โอยยย ในที่สุดก็ได้มาอัพบล็อคจ้า ดองไว้นานจนจะลืมละว่าไปไหนมาบ้าง 55555 

 

แต่เอ็นทรี่นี้ proundly present มากนะจ้ะ เพราะว่ามันเป็นอะไรที่แปลกใหม่ ตื่นตาตื่นใจมาก และอยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองไปพักที่เมือง "อาริมะ" กัน

 

ก่อนที่จะไปเนี่ยก็ไม่รู้จักหรอก อาริมะคืออะไร มีโจทย์แค่ว่า อยากนอนเรียวกังสักคืนนึง ให้สมกับมาญี่ปุ่นซะหน่อย ประจวบเหมาะกับที่เพื่อนร่วมทริปจัดคิวมา งั้นก็ไปแช่ออนเซ็นแล้วนอนเรียวกังเลยละกัน!! ความสนุกสนานเลยบังเกิด!!

 

 

images by free.in.th

 

คุณชายทั้งหลาย หล่า "มนุษย์สามี" ก็หนีไม่พ้นการถือกระเป๋าให้เหล่า "อาซ้อ" 555555 บอกแล้ว่าทริปนี้ที่จริงคือ ทริปอาซ้อนะ อิอิimages by free.in.th

 

ส่วนนี่ สามีช้านนนน....กลายเป็นบ้าหอบฟางไปแล้ว แถมมีหมวกกันยูวีซื้อจากร้านไดโซะอีกต่างหาก ถูกมาก ฮีเลิฟมาก กะเอากลับไทยไปตีกอล์ฟ - -" (พลาสติกไม่ยอมแกะออกด้วย เห่อขนาดไหนถามใจเธอดู)

 

 

 

ว่าแล้วก็ออกเดินทางงง นั่งรถไฟจากโอซาก้ามาโกเบประมาณ 1 ชั่วโมงถ้าจำไม่ผิด(จำไม่ได้แหล่ว ดันเว้นช่วงอัพบล็อคนานเกิน) แล้วนั่งจากโกเบมาอาริมะประมาณ 30-40 นาที เราจะมานอนที่นี่กัน 1 คืน ก็เลยหอบข้าวของมาเลย แล้วก็กะว่าจะไปเกียวโตกันต่อ ข้าวของเลยเยอะอย่างที่เห็น

 

พอมาถึง "อาริมะ" เท่านั้นแหล่ะ เห้ยยย เมืองน่ารักมากก เป็นเมืองเล็กๆ ที่เป็นภูเขา กว่าจะนั่งเข้ามาได้ก็รถไฟหลายต่ออยู่นะ แถมเป็นรถไฟแบบเล็กๆ โบราณๆ ตรงที่เราไปแทบไม่มีนักท่องเที่ยวเลย แอบตกใจเหมือนกัน นักท่องเที่ยวลงอีกสถานีนึง ไม่รู้ไปไหน ตอนนั่งรถไฟมาก็ตุ้มๆต่อมๆ กลัวจะลงผิดสถานีเหมือนกัน สุดท้ายนั่งมาจนสุดสาย ปรากฏว่าเพื่อนร่วมขวบนมีแต่ลุงๆ ป้าๆ แก่ทั้งนั้นเลย ถูกที่มั้ยเนี่ยยยยยยย!?

 

แต่สุดท้ายก็มาถูกละจ้าาา

 

 

 

หน้าตาเมือง "อาริมะ" เป็นประมาณนี้ค่ะ 

(เอารูปมาจากในเน็ตนะ ของจริงไม่ได้ถ่ายเอาไว้ มัวแต่ตื่นตาตื่นใจ ลืมเลย - -")

เป็นเมืองเล็กๆ ที่ต้องเดินขึ้นเนินไปเรื่อยๆ 

เนินของเค้าในที่นี้คือ กึ่งๆ ภูเขาอ้ะ!! มันไม่ใช่เนินแบบบ้านเรา เอ้ย ขึ้นเนินลงเนิน อันนี้คือชันมากกก และที่สำคัญไม่ได้เดินอย่างเดียว กรุ๊ปนี้ลากกระเป๋าเดินทางของทริป 10 วันมากันด้วย =[]= โอ้ยยย กว่าจะเดินไปถึงโรงแรมเรียกว่าแทบสลบ 

images by free.in.th

 

