สวัสดีค่าาา

 

มาเขียนบล็อคสำหรับทริปญี่ปุ่นล่าสุดแล้วน้าา (ได้ข่าวว่าทริปญี่ปุ่นครั้งที่แล้วยังเขียนไม่จบทริปเลย เหลือโตเกียว5555)

แต่คราวนี้สัญญว่าจะเขียนจบทริปแน่นอน ไม่งั้นมีลืมแน่ เก็บไว้อ่านยามแก่ อิอิ

 

 

ก่อนอื่นต้องท้าวความก่อนว่า ทริปนี้เกิดขึ้นแบบฉุกละหุกมาก ไม่ได้ตั้งใจจะไปญี่ปุ้น แต่ว่ามีพี่เป้ และพี่เฟิร์น (เพื่อนสนิทของพี่โจ้ คุณสามีตาวเอง) มาชวนว่าไปญี่ปุ่นกันมั้ย ตอนนั้น Nokscoot มีโปรโมชั่นออกมา บินตรงโอซาก้า ราคาแค่ 9,000 ปลายๆ เลยรีบส่งมาชวนว่าไปมั้ย ใจง่ายมาก ไม่คิดเลย ไป!! (เวลาไปเที่ยวคิดเยอะไม่ได้ ทริปล่มทุกที แต่ไอ้พวกกระทันหันนี่ได้ไปตลอด)

 

สรุปเลยจองตั๋วอย่างรวดเร็ว

 

แต่ก็เกือบจะไม่ได้ไปแล้ววววว เพราะว่าพี่โจ้ดันติดตรงกับช่วงที่ต้องส่งธีสิสอาจารย์และต้องไป present ที่มหาลัย ช่วง 1 สัปดาห์ก่อนไปนี่ลุ้นมากๆ ว่าจะได้ไปมั้ย เพราะกลัวว่าจะติดสอบพอดี ก็โชคดีที่ได้ไปแบบฉิวเฉียว (แต่ฮีต่องพกคอมไปนั่งพิมพ์งานที่ญี่ปุ่นด้วย 5555555)

 

 

 

 

ช่วง 3-4 วันแรกเราอยู่ที่โอซาก้าค่ะ

เอาจริงๆ ตาวเคยไปโอซาก้าหลายรอบแล้ว เลยไม่ได้ตื่นเต้นอะไรเท่าไหร่ แต่ชอบเมืองนี้มาก เพราะอาหารอร่อย และช็อปมันมากกกก มากถึงมากที่สุด

ไปถึงวันแรกเราออกจากดอนเมืองประมาณ 10 โมง ไปแลนด์ที่ญี่ปุ่นก็เย็นๆ ค่ำๆ แล้ว ประมาณ 5 โมงได้ นั่งรถขนกระเป๋าเข้าเมือง พักที่สถานี Dobutsuen-mae ซึ่งถือว่าใกล้ downtown ขั้นสุด ประมาณ 1-2 สถานีไปนัมบะกับชินไซบาชิ

 

ชื่อสถานีก็คือชื่อสวนสัตว์แล้ว ตรงสถานีเลยมีรูปตัวการ์ตูนเป็นสัตว์เยอะแยะเลย เวลานั่งรถไฟก็ชะเง้อคอมองเอาว่าถึงสถานีเรารึยังด้วยการดูว่าที่สถานีมีตัวการ์ตูนสัตว์หรือเปล่านี่แหล่ะ5555 ชื่อยาวเกิ้น - -"

 

มาถึงวันแรก พักเข้าโรงแรมเรียบร้อยแล้วก็ต้องหาอะไรกินสิ!!

บอกก่อนว่าทริปนี้เป็นทริปเน้นกินนะ เพราะฉะนั้นใครอยากตามรอย ก็ตต้องตามรอยกินเน่อออ เพราะไม่ได้ไปเที่ยวอะไรมากมายเลย ทั้งพี่เป้ พี่เฟิร์น พี่โจ้ และตัวตาวเองเป็นสายกินแหลก มาญี่ปุ่นเพื่อมากินๆๆๆๆๆ55555555555555555

 

(แต่จบทริปแล้วมีแต่คนบอกว่าครางหน้าขอมาด้วยนะ จัดทริปได้น้ำลายสอสุดๆ อิอิ)

 

ประเดิมร้านแรกด้วยการนั่งรถไฟไปนัมบะก่อนเลย แล้วไปกินร้านชื่อดังที่หลายคนมารีวิวในเน็ต บางคนที่เคยหาข้อมูลอาจจะคุ้นๆ ชื่ออยู่บ้าง

 

นั่นคือ "ร้านซูชิหน้าล้น" หรือ Uoshin Sushi

 

