แต่วันนั้นไม่รู้คิดอะไร รู้สึกอยากขับรถเล่น ชิลๆ ก่อน เลยขับไปอีกทางนึง กะว่าจะไปดูที่ดินที่บ้านพี่โจ้ซื้อไว้ ซึ่งนานๆๆๆๆๆทีถึงจะไป ก็ขับไป ไปดูที่เสร็จเรียบร้อยก็เริ่มบ่ายแก่ละ ก็กะว่าโอเค ขับกลับกัน

 

ระหว่างทางก็เริ่มง่วง...อยู่ๆ ก็ขับผ่านโรงแรมแห่งนึง ซึ่งเป็นโรงแรมใหม่ เพิ่งเปิดเลย ซึ่งขับเลยไปแล้วนะ แล้วอยู่ๆ พี่โจ้ก็ชะลอรถ แล้วถามว่า

 

"เข้าไปดูมั้ย?"

 

เราก็ อืมๆ ก็ได้ สวยดี เพราะโรงแรมตั้งอยู่บนเนินเขาทั้งลูกเลย น่าสนใจ ก็กะว่ามาแวะดื่มกาแฟ แล้วก็ค่อยขับกลับ สบายๆ 

 

พอเข้าไปทางหน้าโรงแรมก็ประทับใจมากนะ โรงแรมสวยยยมาก และเท่มาก มี concept ที่ดี น่าสนใจ ต้องขับวนเนินรอบเขาถึงจะไปที่โรงแรมบนยอดเนินได้ เกร๋มาก มารู้ทีหลังว่าเจ้าของเค้าซื้อทั้งลูกไว้เลย (แต่ขอไม่บอกชื่อโรงแรมนะคะ ไม่ต้องถามกันเข้ามานะ)

 

 

 

 

พอมาถึง ก็มีพนักงานยิ้มแย้มออกมาต้อนรับ ว่าแล้วก็เลยตามเลย ไปดูห้องพักของเค้าดีกว่า ไหนๆ เค้าก็ต้อนรับเราดีแล้ว เผื่อคราวหน้าจะมาพัก 

 

แล้วพนักงานก็เปลี่ยนมือให้เหมือนกับ GM ของที่นี่มาดูแลเราแทน... สมมติชื่อ พี่ อ. 

 

ซึ่งพี่ อ. (ผู้หญิง) ก็ดีมากก น่ารักมากก ยิ้มตลอดเวลา ดูใจดีสุดๆ แล้วพาเราไปทุกห้องเลยนะ พี่โจ้ก็เม้ามันตามเคย เพราะนางอัธยาศัยดี คุยเก่งอยู่แล้ว ก็คุยกันกับพี่ อ. สัพเพเหระ สนุกสนาน ตั้งแต่เรื่องที่พัก ยันไปเรื่องต้นไม้ ไปจนถึงเรื่องที่ดินที่เขาใหญ่ เพราะพี่ อ.เป็นคนที่นี่

 

พอสำรวจห้องพักเสร็จ ก็ลงมาที่คาเฟ่ เพื่อมาดื่มกาแฟ พักทานขนม พี่โจ้ไม่รู้คิดยังไง บอกขอเชิญ พี่ อ. นั่งทานกาแฟด้วยกัน ตอนแรกพี่ อ. ก็เกรงใจ เพราะตัวเองเป็นพนักงาน แต่พี่โจ้ก็บอกขอคุยต่ออีกนิด กำลังสนุก

 

ตอนที่สองคนนี้คุยกัน เราก็นั่งฟังมั่ง เล่นมือถือบ้าง เพราะเค้าคุยกันเรื่องที่ดิน สักพักมาคุยเรื่องธรรมะ แปลกอีกแล้ว เพราะพี่ อ. เป็นสายธรรม พี่เค้าปฏิบัติจนมี sense และใช้จิตได้ (คำนี้มาอีกแล้ว T^T)

 

ซึ่งตอนแรกเราก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่.....