โซนแหล่งท่องเที่ยวหรือร้านค้าก็จะหน้าตาแบบรูปข้างบน เดินคดเคี้ยวไปหลายซอย มีทั้งร้านพื้นบ้านและร้านแบบเห็นได้ทั่วไป ดีตรงที่เค้าหน้าตาเหมือนกันหมดเลย ยังคงความโบราณไว้เยอะมากๆ เดินเพลินเลยทีเดียว เดินไปเบิรฺนไขมันไป เพราะทางชันทั้งน้านนนน T^Timages by free.in.th

 

ธรรมชาติของที่นี่ก็ยังสวยมากๆ อาจจะเพราะเป็นเมืองที่ติดภูเขา ทำให้ต้นไม้ใบหญ้ายังเขียวขจี นักท่องเที่ยวค่อนข้างน้อย เนื่องจากเป็นเมืองเล็ก และช่วงที่เราไปไม่ใช่ hi-season ด้วย เลยเดินแบบสบายๆ ได้ยินแต่ภาษาญี่ปุ่น ^^ 

 

 

ว่าแล้วก็ไม่พ้นเรื่องกิน เดินตระเวณหาของกินไปเรื่อย

เจอซอฟท์ครีมอันนี้อร่อยมากกกกกกก ญี่ปุ่นนี่เป็นเมืองแห่งซอฟท์ครีมจริงๆ แต่พูดตามตรงนะ....หาอันที่อร่อยยากมากๆ รู้สึกว่ารสชาติมันเหมือนกันๆ เลี่ยนๆ หวานๆ ไม่กลมกล่อม แต่พวกซอฟท์ครีมที่ทำมาจากถั่วส่วนใหญ่จะอร่อย 

 

 

images by free.in.th

 

อันนี้รู้สึกจะถั่วเลืองกับถั่วดำ หวานๆ มันๆ

 

 

 

และแล้วก็มาถึงโรงแรมมมม เราพักกันที่โรงแรมชื่อว่า Arima Onsen Hotel เป็นโรงแรมแบบเรียวกังและมีบ่อน้ำพุร้อนให้แช่แบบรวม คืนละตั้ง 8,000 กว่าบาท!! (นี่ขนาดราคา low-season นะแกรรรรรร) ไอ้เราก็จิตนาการ ดูรูปแล้วต้องสวยมากๆ แน่นอน!!

 

มาถึงแล้วแอบเฟลกับหน้าโรงแรมเล็กน้อย....เพราะมันดูเก่าและเรียบมากๆ เป็นตึกๆ ธรรมดานี่เอง (คือตอนแรกจินตนาการไว้เยอะ นึกว่าจะมีจั่วหลังคา บ้านทรงโบราณไรงี้ ลืมไปว่างบมีแค่นี้ 5555555) 

 

แต่พอเข้ามาข้างในก็ไม่แย่เลยนะะะะะ มาถึงปุ๊บพนักงานโรงแรมก็พาไปเช็คอินและให้เราเลือกยูกาตะทั้งสำหรับชายและหญิง ผู้หญิงมีสามสีให้เลือก ผู้ชายมีแบบเดียว แค่นี้ก็ทำให้กรี๊ดดดดได้แล้ว ชอบๆๆ เริ่มสัมผัสได้ถึงความเป็นญี่ปุ่น 5555

 

 

 

และยิ่งพอมาถึงห้องนะ ยิ่งกรี๊ดเข้าไปใหญ่!!! 

มันดีงามมมมมม ห้องญี่ปุ่นเรียวกังของจริง ใหญ่โตกว้างขวางมาก ค่อยสมราคาหน่อย อิอิ

หน้าตาแบบนี้จ้า (รูปจากเว็บโรงแรมนะ)

 

images by free.in.th

 

images by free.in.th

 

พอเปลี่ยนชุดกันครบทีมแล้วก็เป็นแบบนี้....แก๊งอาซ่อและบอดี้การืด 555555555555 ชุดผู้ชายนี่ยังกะซามูไรเลยทีเดียว 

 

 

 

เก็บของเสร็จสักพัก รีรออะไรละจ้ะ รีบลงออนเซ็นด่วน!!!