ตั้งอยู่บนเส้น Dotonbori เข้ามาปุ๊บ ตื่นตาตื่นใจมากก ร้านเล็กๆ นะแต่คนแน่นเลย

แล้วมาดูเมนูอาหารกันดีกว่าาาา ขอบอกว่าราคาถูกมากเมื่อเทียบกัยในไทย!! และอร่อยมากกก ที่สำคัญสมตามฉายาร้าน หน้าซูชิล้นทะลักใหญ่มากกกก

images by free.in.th

 

เยอะมากกก ล้นโต๊ะ จนคนญี่ปุ่นหันมามองด้วยความตกใจว่าพวกนี้มันกินเยอะอะไรขนาดนี้ พนักงานเสิร์ฟยังแอบหัวเราะคิกคัก

มากันแค่สี่คนแต่คือโต๊ะไม้พอ ต้องซ้อนจานแล้วซ้อนอีก บ้าไปแล้ว555 บ้ากว่าคือกินกันหมดด้วย 5555 

 

images by free.in.th

แนะนำซูชิหน้าปลาไหลเพราะมันชิ้นใหญ่มาก (อะไรหนึ่งคำนี้เอาไปทำข้าวหน้าปลาไหลได้เลย แบ่งกินสามคำยังไม่หมด)

 

images by free.in.th

และ uni สดมากและหวานมากกกกก 😋 ไม่คาวเลย ตื่นตาตื่นใจมาก เพราะเคยกิน uni ที่ไทยแล้วเข็ดไปนาน เพราะทั้งคาว ทั้งเหม็น แหยะๆ แต่มาถึงที่นี่มีหลายคนบอกว่าต้องกิน เลยลองดู เค้าเสิร์ฟมาเป็นแพใหญ่ๆ แล้วตักแบ่งใส่ซูชิเอง มี 4 คำ

images by free.in.th

แล้วหน้าล้นทะลักมากก เพราะมันเยอะมากกก ประทับใจมากเพราะอร่อยขั้นสุด เนียนนุ่ม หวาน หอม มัน ต่างจากที่ไทยมากๆๆๆ T^T ตายตาหลับแล้ว ถึงว่าทำไมคนญี่ปุ่นถึงชอบกิน uni กัน มันดีงามอย่างงี้นี่เอง ใครไปญี่ปุ่นแนะนำว่าต้องลองงงงง (หาร้านดีๆ ด้วยนะ เพราะตอนหลังไปกินอีกร้าน แล้วแหยะๆ ไม่สด สยองไปเหมือนกัน ใช่ว่าทุกร้านในญี่ปุ่นจะคุณภาพดีหมด)

 

images by free.in.th

โฮตาเตะดีงามมากกกก ใหญ่มากกกก กินแล้วจุกเลย แล้วหวานขั้นสุดดด >.<

 

บนโต๊ะนี้กินทั้งหมดตกคนละ 1400 บาท ถือว่าคุ้มมาก เพราะว่าอาหารทุกจานคุณภาพดีสุดๆ แล้วสั่งกันแบบไม่อั้น แต่ละตัวก็ตัวแพงทั้งนั้น กินที่ไทยน่าจะแพงกว่านี้แล้วอร่อยไม่เท่านี้ด้วย (แค่ uni ที่ไทยก็จานละพันกว่าๆ แล้ว)

 

 

พอกินเสร็จก็ไปเดินเล่นถนนนัมบะและชินไซบาชิกันต่อ....คืออยากจะสารภาพมากๆ ว่าแทบไม่มีรูปสถานที่เลย มีแต่ของกิน T^T 

 

เดินไปสักพัก เจอกับโมจิทอด ก็กินอีก! มันยังไม่อิ่มใช่ม้ายยย 

images by free.in.th

 

 

 อร่อยกว่าที่คิดเอาไว้เยอะเลย ข้างนอกกรอบข้างในนุ่ม ถั่วแดงหวานมัน แต่ต้องกินตอนร้อนนะ ไม่ร้อนแล้วน่าจะไม่อร่อยเลย ป้าคนขายใจดีมาก ตามสไลล์ป้าชาวญี่ปุ่น

 

 

 

 

และตัวเด่นของงานที่คิดไว้ว่า มาแล้วต้องกินให้ได้คือตัวนี้

ทะด่าาาาาา....

Pablo Cheese Tart รสชาเขียว!! >.<

images by free.in.th

มาเพื่อสิ่งนี้เลยจริงๆเพราะว่าไปอ่านเจอมาว่าวางขายถึงแค่เดือน มิ.ย. 2016 เท่านั้น ปกติเค้าจะมีแค่รสชีสธรรมดาอร่อยนะ แต่หวานไปนิด ออริจินอลอร่อยสุดดดดด แต่ก็ฟินด้วยคำว่าที่ว่ามีขายแค่ช่วงนี้ เป็น limited item นั่นเอง (เหยื่อการตลาดอย่างแท้จริงเลยช้าน)

 

และที่ฟินกว่าคือนี่เลย!!