แต่อยู่ๆ เราก็หูผึ่ง เมื่อพี่โจ้ไม่รู้คิดไงถามว่า....

 

 

"ที่เขาใหญ่มีผีมั้ยครับ?"

 

 

พี่ อ. หัวเราะ แล้วบอกว่า ผีมีทุกที่แหล่ะค่ะ ไม่ใช่แค่ที่เขาใหญ่หรอก แล้วพี่โจ้เลยอธิบายว่า ที่ถามแบบนี้เพราะว่าเมื่อคืนเนี่ย พักที่บ้าน แล้วเพื่อนมาพักด้วย แต่เพื่อนเจอเหตุการณ์แปลกๆ

 

พี่ อ. ยิ้มต่อ แล้วบอกว่า 

"อ๋อ ที่บ้านคุณมีค่ะ"

 

หืมมมม?? มีอะไรค่ะพี่ =[]= เราเริ่มหูตั้งละ อัลลัยยยยยย ยังงัยยยค่ะพี่

 

"ที่บ้านคุณมีผู้หญิงอยู่ เค้าหน้ากลมๆ ใส่ชุดสีขาว เค้าอยู่ที่นั่นมานานแล้ว แต่ไม่ต้องกลัว เพราะเค้าเป็นเจ้าที่ คอยปกป้องเรา และคนในครอบครัว ไม่ได้มาร้าย" 

 

เรากับพี่โจ้มองหน้ากันแล้วขนลุกซู่เลย คือถ้าจะอธิบายซะละเอียดขนาดนี้ ถามว่าภาพออกมั้ย ! ตอบเลยว่ามาก!! 

 

 

พี่โจ้เลยย้ำว่า บ้านที่เขาใหญ่เนี่ยเหรอครับ พี่ อ. มองเห็นบ้านผมเลยเหรอครับ 

 

พี่ อ. ไม่ตอบ แต่บรรยายลักษณะของบ้านได้ถูกต้องเป้ะ ทั้งๆ ที่ไม่เคยไปที่บ้านมาก่อน ไม่สิ...นี่เราเพิ่งรู้จักกันเองนะ =A=!! งือออออ 

 

นอกจากนั้นพี่ อ.ยังถามต่อว่า "ที่บ้านมีต้นไม้ใหญ่อยู่ 1 ต้นใช่มั้ย" 

เรากับพี่โจ้มองหน้ากันแล้วพยักหน้า ก็คือต้น จามจุรีที่บ้านนั่นเอง

"เค้าอยู่ตรงนั้นแหล่ะ...."

 

กี้ดดดด จะเป็นลม T^T ตอนนี้นี่แขนเป็นตูดไก่เลย ขนลุกไม่หยุด แล้วเราเลยนึกถึงชิงช้าขึ้นมา เพราะตรงต้นจามจุรี พี่โจ้เคยทำชิงช้าให้เป็นของขวัญวันวาเลนไทน์เรา แล้วเราก็ชอบมากกกกก ไปนั่งชิลบ่อยเลย เรายังเคยคิดเลยว่า ถ้าที่นี่มีผี หรือเจ้าที่นะ ท่านคงนั่งเล่นที่ชิงช้านี่ได้เลย

 

ยังไม่ทันพูดอะไร พี่ อ. บอกว่า

 

"ใช่ค่ะ เค้าชอบนั่งตรงชิงช้าอันนั้นมาก....คนจะเห็นเค้าบ่อยตรงจุดนั้น"

 

images by free.in.th

 

ภาพชิงช้าที่พี่โจ้ทำให้เราใต้ต้นจามจุรี (ไม่ต้องไปเพ่งนะ ในรูปนี้ไม่มีอะไร 5555) 

 

 

เรานี่แทบจะตกเก้าอี้อ่ะ คือ ตกใจมากกก แล้วมุมนั้นเป็นมุมที่เราชอบที่สุดในบ้านด้วย เห็นได้ว่าเราขนต้นไฮเดรนเยียไปปลูกตรงโคนต้นจามจุรีเยอะมาก (ปัจจุบันตายหมดแล้ว เพราะทนแดดไม่ไหว T^T) คือพยายามตกแต่งให้มันสวยงาม