 

เนื่องจากว่าพวกเรามีประสบการณ์การแช่ออนเซ็นจากการเที่ยวโตเกียวเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ทำให้คราวนี้ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ที่ต้องแก้ผ้าต่อหน้าผู้คน และโรงแรมที่เราจองมาไม่มีออนเซ็นส่วนตัว มีเป็นออนเซ็นรวม แยกชาย-หญิง ก้เลยต้องบอกลาเหล่าสามีแยกกันไปแช่ของใครของมัน

 

ตอนแรกก็ตกใจที่ว่า ทำไมคนเยอะจังโรงแรมนี้!! 

แล้วก็ได้มารู้ทีหลังว่าโรงแรมนี้เค้าขึ้นชื่อเรื่องออนเซ็นและเปิดให้คนนอกเข้ามาแช่ได้ด้วย เลยมีเหล่ากรุ้ปทัวร์คุณลุงคุณป้าคนแก่ อารมณืประมาณกรุ๊ปทัวร์รักสุขภาพ มาเช้า เย็นกลับ เพื่อมาแช่ออนเซ็นโดยเฉพาะ

 

ที่นี่จึงมีบริการสำหรับเหล่านักแช่ออนเซ็นเยอะมากๆ ในโรงแรมใหญ่มากกกก มีทั้งโซนอาหาร โซนขนม โซนเครื่องเล่น ตู้ปุริ (ถ่ายสติ้กเกอร์) ยังมีอะ!! 

 

ไอ้เราก็ เอ....ยังมีความอายเพราะคนเยอะเหลือเกิน เลยเดินไปถามทางโรงแรมว่ามีออนเซ็นส่วนตัวของแขกโรงแรมมั้ย ปรากฏว่ามี!! (ดีนะถามก่อน5555) 

 

เค้าบอกว่าของแขกโรงแรมจะมีทั้งออนเซ็นแบบ indoor และ outdoor จ้าาา บ่ายวันนั้นเรากับพี่เฟิร์นเลยตัดสินใจลง indoor ก่อนละกัน ละค่ำๆค่อยไป outdoor 

 

ในส่วนของออนเซ็น indoor นั้นไม่มีอะไรเลย.... เป็นอารมณ์แบบในรูป

 

images by free.in.th

เนื่องจากว่าเป็นออนเซ็นรวม จึงไม่ได้ถ่ายรูปมานะคะ (เค้าห้ามถ่ายรูปปปปปปป คนโป๊เปลือยกันน่ะเธอ) 

แต่ออนเซ็นแบบในร่มมันก็ไม่ค่อยต่างกันนะในแต่ละที่เท่าที่ไปมา อาจจะมีตกแต่งสวยงามเพิ่มเติมนิดนึง แต่ function การใช้งานเหมือนกันเลยคือ จะมีมุมนึงที่เป็นมุมให้นั่งอาบน้ำล้างตัวสระผมก่อนที่จะลงออนเซ็น เราต้องพกแชมพูและครีมอาบน้ำเข้าไปเอง แต่ถ้าโรงแรมดีหน่อยก็มีให้ 

 

ข้อดีของออนเซ็นอาริมะ ที่ทำให้มีชื่อเสียง ทั้งคนญี่ปุ่นเองและคนต่างชาติก็คือ....

 

ออนเซ็นที่นี่เป็น "น้ำแร่ธรรมชาติ" ที่ผุดขึ้นมากลางหุบเขาจริงๆ ค่ะ ไม่ใช่แค่น้ำร้อนทั่วไป (ออนเซ็นทั่วไป ตามจังหวัดต่างๆ จะไม่ใช่น้ำแร่ คือแช่เพื่อผ่อนคลายเท่านั้น แต่ไม่มีส่วนช่วยเรื่องของผิวพรรณ ขับของเสีย หรือบำรุงร่างกาย)

 

ทำให้เป็นที่นิยมสำหรับคนสูงวัยมากๆ คนที่มาแช่ออนเซ็นที่นี่ถึงมีแต่ลุงๆป้าๆ ทั้งน้านนน 