 

images by free.in.th

อร่อยสุดขีดดดด อร่อยมากกก ต้องรสนี้แหล่ะที่สุดละ หวานหอมมัน เปรี้ยวนิดๆ ซื้อซ้ำกินมันทุกวัน แนะนำค่า ตัวนี้ไม่ต้องพูดมาก ดังอยู่ละ

 

images by free.in.th

 

ถ่ายหน้าร้านเป็นที่ระทึกหน่อย 5555 Pablo นี่มีแทบทุกมุมของชินไซเลยนะ เยอะพอๆกับร้านขายยา เพราะฉะนั้นหากร้านแรกๆ แล้วคนเยอะ ก็ให้เดินไปอีกหน่อย เดี๋ยวก็เจอ ร้านในๆ ไม่ค่อยมีคนแล้ว (มันจะมีร้านนึงอยู่ตรงกูลิโกะเลย ร้านนั้นคนเยอะมากก)

images by free.in.th

 

ชินไซวันแฉะๆ

 

 

 

ดีใจๆๆ วันแรกเปิดด้วยความน่าพึงพอใจ อาหารทุกอย่างอร่อย และฟินมากกก ฟินขั้นสุด ค่อยตะลุยหาของกินต่อ วันรุ่งขึ้นขอแวะไป Universal Studio japan สักหน่อย ไหนๆ ก็มาแล้ว ก็ต้องมา USJ สถานที่ขึ้นชื่อของเค้า ถึงแม้เราจะไม่ได้เป็นแฟนสวนสนุกหรือ Harry Potter เท่าไหร่ แต่ก็ต้องมาให้รู้ว่ามันเป็นยังไง 

 

ครั้งนี้กลุ่มเราจัดแจงซื้อตั๋วออนไลน์มาแล้วเรียบร้อย แถมยังซื้อ fast track มาด้วย สามารถแซงคิวได้ 4 เครื่อง เลยเล่นแบบชิวๆ ไม่ได้จริงจังอะไรมากมาย 

 

(ไปอ่านรีวิวหลายๆ รีวิวแล้วตกใจ หลายคนบอก พอสวนสนุกเปิดนะ ให้รีบพุ่งตัวไปต่อคิวที่นั่นนี่ ทำนั่นทำนี่ เก็บให้ครบทุกจุด แอร๊ยยย จะเป็นลม ทริปเราเน้นชิลๆ เลยเดินกินลมชมวิวมันทั้งวัน ขนาดชิลๆ ยังเหนื่อยเลยนะเพราะเดินหลงไปมา มันกว้างมากก)

 

images by free.in.th

มาถึงแล้วน้าา แกงค์เรา ไปถึงประมาณ 9-10 โมงได้ คนอย่างเยอะอ่ะ นึกถึงตอนดิสนีย์ที่โตเกียวเลย แต่อันนั้นโหดกว่าเพราะดันไปตอนหน้าหนาว แล้วฝนตก!! T____T

 

วันนี้อากาศดี ค่อนไปทางร้อน อากาศน่าจะประมาณ 23 องศา เที่ยวและเดินสบายเลย เราก็ไปเดินแวะตามเครื่องเล่นต่างๆ อันไหนยังคนไม่เยอะ ก็ไปต่อแบบธรรมดา ตัวไหนคนเยอะก็ใช้ pass เข้าไปได้เลย

 

และไฮไลท์ของงานก็คือโซน Harry Potter ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ใช่แฟน แต่เข้าไปตรงนั้นยังรู้สึกโอวววโหหหห ต้งแต่ทางเข้าที่เป็นต้นสนปลูกเรียงรายใหญ่ๆ แค่นั้นก็สวยแล้วอ่า ยิ่งเข้ามาตรงโซนที่เป็นบ้านแล้วมีหิมะเกาะๆ ยิ่งสวยมาก เหมือนอยู่ยุโรปเลย 

images by free.in.th

 

images by free.in.th

 พี่โจ้แต่งชิลมาก แต่เราแต่งซะเต็มที่ กางเกงหนังอีก ร้อนมากกก คือทริปนี้ผิดคิวตลอด วันไหนร้อนใส่หนาว วันไหนนาวใส่ซะสั้นเลย T^T

จากนั้นก็เข้าไปเล่นเครื่องเล่นข้างใน สนุกดีนะ ที่ตื่นตาก็จะเป็นที่แบบ 4 มิติ ออกมาแทบอ้วก ขึ้นลงๆ อยู่นั่นน่ะ 5555555

images by free.in.th

 

 

 

มีความเป็นนักท่องเที่ยว ฮ่าๆ ทำท่ากางแผนที่ ข้างหลังไกลๆ น่นคือโซน Harry คือมันไกลมากก เดินขาลากกันเลย แล้วแดดร้อนอีก T^T

 