 

แต่เอาจริงๆ นะ เราไม่ได้รู้สึกกลัวอะไรเลย แค่ตกใจมากกว่า แถมยังรู้สึกดีอีกต่างหากที่ พี่ อ. บอกว่าเค้ามาดูแลเรา ปกป้องเรา ถึงว่าไปเขาใหญ่แต่ละครั้งรู้สึกแฮปปี้มาก และสงบมาก เหตุผลอีกอย่างอาจจะเป็นเพราะว่าก่อนที่พี่โจ้จะสร้างบ้านนี้ก็ไหว้พระบอกกล่าวเจ้าที่ตลอดว่าขอมาสร้างบ้านพักอาศัย และทุกครั้งที่พวกเรามาก็จะวื้อดอกไม้พวงมาลัย มาไหว้เจ้าที่เสมอ ก็เลยทำให้ท่านเอ็นดูมั้ง 5555 ก็ขอขอบคุณท่านมานะที่นี้ด้วยนะคะ

 

 

 

 

 

 

 

 

เหตุการณ์น่าตกใจยังไม่หมดนะ...

จากนั้นเราก็คุยสัพเพเหระไปเรื่อย ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องธรรมะ เรื่องผี เรื่องหลายๆ อย่าง จนกระทั่งพี่โจ้พูดขึ้นมาว่า "แปลกใจจังเลย ไม่คิดว่าจะได้เจอและได้คุยกับพี่ อ. แถมยังรู้สึกดี รู้สึกสนิทสนมกันอีกต่างหาก โชคดีมากๆเลย" 

 

 

พี่ อ. ยิ้มเหมือนเดิม แล้วบอกว่า 

 

"ไม่มีเรื่องบังเอิญหรอกค่ะ เราถูกเรียกให้เข้ามาหากัน" 

 

ตึ่งงงง....ตึ่งรอบที่ล้านละพักนี้ งงมากว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนรอบตัวช้าน T^T แถมพี่โจ้นี่ยิ่งงงกว่าเดิมว่าคืออะไร จนกระทั่ง พี่ อ.บอกว่า

 

"เพราะเราเป็นสหายกันมาก่อนในชาติที่แล้ว ชาตินี้เราจึงได้มาเจอกันอีกครั้ง" 

 

เอาอีกละ...คำว่า "สหาย" มาอีกแล้ว คุ้นๆนะคำนี้ ถ้าใครไม่คุ้น ให้กลับไปอ่านบล็อคตอนที่แล้ว ตอนเรื่องลี้ลับที่เชียงใหม่ แล้วจะเข้าใจเลย (พิมพ์ไปขนลุกไปนะเนี่ย)

 

พี่ อ. บอกว่า พี่เค้าและพี่โจ้เคยร่วมทำศึกด้วยกันมาในสมับพระนเรศวร แต่พี่เค้าพูดแค่นั้นนะ เรากับพี่โจ้นี้คือตาโต มองหน้ากันเลิ่กลั่กแล้วอ่ะ พี่โจ้เลยแกล้งถามไปนิดนึงว่า...

 

"แล้วชาติที่เราผมเป็นคนใช่มั้ยครับ?" 

 

พี่ อ. ส่ายหัว แล้วบอกว่า "ไม่ใช่ค่ะ คุณเป็นพาหนะของกษัตริย์"

 

 

 

 

 

 

 

 

กี้ดดดด คือเรากับพี่โจ้มองหน้ากัน มือซีด ขนลุก นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่มีคนทักแบบนี้ นอกเหนือจากพระอาจารย์ คือแปลกใจมาก เราถึงบอกว่า เรื่องเหล่านี้ พักนี้ สั่นคลอนความเชื่อของเราที่ว่าเรื่องพวกนี้ไม่มีจริงมากๆ 