 

น้ำแร่ออนเซ็นที่ขึ้นชื่อของที่นี่จะมี 2 แบบ คือ

1.บ่อน้ำแร่สีทอง (ที่จริงคือสีน้ำตาลแบบน้ำดินแดงๆ นั่นแหล่ะ) มีส่วนผสมของธาตุเหล็กสูงมีสรรพคุณลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ โรคไขข้อ

 

หน้าตาแบบในรูปเลย (รูปจากเน็ต) ชอบแช่แบบนี้เพราะลงไปแล้วไม่เห็นว่านมใครเป็นนมใคร แก้เขินไปได้อีกแบบ 555555555555

images by free.in.th

2.บ่อน้ำแร่ใส มีส่วนผสมของคาร์บอนิกและเรเดียม (Carbonic and Radium) มีสรรพคุณช่วยบำรุงระบบย่อยอาหาร ภาวะเส้นเลือดอุดตัน

 

หลายคนบอกว่ามาแช่ออนเซ็นที่นี่ ช่วยเรื่องของการรักษาโรคหลายอย่างได้ด้วย สาเหตุนี้นี่เองที่ทำให้ออนเซ็นที่อาริมะไม่เหมือนใคร (และโรงแรมก็แพงมากๆ ด้วย T^T)

 

 

 

ว่าแล้วก็ไม่พูดพล่ำทำเพลง มุ่งตรงไปยังออนเซ็นแบบโซนในร่มกันก่อน ลองเชิง ให้หายขัดเขิน 5555 พอไปถึง ก็ถอว่าใหญ่ใช้ได้เลย โซนส่วนตัวของแขกโรงแรมจะเล็กกว่าโซนรวมค่อนข้างเยอะ แต่ไม่เป็นไรลองดูก่อน

 

เอาจริงๆ นะ การแช่ออนเซ็นที่ถูกวิธีคือ ต้องแช่ 15 นาที แล้วลุกขึ้นมาพักผ่อน แล้วลงไปแช่อีก 15 นาที ลุกขึ้นมาใหม่ สลับกันไปแบบนี้จนครบ 45 นาที ถึงจะช่วยรักษาอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อหรือโรคต่างๆ ได้

 

ไอ้นี่ไม่รู้ไง 5555555555 แช่มันไปแบบนั้นแหล่ะ อยากแช่ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ แช่ชนิดที่ว่าไม่กลัวโบท็อคละลาย 555555555555  เอาให้คุ้ม!! ปรากฏว่า แช่ได้สัก 15-20 นาทีก็จะตายละ แก้เกก้อด้วยการสลับย้ายบ่อไปเรื่อย รวมๆ สักครึ่งชั่วโมงก็จะเป็นลมแล้วเท้อออ!! 

 

ที่บอกว่าจะเป็นลมนั้นน่ะ เพราะว่าไอร้อนมันพุ่งพลวดมากกก โซนในร่มคือเป็นห้องปิดตายทุกทิศทาง ไอร้อนที่ขึ้นมาจากบ่ออนเซ็นก็อัดกันอยู่ในห้องนั้น แทบไม่มีอากาศหายใจ 

(อารมณ์ไอร้อนแบบในรูปประกอบด้านล่างเลย เอามาจากเน็ตอีกแล้ว จะได้เห็นภาพกัน แต่ในรูปนี้ยังเป็นเอ้าดอร์นะ จินตนาการดูว่าถ้าอินดอร์จะทรมานขนาดไหน หายใจไม่ออกเว้ยยยยย ไม่ได้จะเป็นลมเพราะน้ำร้อนนะ จะเป็นลมเพราะไออัดจมูกนี่แหล่ะ T^T)

 

images by free.in.th

 

 

หายใจไม่ออก สุดท้ายแช่ได้ 30 นาทีก็ give up ลุกขึ้นมาเอาน้ำเย็นราดตัว โอ้ยยย สบายยยยยยยยยยยยยยย

 