แต่ที่ตลกมากๆ คือตรงบ้านาหลายๆ หลังแบบยุโรป จะมีห้องนึงที่คนต่อแถวเยอะมากๆ เลยไปต่อแถวบ้าง มารู้ว่ามันคือที่ขายไม้กายสิทธิ์แบบในหนังสือ (เราไม่ได้อ่าน Harry เลยไม่รู้นะว่ามันคือห้องอะไร) เกร๋ๆ น่ารักมาก เข้าไปแล้วจำลองสถานการณ์เหมือนเรามาซื้อไม้จริงๆ 

 

images by free.in.th

 

และที่ฮามากกก เพราะเค้าดันเลือกพี่เป้ไปเป็นคนทดลองไม้ นี่แหละความป่วนเลยบังเกิด 555 อยากลงคลิปมากก แต่เดี๋ยวต้องไปหาวิธีลงก่อน 5555 คือพี่เป้ก็อินตามที่เค้าพูด ทำท่ามี power ตอนได้รับไม้ด้วย แต่ที่ฮาชั้นสุดคือ เค้าทำท่าเหมือนจะให้ไม้เรามาจริงๆ ตอนเดินออกมาจากห้องก็ยังคิดว่า โหหห พี่เป้โชคดีอ่าาา ได้ไม้มาจริงๆด้วย

 

สักพักมีเจ้าหน้าที่ผู้หญิงหน้าตายิ้มแย้มเข้ามาประกบ แล้วยื่นการ์ดที่เป็นภาษาอังกฤษให้เราอ่าน

 

เจ้าหน้าที่เอาการ์ดให้อ่าน
You are the special person that we selected. (ตื่นเต้น)
This wand is very special and only one in the world. (ตื่นเต้น)
To have this wand is special. (เริ่ม สงสัย)
You can pay 4,900¥ to have this.(555)

แล้วคุณป้าเจ้าหน้าที่ก็ถามว่า do you wanna buy?
พี่เป้ตอบอย่างไว ...no!!!

 

555555555555555555555555555555 แหม่ นึกว่าให้ฟรี ล่อซะแพงเลยยยย ฮากันปายยย

 

เอาจริงๆ นะถามว่าประทับใจมั้ย เราว่าเฉยๆ ไม่ค่อยมีอะไรมาก เพราะเครื่องเล่นส่วนใหญ่เน้น 4D ทั้งนั้นเลย มีที่สนุกๆ ไม่มกี่อัน แม้แต่ของ Harry ที่คนบอกว่าสนุกๆ กัน เราก็เฉยๆ Spider man ก็สนุกดี แต่ก็ 4D อีกอยู่ดี ออกมาแล้วจะอ้วก มึนหัวสุดๆ แล้วเครื่องเล่นก็เป็นหนังโบราณซะเยอะเลย เอาเป็นว่า มาให้รู้วาเป็นยังไง แต่ถ้าถามว่ามาอีกมั้ย ไม่มาแหล่วววววว ไปหาอะไรกินดีกว่าาาาา 55555

images by free.in.th

ประมาณบ่ายๆ เย็นๆ ก็ออกมากันแล้ว เจอร้าน Moomin อยู่ด้านนอก น่าร๊ากกกก เลยแวะเข้าไปกะแค่จะไปดู เจอเครื่องดื่มอันนี้ ที่เขียนว่า limited อร่อยยยย ชอบมาก แถมยังมีขายถึงแค่ 30 มิย 2016 โดนอีกละ5555555 โดนมันหลอกเอาเงินตลอด!!

 

images by free.in.th

 

มีความพยายามในการถ่ายรูป 5555

 

 

และแล้วเราก็กลับมาย่านของเรา นั่นคือ ชินไซบาชินั่นเอง!! 555555

เย็นวันนั้นกว่าจะกลับเข้ามาในเมืองก็ค่ำแล้ว เลยไปหาของอร่อยกินกัน โชคดีที่พี่เป้กะว่าจะมากินร้านเนื้อย่าง Matsusakagyu เลยมีการส่งข้อความไปหาผู้จัดการร้านก่อนทางเฟส แล้วเค้าตอบกลับมา คุยกันนิดหน่อยก็ไม่ได้คิดว่าจะมากินวันไหน เลยปุบปับๆ มาที่ร้านตรงถนนชินไซ ปรากฏว่าเต็ม!! เค้าเลยบอกว่ารู้จักกับโอกาโมโตะซัง ผู้จัดการร้าน ทางร้านเลยรีบจัดหาที่นั่งให้ แต่เป็นสาขาใกล้เคียงกัน เดินไปนิดหน่อย

 

เค้าก็เลยรีบพาไป แหม่...ทำเหมือนใหญ่โตมาก ที่จริงพี่เป้เพิ่งคุยกะเค้าก่อนมานี่เอง 5555 

 