 

พี่โจ้เลยเล่าเรื่องพระอาจารย์ที่เชียงใหม่ให้ พี่ อ. ฟัง พี่ อ. หลับตาลงนิดนึงแล้วบอกว่า พี่เห็นแล้วค่ะ....ท่านอยู่บนเขา พร้อมทั้งบอกลักษณะของท่านได้อย่างถูกต้อง บอกลักษณะของวัดได้อย่างถูกต้อง ทำเอาเรากับพี่โจ้อึ้งไปอีกรอบ

 

เฮ้อออ ช่วงนี้มีแต่เรื่องให้หัวใจทำงานหนัก TTwTT 

 

เอาจริงๆ นะเราสับสนมาก อาจจะเพราะที่เราเคยคิดว่าไม่จริง ตอนนี้มีหลายอย่างแสดงให้เห็นว่ามันจริง เลยทำให้ตื่นเต้นและประหลาดใจ 

 

 

 

พี่โจ้ก็เล่าไปหลายอย่าง รวมถึงเรื่องพระพิฆเนศที่กำลังบูชา เรื่องหนูที่เข้ามาในบ้าน เลยย้ายท่านไปไว้ที่ รร. 

 

พี่ อ. บอกว่า การที่เราได้มาเจอกันส่วนนึงก็เพราะท่านพระพิฆเนศนำพามาด้วย เพราะพี่ อ. ก็บูชาท่าน พร้อมทั้งห้อยคออีกต่างหาก (ไม่ใช่บูชาธรรมดานะ คือมีรุปปั้นพระพิฆเนศขนาดหลายเมตรตั้งไว้หน้าบ้านของพี่เค้าเลย) 

 

 

 

แปลกดีที่ว่า เรื่องของช้าง เรื่องของพระพิฆเนศ หรือเรื่องราวต่างๆ เหล่านี้ผูกมัดรวมกันมาเหมือนจะตั้งใจ ทั้งๆ ที่เราดูแล้วว่ามันไม่น่าเกิดขึ้นได้เลย ที่จริงตอนที่แล้วก็ลืมเล่าด้วยว่า ตอนไปหาพนะอาจารย์ พระอาจารย์แจกพระให้คนละองค์ไปห้อยคอ ของเรากับพี่โจ้ได้พระพิฆเนศ....โดยที่ไม่ได้เล่าเรื่องพระพิฆเนศที่บูชาอยู่ให้ท่านฟังเลยนะ...

 

 

 

 

 

 

นั่นก็เป็นเรื่องราว "ลี้ลับ" ที่เราได้เจอมาพักหลังๆ นี้ ที่จริงเราก็แอบอยากรู้นะว่าตัวเราชาติที่แล้วเป็นอะไร แต่ พี่ อ. บอกว่าเรายังไม่เปิดใจให้พี่เค้ามองเห็นได้ เลยยังเพ่งจิตไม่ได้ เราก็เข้าใจนะเพราะเราไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้เลย เหมือนเล่าเรื่องผีให้ฝรั่งฟังอ่ะ ฝรั่งก็ไม่เก็ท เมื่อก่อนเราก็เป็นแบบนั้น พี่เค้าเลยไม่สามารถบอกอะไรได้ในตอนนี้ เพราะเรายังไม่เปิด แต่พี่โจ้นี่คือเปิด 100% ฮ่าๆๆ

 

จากนั้นก็บอกลา พี่ อ. เพราะต้องเดินทางไปเพชรบูรณ์กันต่อ คาดว่าเร็วๆ นี้จะได้ไปเขาใหญ่ และได้ไปเจอพี่เค้าอีกแน่ๆ พี่เค้าเองก็บอกว่าเดี๋ยวได้เจอกันอีกแน่นอน ^^ 

 

 

 

 

เป็นไงล่ะ น่าตกใจมั้ย!! ทุกวันนี้ที่พิมพ์อยู่นี่ก็ยังตกใจไม่หายนะ!! 5555