อาการเหนื่อยเมื่อยล้าจากการเดินที่โฮซาก้าและเดินขึ้นเนินเขามาเหนื่อยหาดเป็นปลดทิ้งจริงๆ!! ไม่อยากจะเชื่อเลยนะ แต่มันหายไปเลย สดชื่นมากกกก กระปรี้กระเปร่า เข้าใจเลยทำไมคนญี่ปุ่นถึงชอบแช่น้ำร้อนกัน มันสบายมากย่างนี้นี่เอง

 

พอสดชื่น ก็เริ่มหิว เลยตกลงกันว่าจะเดินเล่นแล้วทานข้าวที่โรงแรมก่อน

เนื่องจากว่าโปรที่จองมาคือรวมอาหารเย็นที่เป็นเซ็ทแบบญี่ปุ่นของโรงแรมด้วย เลยไม่ต้องออกไปหาข้าวกินข้างนอกกัน

อาหารเซ็ทของโรงแรมก็เกร๋ๆ นะ ต้องจองเท่านั้นถึงจะได้ทาน เค้าจะมาเสิร์ฟที่ละเซ็ท แต่อารมณ์ประมาณ fushion นิดๆ ไม่ได้ญี่ปุ่นจ๋า เก๋ตรงที่ว่าแต่ละจานจัดมาสวยมาก และมีให้เราทำเองด้วย เช่น ชาบูก็ให้เราทำเอง หุงข้าวก็มีเป็นเซ็ทมาให้หุงเอง บอกเวลากลับด้านเอา 

 

images by free.in.th

 

ในรูปนี้คืออยู่ที่ห้องอาหาร เตรียมกินข้าวแล้วจ้าาา คนที่นี่ใส่ยูกาตะเดินไปเดินมาเลย ไม่แปลก 

ตัวอย่างอาหารที่ให้มาก็ประมาณนี้ (ทั้งหมดประมาณ 5-6 เซ็ทได้ อิ่มกำลังดี เพราะ portion เล็กมากๆ)

 

images by free.in.thimages by free.in.th

 

หน้าตาอาหารเซ็ทที่ได้ทานก็ประมาณนี้ น่ากิน และ กระจุ๊งกระจิ๊งตามสไตล์ญี่ปุ่นมากๆ 

 

 

จากที่ทานกันอิ่มแล้ว ก็กะว่าจะใส่ยูกาตะกันออกไปแร่ดตรงโซนในเมือง เดินลงเขาไปนิดนึง แต่ว่าฝนตกหนักมากจ้าาา หนาวมากก เดินออกไปแล้วสั่นสะท้าน อุณหภูมิตอนนั้นน่าจะลดลงเหลือประมาณ 12-13 องศา เลยอดกันไปT^T

 

ตาม reference แล้วต้องไปเดินแบบเน้ๆๆๆ แง โวยวาย อด 

คนที่นี่ตอนค่ำๆ จะใส่ยูกาตะกันออกมาเดินจีบกันเป็นคู่ๆ ค่ะ 55555 จะได้บรรยากาศโรแมนติคไปอีกแบบ เสียดายT^T

 

images by free.in.th

 (รูปจากเน็ต)

 

 

 

เอาวะ!! อดไปเดินเล่นใช้ตัวโรงแรมให้คุ้มละกัน!!

ว่าแล้วเลยจับมือพี่เฟิร์น ไปแช่ออนเซ็นกันอีกรอบ เอาให้ตัวเปื่อยไปเลย พนักงานโรงแรมบอกว่าคนที่นี่แช่กันทุกเวลา ตื่นอน/กลางวัน/หลังอาหารกลางวัน/หลังอาหารเย็น และก่อนนอน.....เอิ่ม ถี่ไปมั้ย??

 

 

ว่าแล้วเลยเลือกไปแช่ outdoor กันบ้างดีกว่า...