พอมาถึงที่นั่ง (ร้านเล็กมากๆ แต่คนแน่นขั้นสุด ต้องนั่งเบียดกันมากเลย) พนักงานก็เข้ามาแนะนำเมนู แปลกใจมากเพราะพนักงานพูดภาษาอังกฤาได้คล่องมาก สัมภาษณ์ทีหลังถึงได้รู้ว่า อ๋ออ เค้าเป็นคนมาเก๊า ไม่ได้เป็นคนญี่ปุ่น แต่พูดทั้งญี่ปุ่นและอังกฤษได้คล่องเชียว

 

เค้าแนะนำเป็นเซ็ทรวมเนื้อ จะได้ลองทานหลายๆ แบบแล้วรู้ความแตกต่าง เลยสั่งมาเซ็ทนึง ในเซ็ทนี้มีตั้งแต่แบบแพงสุด เนื้อ marble คือลายหินอ่อน นุ่มลิ้น ไปจนถึงแบบกลางๆ 

images by free.in.th

 

ตามแบบในรูป ด้านซ้ายมือ บน-ล่าง คือแบบที่่แพงสุด ดูลายสิเทออออออออ ลายสวยขนาดนั้นนนน นุ่มมากกก อร่อยมากกกก

 

images by free.in.th

 

อร่อยๆๆๆๆ

 

ส่วนอีกเมนูที่เราชอบมากๆๆ และ Highly recommended มากๆ เลยคือ"ซูชิมัสสึซากะ"

images by free.in.th 

มันอร่อยมากกก คำละ 600 เยน หรือ ประมาณ 180 บาท คาดว่าที่ไทยน่าจะขายคำละ 400-500 อัพ เพราะเนื้อดีมากๆ นุ่มหอมหวานา เข้ากับข้าวซูชิสุดๆ มีรสเปรี้ยวนิดๆ แถมชิ้นเนื้อยังหนาและใหญ่มากๆ คุ้มขั้นสุด ตอนแรกกะจะกินแค่คนละคำ ปรากฏขอสั่งเพิ่ม 5555 อิ่มแบบแน่นมากๆ 

หมดมื้อนี้ไปคนละประมาณ 1,500 บาท แต่ก็คุ้มนะ กับคุณภาพของอาหารระดับนี้ อยู่ไทยคงไม่กล้ากิน 5555

 

 

 

 

เช้าวันต่อมาเราตั้งใจไปเดินตลาดปลา หรือ Kuromon Market ที่สถานี Nipponbashi ซึ่งไม่ไกลจากชินไซบาชิและที่พักเราเลย 

ตอนแรกไม่รู้หรอกว่ามี แต่เมื่อวานโอกาโมโตะซีง ผู้จัดการร้านเนื้อ M บอกว่าให้มา ที่นี่อาหารสดและอร่อย มีเหลือทริปกินแหลกของเราจะพลาด เลยจัดมันแต่เช้าเลย

พอไปแล้วมาแล้ว บอกเลยว่า ใครมาโอซาก้า "ต้องไป" ตลาดนี้นะค้าาา มันดีงามมากกก

 

images by free.in.th

ถ่ายหน้าตลาด Kuromon เย้ มาถึงแต่เช้าเลย เพราะหิว 5555555 

ที่จริงแล้วตลาดในญี่ปุ่นจะหน้าตาคล้ายๆ กันหมดเลยนะ แต่ที่ตลาด kuromon นี้มีครบทุกอย่าง ตั้งแต่อาหารสด อาหารคาว ขนม ของหวาน และผลไม้ เรียกว่ามาเดินทีเดียวจบครบสูตร กลิ้งกลับบ้านได้เลย 5555

 

 

เริ่มต้นเราก็ดิ่งมาที่ของสดก่อนจ้าาา หิวมากกก ขอมื้อเช้างามๆๆๆ เลยไปที่ร้านแรกของตลาดเลย คนเยอะมากกก ใครไปก็จะรู้เองว่าร้านไหน เป็นร้านดังของที่นี่เลย พุ่งตัวไปที่ตัวท็อปๆๆ งานนี้ขอกินแบบเทพๆๆๆ

images by free.in.th

images by free.in.th

 

สิ่งแรกที่พุ่งไปซื้อคือ "โอโทโร่" อ๊างงงงงงงงงงงงง ดูลายมันสิ ไขมันแทรกสวยขนาดนี้ อร่อยนุ่มมากกกกก ดีงามมม 

 

images by free.in.th

 

เห็นรูปแล้วก็น้ำลายไหล อยากย้อนเวลากลับไปกินหลายๆ รอบ 555555

 

 

 

images by free.in.th

 

จากนั้นสิ่งที่สาวๆ พร้อมใจกันสั่งคือ "ข้าวหน้าไข่เม่นและไข่ปลาแซลม่อน" ถ้วยนี้ 3,000 เยน หรือ เกือบๆ 1,000 บาทได้ แพงเหมือนกันนะ แต่ถ้วยใหญ่มากกกก

 

images by free.in.th

 

 

ดูสิว่าใหญ่ขนาดไหน ไซส์นี้นี่แบ่งกันกิน 4 คนนะ!! 

แต่แอบผิดหวังที่ไข่หอยเม่น เพราะคาวนิดหน่อย ไม่สดอร่อยเหมือนร้านซูชิหน้าล้นที่กินวันแรก :( มาเลือกกินแต่ละร้านนี่เหมือนเสี่ยงดวงนะ จะเจอที่ดีไม่ดีเราไม่รู้เลย แต่ไข่ปลาแซลมอนฟินมากกกก

images by free.in.th

 

อีกเมนูที่ขอแนะนำเลยสำหรับคนที่มา และต้องกินมากๆๆๆ คือ "หอยโฮตาเตะ" กรี้ดดด เรายังจำรสชาติได้ถึงทุกวันนี้เลยอ่ะ ไม่เคยกินหอยที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน ด้วยความที่เป๋นคนชอบหอยโฮตาเตะอยู่แล้วมาเจอแบบนี้ยิ่งฟิน มันชิ้นใหญ่มาก และหวานมากกกก ดีงามมากกก เราว่าจานนี้เราชอบที่สุดและดีงามที่สุดแล้วสำหรับมือนี้ ไม่ต้องจิ้มอะไรนะ หวานอร่อยมากๆๆๆ

 

images by free.in.th

 

แน่นอนว่ามาโอซาก้าก็ต้องกินปูทาราบะ ปูกล้ามใหญ่ของขึ้นขื่อของที่นี่....เอาจริงๆ เฉยๆ ง่ะ ไม่ได้เทพอะไร หรือร้านนี้ปูไม่สดก็ไม่รู้ แต่มันเลี่ยนมากๆ ต้องจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ด55555 

 

images by free.in.th

 ตบด้วยจานสุดท้าย คือซูชิแซลม่อน และ ซูชิโอโทโร่ เอาจริงๆ ไม่ได้อยากกินแซลม่อนแต่มันขายคู่กันก็เลยเอามาชิมดู แซลม่อนเฉยๆ แต่ซูชิโอโทโร่ดีงามมากกกกก อร่อยน้ำตาไหล คือโอโทรี่เนี่ย มันไขมันเยอะมากๆ กินเป้นซาชิมิแล้วเลี่ยนเร็ว กินได้ไม่กี่คำ แต่ถ้ากินเป็นซูชิแล้วกี่คำก็ไหว เพราะพอกินกับข้าวแล้วไม่เลี่ยนเลย ลงตัวพอดี >.<

 

กินอย่างเทพ แต่มื้อนี้ตกคนละประมาณ 3,500 เยน หรือประมาณ 1,000 บาทเท่านั้นเอง ฟินเวอร์...

 

 

หลังจากอิ่มกับของคาวแล้ว ที่เหลือก็ของหวานจ้าาา ตาของผู้หญิงอย่างเราๆ บ้างแล้ว อิอิ

อย่างที่บอกว่าตลาด Kuromon มีครบทุกอย่าง ของหวานมีเยอะมากๆๆ โดยเฉพาะของหวานแบบญี่ปุ่น 

 

 

 

 

images by free.in.th

 

อย่างแรกเลยคืออยากกินมานานแล้ว "โมจิหยดน้ำ" หรือโมจิใสๆ ที่เคยดังมาช่วงนึง ที่ไทยหาซื้อไม่ได้บวกกับกลัวรสชาติไม่เหมือนต้นตำรับ เลยรีบซื้อกินเลย มีขายเยอะมากๆ ในญี่ปุ่น เค้าจะมีผงให้โรยก็แล้วแต่จะเลือก มีแบบผงถั่วสีน้ำตาล หรือผงชาเขียวแบบในรูป แล้วราดซอสหวานๆ คลุกให้เข้ากัน อร่อยมากกก รสชาเขียวอร่อยเพราะว่ามีความขมของชาเขียวตัดกับความหวานของซอสสีดำที่ราด (ตัวโมจิไม่มีรสชาติ เด้งๆ ดึ๋งๆ อย่างเดียว) ถ้วยนี้ราคา 250 เยน

 

images by free.in.th
ซื้อเพราะความน่ารักและมีขายแค่ฤดูนี้ 55555 limited อีกละ😂 #โดนการตลาดหลอกอีกแล้ว ไม่มีอะไรเลย. แค่น่ารัก อารมณ์ขนมโตเกียวสอดไส้ ราคา 130 เยน

 

 

images by free.in.th

ตามด้วยของโปรด!! Ichiko Daifuku!