ที่ตลกคือ โซนเอ้าดอร์เนี่ยก็เหมือนอินดอร์นั่นแหล่ะที่ต้องแก้ผ้า แล้วราดน้ำล้างตัวฟอกสบู่ก่อนไปลงบ่อ แต่โซน outdoor ดั๊นนนนนนนนนนนนนนนที่ล้างตัวอยู่ข้างล่าง แต่บ่อแช่ดันอยู่ข้างบน =[]=

ต้องเดินแก้ผ้า มีผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กๆ ที่บังได้แค่นมข้างเดียว ห่อตัวเองเดินบันไดแบบเปิดโล่งวนๆๆๆ ขึ้นไปกว่าจะเจออ่าง ลมก็พัดโชกๆๆๆๆ ฝนตกปรอยๆ อากาศ 12 องศา หนาวโคดดดดดดดดดดดด สั่นกันดิ้กๆ เป็นช่วงเวลา 1 นาทีที่ทรมานมาก 555555 

 

แต่แล้วก็ไต่บันไดมาถึง 

กรี้ดดด มันเริ่ดมากกกกกกกกกกกกกกกก

ด้วยความหนาวเลยรีบลงแช่อ่างแรกที่เป็นอ่างใสธรรมดาก่อนเลย.....โอยยยย สบายขึ้นสุดดดด อารมณ์เหมือนเดินเล่นอากาศติดลบ แล้วเข้ามาในห้องที่มีฮีทเตอร์ มันรีแล็กซ์สุดๆ ท้องฟ้าด้านบนเปิดโล่ง ฝนพรำๆ ลมเย็นพัดไปมา แล้วตัวเราอุ่นๆ โอยยยย ไม่มีสวรรค์แบบไหนสบายเท่านี้อีกแล้ว

 

ไอ้เราก็ไปแช่ indoor ตั้งนาน รู้งี้แช่ outdoor ตั้งแต่แรกก็จบละ (ไปทรมานตัวเองหายใจไม่ออกทำม๊าย)

 

outdoor ตรงนี้หายใจสบายมากเพราะมันเปิดโล่ง เงยหน้าก็มีฝนตกใส่หน้าพรำๆเบาๆ โรแมนติคสุดๆ เสียดายไม่ได้แช่พร้อมคุณสามี งวดหน้ารับรอง ขอแบบ private onsen ละ จะได้แช่กันได้แบบสบายๆ 

 

เฮ้อออ ฟินมากกับ outdoor onsen กระโดดแช่น้ำใสมั่ง น้ำทองมั่ง เริ่ด แช่ไปแช่มา ยางอายเริ่มเหลือน้อย เดินโตงเตงกันเลยจ้าาาาาาาา 555555555 

 

ใครจะมาแช่ onsen ไม่ว่าที่ไหนนะ แนะนำเลยต้องเป็น outdoor เท่านั้น มีดีงามมาก ฟินและผ่อนคลายมากๆ แช่ได้ทั้งคืนบอกเลย

 

 

 

 

 

 

จากนั้นก็ไปเข้านอน....พอเรากลับเข้ามาที่นอนก็ถูกปูให้เรียบร้อยแล้ว เป็นฟูกแบบญี่ปุ่นหนาๆ นอนสบายสุดๆ 

images by free.in.th

 

แม่บ้านญี่ปุ่นมั้ยคะ อิอิ คืนนี้หลับแบบเป็นตายจริง!! ไม่เคยหลับสนิทแบบนี้มาก่อนยกเว้นว่าเหนื่อยมาก คาดว่าออนเซ็นทำให้ผ่อนคลายเลยหลับสบาย แต่คุณชายโจ้ สามีของเราไม่ได้นอนเพราะนั่งทำ thesis ยาวๆไป 5555555555 คนอะไร เอา thesis มาทำที่ญี่ปุ่น เกร๋มั้ยละ (โดนเมียบังคับให้มาเที่ยวด้วย 555555)

 

 

เช้าวันต่อมา เรากับพี่เฟิร์นก็ไปแช่ออนเซ็นหลังตื่นนอนส่งท้ายอีกครั้ง คุ้มจริงๆเลย

แล้วก็เช็คเอ้าท์เดินทางเข้าเกียวโตกันจ้าาาา

จบทริปอาริมะด้วยรูปนี้....

 

 

 

images by free.in.th

 

 

บล็อคหน้าจะเป็นพาเที่ยวเกียวโต และ พาใส่ชุดกิโมโนเดินรอบเมืองน้าาา วิธีการเช่า และทุกๆอย่าง เตรียมอ่านได้เลยยยย