แต่เสียดายอุตส่าห์เจอของโปรด แต่สตรอเบอรี่เปรี้ยวและลูกเล็ก คงเพราะไม่ใช่ฤดูมัน แต่แป้งโมติยังอร่อยเหมือนเดิม ที่ไทยสู้ไม่ได้เลย ราคา 192 เยน

 

 

images by free.in.th

อันนี้อร่อยมากกกกก ตอนแรกนึกว่ากุยช่าย5555 มันคืออะไรไม่รู้รสชาติเหมือนลูกชิ้นอ่ะ อร่อยๆๆๆ เดินกินเพลินๆ เค้าปรุงรสมาแล้วเรียบร้อยด้วย มีขายเฉพาะแถวตลาดของสด ซื้อกินมันทุกที่เลยอ่าาา ที่เกียวโตก็กิน อร่อยมากกก ชิ้นละ 120 yen 

(ใครรู้ว่ามันเรียกว่าอะไร ช่วยบอกที)

 

 

images by free.in.th

โมจิใสอันนี้ก็แนะนำมากๆ เพราะมันอร่อยมากๆๆๆๆๆๆๆ มากกกกกกมากกกกก ก.ไก่ล้านตัว คือsurpriseมาก เพราะไม่คิดว่าจะอร่อย ซื้อเพราะเห็นว่ามันเป็นโมจิใสแบบที่เคยฮิต น่าจะจืดๆ แต่ปรากฏว่าเนื้อโมจิหนุบๆอร่อยตามฉบับญี่ปุ่น ตัดกับความหวานของถั่วแดง เข้ากันลงตัวมาก เสียดายมากซื้อมาชิ้นเดียว 😭 แนะนำมากๆๆๆชิ้นนี้ ราคาแค่ 130 yen จ้า แอบหายากนิดนึง

 

 

มาถึงโซนผลไม้กันบ้าง....(กินเยอะอะไรขนาดนี้55555)

images by free.in.th

Strawberry มีขายเยอะมากๆ สดใหญ่ กรอบ แต่ไม่หวานมาก คงเพราะไม่ใช่ฤดูมัน แพ็คละประมาณ 400 เยน ไม่ฟินเหมือนตอนหน้าหนาวที่ตอนนั้นไปฮอกไกโด โอ็ยยย สตรอเบอร์รี่อร่อยมากกก หวานฉ่ำลูกโต ซื้อกินวันละ 3 แพ็คอ่ะ 

 

 

images by free.in.th

 

แอปเปิ้ลอาโอโมริ ลูกใหญ่มว้ากกก คือใหญ่ไปไหน ไม่เคยเห็นแอปเปิ้ลลูกใหญ่ขนาดนี้มาก่อน นึกว่า GMO apple 555555 ลูกละ 300 เยน (ที่ไทยแพงมากกก) กินเพลินๆ กรอบหวานดี จะว่าไปก็กินไม่เพลินนะ จุกจนแทบอยากปาทิ้ง 55555 

 

หลังจากนั้นภารกิจโอซาก้าเราก็ใกล้สิ้นสุด แต่ยังไม่จบนะ เพราะว่าเราต้องไปเดินช่วยคุณชายหาร้านไม่กอล์ฟมือสอง เพราะที่นี่ก็ดังอยู่เหมือนกัน (แต่โตเกียวดีกว่า)

คุณชายเสี้ยนมากกกกกกกกก อยากได้มาก เลยต้องพากัน search google หาร้าน หาทางไป หลง งง แต่ก็สนุกสนานดี เผื่อใครอยากไป มีหลายที่อยู่เหมือนกันนะ ที่สถานีนัมบะก็มี เช่น Golf Partner แล้วอีกทีคือสถานี Honmachi อันนั้นอลังเลย มีทั้ง golf partner / golf map และห้างของไม้กอล์ฟใหญ่ๆ 

 

 

images by free.in.th

 

คุณชายฟินมากกก โดนเราเหวี่ยงไปหลายทีเหมือนกัน เพราะเหนื่อย เมื่อย แล้วนางก็เลือกเยอะ ไม่ซื้อสักที รอนานมากๆ ไปร้านนั้นร้านนี้ แล้วก็จะกลับมาร้านเดิม แล้วก็จะไปร้านใหม่ แอบปวดกบาล - -" แต่ก็นะ....สงสาร ดูเวิ่นเว้อมาก อยากเข้า ก็ต้องพามา (ยังไม่จบนะกับทริปกลอ์ฟ ไปเกียวโตนางก็ไปอีก!! เดี๋ยวค่อยมาเล่าวีรกรรม)

 

ก่อนที่จะไปเที่ยวอีกเมือง เลยแวะมาเดินชินไซอีกรอบ ช้อปปิ้งมันมากกก ใครมาที่นี่แนะนำเลย เข้า Uniclo ก็หมดตัวแล้ว แล้วให้พุ่งไปที่กระบะลดราคานะ โอ๊ยยย ดีงามม กางเกงลดเหลือตัวละ 500 เยนงี้ แล้วผ้าดีมากกก 

 

เรากับพี่โจ้ช็อป Uniclo มันส์มากกก ช็อปแต่กระบะลดราคาด้วย 5555 สรุปได้เสื้อและกางเกงมาประมาณ 20 กว่าตัว ในราคาไม่เกิน 3,000 บาท แว๊กกกกก ถูกกว่าประตูน้ำแต่คุณภาพอย่างดี!!

images by free.in.th

 

ที่ประทับใจมากตอนเรารอพี่โจ้ลองเสื้อคือ...พนักงานทุกคนจะเดินมาทุกห้องลองเสื้อ แล้วกลับด้านรองเท้าให้ลูกค้า เพื่อที่เวลาลูกค้าลองเสื้อเสร็จ ออกมาก็จะสวมรองเท้าได้เลย ครือออออัลลัยยย ประเทศนี้ สุดยอดดด 

 

 

 

ตอนจะเดินกลับโรงแรม เจอกับร้านนึงที่คนต่อคิวกันเยอะเลย แล้วมีแต่คนญี่ปุ่นทั้งนั้นที่สถานีนัมบะ อยู่ตรงทางขึ้นเลย


ร้านพุดดิ้งชื่อว่า Mattari Pudding

เป็นพุดดิ้งที่อร่อยมากกกกกกกกกกกก ก.ไก่ล้านตัว!! images by free.in.th

👍🏻👍🏻👍🏻 ไม่เคยกินพุดดิ้งอร่อยขนาดนี้มาก่อน นุ่ม เนียน แต่แน่น หอม หวาน มัน อร่อยมากจริงๆ (แต่แอบแพงเพราะถ้วยเล็กมาก) เห็นว่าเป็นพุดดิ้งแชมเปี้ยนด้วยแต่ไม่รู้แชมเปี้ยนอะไร คนญี่ปุ่นต่อคิวเยอะเลย ต้องลองงงงง โอ้ยยย เสียดายมากที่ซื้อมาถ้วยเดียวเพราะแอบแพง ถ้วยละ 350 yen (ประมาณ 100 กว่าบาท) แต่มันดีงามมากๆๆๆๆๆๆๆ

 

ใครไปขอเลยให้ซื้อ เพราะไม่กินแล้วพลาดมากจริงๆ T____T ทุกวันนี้ก็ยังคิดว่าพลาดมากที่กินแค่ชิ้นเดียว ฮือออออ

 

 

และนอกเหนือจากนั้นของเด็ดมักมาท้ายๆ ตอนจะย้ายไปเมืองอื่น โอ๊ยยย เกลียดดด ผิดคิวได้อีกก

เดินผ่านหลายรอบแต่ไม่ยอมซื้อซะทีเพราะมันแต่ลัลล้ากับ Pablo ทำให้พลาดของเด็ดไป

นั่นคือ....

Cheese Tart ของ Egg36

มันดีงามมากกก ขั้นสุด!!

 

images by free.in.thimages by free.in.thimages by free.in.th

 

โอยยยย อร่อยมากกกกกก  คือ cheese tart ของ Pablo ก็อร่อยนะ เค็มๆ มันๆ แต่ว่ามันมีรสของไข่เยอะมากๆ เยอะจนคิดว่า Egg Tart มากกว่า Chesse Tart แต่ของ Egg36 นี่คือCheese เป็นเต็มๆ!! (แล้วทำไมมันชื่อ egg36 หว่า 5555) คนชอบชีสแบบเรานี่คือฟินมากกก นุ่ม เนื้อเนียนสุดๆ เทียบกับรูป pablo ข้างบนได้เลยว่าแตกต่างกันมาก

 

Pablo จะเนื้อแน่นๆ รสชาติจะออกเค็มๆ และหวาน ปนกันไป มันๆ

Egg36 จะเนื้อเนียนนุ่มมาก รสชาติเน้นชีสล้วนๆ อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน

 

แต่ที่ชอบเพราะรสชาติเหมือนกับ Melcheese ที่เคยกินที่ฮาโกดาเตะแล้วชอบมากๆๆๆ มันเนียนนุ่มลิ้น บอกไม่ถูก แต่ชีสเข้มข้นขั้นสุด โอ้ยฟิน ขนาดกินหลังจากอาหารคาวมานะ ไปกินทงคัตสึมา ยังกิน cheese tart ของ Egg36 ตั้งสองอัน!! คือดีงามมากกก

ชอบมากกก

 

และเสียใจมากเพราะกะว่าไว้เกียวโตหรือเมืองอื่นๆ จะกินอีก จะกินทุกวันจนวันกลับเลย และแล้ว....ก็ไม่มีที่เมืองอื่น!! แง!! T_________T โกรธมากกกกกกกกกกก เพราะฉะนั้นใครมาที่โอซาก้าต้องกินนะ!!

 

โอ้ยเสียดายยยยย พูดแล้วโมโห ทำไมไม่กินให้เยอะกว่านี้ 55555 

 

 

ขอจบทริป Osaka ไว้เท่านี้ก่อน...

เอ็นทรี่หน้ายังมี Nara,Arima,Kobe และ Kyoto!!